หลังจาก OnePlus ได้ทำการเปิดตัวสมาร์ทโฟนซีรีส์ OnePlus 7 โดยรอบนี้ทางค่ายได้ปล่อยมือถือออกมาถึง 2 รุ่นด้วยกัน ได้แก่รุ่นตัวธรรมดาอย่าง OnePlus 7 และตัวท็อปอย่าง OnePlus 7 Pro ซึ่งแน่นอนว่าสเปคและฟีเจอร์ของทั้งคู่จะต้องต่างกันอยู่แล้ว วันนี้ทาง Droidsans ก็เลยขอจับมาเปรียบเทียบให้ดูปอนด์ต่อปอนด์กันเลย!

สเปค OnePlus 7 และ OnePlus 7 Pro

 OnePlus 7OnePlus 7 Pro
ระบบปฏิบัติการAndroid 9 Pie ครอบด้วย Oxygen OSAndroid 9 Pie ครอบด้วย Oxygen OS
หน้าจอOptic AMOLED ขนาด 6.4 นิ้ว ความละเอียด Full HD+ รีเฟรชเรท 60 HzFluid AMOLED ขนาด 6.67 นิ้ว ความละเอียด Quad HD+ รีเฟรชเรท 90 Hz HDR 10+
CPUQualcomm Snapdragon 855Qualcomm Snapdragon 855
RAM6/8GB6/8/12GB
ความจุ128/256GB128/256GB
กล้องหลังเลนส์หลัก 48MP (f/1.7) มี OIS + เลนส์ depth วัดความลึกตื้น 5MP (f/2.4)เลนส์หลัก 48MP (f/1.6) มี OIS, เลนส์ซูมออพติคอล 3x ความละเอียด 8MP (f/2.4) OIS + เลนส์ Ultra-wide angle 117 องศา ความละเอียด 16MP (f/2.2)
กล้องหน้า16MP (f/2.0) EIS16MP (f/2.0) EIS
เซ็นเซอร์ Accelerometer, Gyroscope, Proximity, Ambient Light Sensor, Electronic Compass, Laser SensorAccelerometer, Gyroscope, Proximity, Ambient Light Sensor, Electronic Compass, Laser Sensor
ระบบเสียงไม่มีรูหูฟัง 3.5 มม., ลำโพงคู่สเตอรีโอ, Dolby Atmosไม่มีรูหูฟัง 3.5 มม., ลำโพงคู่สเตอรีโอ, Dolby Atmos
แบตเตอรี่3700 mAh รองรับ Fast Charge4000 mAh รองรับ Warp Charge 30W

OnePlus 7 ทั้ง 2 รุ่น จะมีความแตกต่างหลักๆ อยู่ที่หน้าจอ, กล้องหลัง, กล้องหน้าป๊อปอัพ และหน่วยความจำ ส่วนสเปคอื่นๆ ทั้ง CPU, RAM, ระบบเสียง และอื่นๆ จะไม่ต่างกันมากนัก

หน้าจอ

ทั้ง 2 รุ่นมาพร้อมกับหน้าจอ AMOLED Display โดยตัว OnePlus 7 Pro จะมาพร้อมกับหน้าจอขนาด 6.67 นิ้ว ความละเอียดที่ Quad HD+ ไฮไลท์สำคัญอยู่ที่หน้าจอที่โค้งและไร้ขอบ! อีกทั้งยังมีรีเฟรชเรทสูงถึง 90Hz ซึ่งเหมาะสุดๆ กับการเล่นเกมที่มีการเคลื่อนไหวในหน้าจอเยอะๆ เพราะจะเห็นถึงความแตกต่างจากความลื่นไหลของภาพได้อย่างชัดเจนเลยแหละ ในส่วนของตัวธรรมดาอย่าง OnePlus 7 จะมาพร้อมกับหน้าจอ AMOLED Display แบบ Optic ธรรมดาเท่านั้น (ไม่เหมือนกับตัว 7 Pro ที่เป็นแบบ Fluid AMOLED) ขนาดอยู่ที่ 6.4 นิ้ว ความละเอียดลดลงมาเหลือแค่ Full HD+ โดยจะมีติ่งหยดน้ำอยู่บนหน้าจอ

นอกจากนี้หน้าจอของ OnePlus 7 Pro ยังได้รับคำชมพร้อมคะแนนในระดับ A+ จากเว็บไซท์ทดสอบประสิทธิภาพหน้าจอ DisplayMate ให้เป็นหนึ่งในมือถือที่มีหน้าจอดีที่สุดในตลาดตอนนี้อีกด้วย

กล้องสุดเทพที่ได้รับการการันตีจากเว็บไซต์ DxOMark ด้วยคะแนน 111 คะแนน!

