แม้ Microsoft จะผลักดันให้ผู้ใช้ย้ายไปใช้งาน Windows 11 อย่างต่อเนื่อง แต่ผลสำรวจล่าสุดพบว่า คอมพิวเตอร์ระบบ Windows ราว 16.9% หรือประมาณ 1 ใน 6 เครื่อง ยังคงใช้งาน Windows 10 อยู่ และอาจกำลังเผชิญความเสี่ยงด้านความปลอดภัยมากกว่าเครื่องที่อัปเกรดเป็น Windows 11 แล้ว
ข้อมูลดังกล่าวมาจากรายงานของ Lansweeper บริษัทผู้ให้บริการระบบบริหารจัดการอุปกรณ์ไอที ซึ่งวิเคราะห์ข้อมูลจากคอมพิวเตอร์หลายล้านเครื่องภายในเครือข่ายของลูกค้าองค์กร โดยพบว่า Windows 11 มีสัดส่วนการใช้งานประมาณ 78.8% ขณะที่ Windows 10 ยังเหลืออยู่ประมาณ 16.9%

สิ่งที่น่ากังวลคือ เครื่องที่ใช้งาน Windows 10 ถูกตรวจพบช่องโหว่ที่ยังมีผลอยู่เฉลี่ยประมาณ 1,903 รายการต่อเครื่อง เทียบกับ Windows 11 ที่พบเฉลี่ยประมาณ 652 รายการ หรือต่างกันเกือบ 3 เท่า โดยช่องโหว่บนเครื่อง Windows 10 ราว 66.6% ถูกจัดอยู่ในระดับความรุนแรงสูงหรือวิกฤต
นอกจากนี้ ยังพบว่าช่องโหว่ประมาณ 2.4% บนเครื่อง Windows 10 เคยถูกนำไปใช้โจมตีจริงแล้ว ซึ่งมีสัดส่วนสูงกว่า Windows 11 ประมาณ 1.7 เท่า อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าเครื่อง Windows 10 จะถูกแฮกมากกว่า Windows 11 ถึง 3 เท่าโดยตรง แต่เป็นการสะท้อนว่าเครื่องเหล่านี้มีช่องโหว่ที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขสะสมอยู่มากกว่า

รายงานยังพบอีกว่า มีเพียงประมาณ 2.8% ของเครื่อง Windows 10 ที่สำรวจเท่านั้นที่ไม่ผ่านข้อกำหนดฮาร์ดแวร์ของ Windows 11 หมายความว่าคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่สามารถอัปเกรดได้ แต่ผู้ใช้อาจยังติดปัญหาเรื่องโปรแกรมเฉพาะทาง ค่าใช้จ่าย การทดสอบระบบ หรือความยุ่งยากในการย้ายข้อมูล
สำหรับเครื่องที่ยังจำเป็นต้องใช้งาน Windows 10 ต่อ ผู้ใช้และองค์กรควรตรวจสอบว่าอุปกรณ์ยังได้รับอัปเดตผ่านโครงการ Extended Security Updates หรือใช้งาน Windows รุ่น LTSC ที่ยังอยู่ในระยะสนับสนุน เพราะหากหยุดรับแพตช์ความปลอดภัย ช่องโหว่ใหม่จะค่อย ๆ สะสมมากขึ้น และเพิ่มโอกาสที่ผู้โจมตีจะใช้เป็นช่องทางเข้าสู่ระบบได้ในอนาคต
ที่มา : Neowin

Comment