รอบนี้ถือว่า OnePlus ทำการบ้านมาดีพอสมควร โดยในตัว OnePlus 7 Pro มาพร้อมกับกล้องหลังสุดเทพถึง 3 ตัวด้วยกัน แบ่งเป็นกล้องหลักความละเอียด 48MP มีระบบกันสั่น OIS, เลนส์ซูมออปติคอลแบบไม่เสียคุณภาพ 3 เท่าความละเอียด 8MP อีกทั้งยังมาพร้อมกับระบบกันสั่น OIS เช่นเดียวกับเลนส์หลัก และพระเอกของเราอย่างเลนส์ Ultra-wide angel 117 องศา ความละเอียด 16MP ในส่วนของตัว OnePlus 7 ธรรมดานั้นใช้เลนส์หลักตัวเดียวกับตัว Pro โดยข้อแตกต่างอยู่ที่เลนส์รองและตัวสุดท้ายจะใช้เป็นเพียงแค่เลนส์ depth ไว้วัดความตื้นหนาลึกเท่านั้น ความละเอียดอยู่ที่ 5MP

ในส่วนของกล้องหน้า ทั้ง 2 ตัวจะใช้เป็นเลนส์ตัวเดียวกัน ความละเอียดอยู่ที่ 16MP ซึ่งจะต่างกันเฉพาะตำแหน่งของกล้องเท่านั้น โดยทางตัว OnePlus 7 Pro จะซ่อนเอาไว้บนขอบเครื่องด้านบน ซึ่งจะเลื่อนขึ้นมาเองทันทีที่เราเรียกเปิดแอปกล้อง

ระบบปลดล็อกเครื่องที่ไวประดุจเดอะแฟลช!

ทั้ง 2 รุ่นมีระบบสแกนลายนิ้วมือที่อยู่ใต้หน้าจอ ซึ่งสามารถปลดล็อคเครื่องได้รวดเร็วภายในเวลาเพียงแค่ 0.21 วินาทีเท่านั้น ถือว่าเร็วที่สุดในโลกตอนนี้แล้ว

ในที่สุดก็ลำโพงคู่

OnePlus 7 ทั้ง 2 รุ่น ยังคงไม่มีรูหูฟัง 3.5 มม. มาให้อีกเช่นเคย แต่ทดแทนให้ด้วยความเทพจากลำโพงสเตอรีโอคู่ พร้อมระบบเสียง Dolby Atmos ที่เข้ามาเพิ่มมิติเสียงและความกระหึ่มให้มากกว่าเดิม

หน่วยความจำ

หน่วยความจำของทั้ง OnePlus 7 และ OnePlus 7 Pro ในตอนนี้เป็นหน่วยความจำมือถือรุ่นไวที่สุดในโลกแล้วเนื่องจากใช้ UFS 3.0 ซึ่งเร็วกว่ามือถือรุ่นอื่นๆ ที่ใช้แบบ UFS 2.1 อยู่ถึง 79% ซึ่งหากว่ากันตามตรงแล้ว UFS 2.1 ก็ไม่ได้มีความช้าอะไรเลย เพียงแต่ว่าไอเจ้าตัว UFS 3.0 นั้นมันดันเร็วเว่อซะจนทำให้ตัวเดิมช้าลงซะอย่างงั้น

แบตเตอรี่

OnePlus 7 Pro ให้แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 4,000 mAh แถมด้วยระบบชาร์จ warp charge ที่โคตรไวอยู่ที่ 30 วัตต์ ที่สามารถชาร์จจาก 0-50% ได้ในเวลาเพียงแค่ 20 นาทีเท่านั้น! สำหรับตัวธรรมดา OnePlus 7 ให้แบตเตอรี่มาน้อยกว่าตัวท็อปนิดหน่อยที่ 3,700 mAh พร้อมกับระบบชาร์จไวแบบธรรมดาที่ 20 วัตต์ ซึ่งเอาตามตรงก็ยังถือว่าชาร์จไวอยู่พอสมควรเลยแหละ ไม่ได้ช้าหงุดหงิดใจอะไรแต่อย่างใด

ราคา

  • OnePlus 7 Pro 6GB / 128GB : ราคา 649 ปอนด์ หรือราวๆ 26,400 บาท
  • OnePlus 7 Pro 8GB / 256GB : ราคา 699 ปอนด์ หรือราวๆ 28,500 บาท
  • OnePlus 7 Pro 12GB / 256GB : ราคา 799 ปอนด์ หรือราวๆ 32,500 บาท
  • OnePlus 7 6GB / 128GB : ราคา 499 ปอนด์ หรือราวๆ 20,300 บาท
  • OnePlus 7 8GB / 256GB : ราคา 549 ปอนด์ หรือราวๆ 22,350 บาท

ในส่วนของเรื่องราคาคงต้องอธิบายเพิ่มนิดนึง เพราะว่าที่ประเทศอังกฤษนั้น ภาษีมูลค่าเพิ่มนั้นอยู่ที่ 20% ซึ่งถือว่ามากกว่าของบ้านเราอยู่ค่อนข้างเยอะ หากอยากได้ราคาที่ใกล้เคียงกว่านี้ แนะนำให้ผู้อ่านลองลบภาษีตรงส่วนนี้ออกไปก่อน แล้วค่อยเติมภาษี 7% ของบ้านเราเพิ่มไปครับ ซึ่งถ้าจะสรุปสั้นๆ ก็คือราคาเปิดตัวในไทยน่าจะถูกกว่าราคาเปิดตัวที่อังกฤษอยู่กว่าหน่อย

สรุปซื้อรุ่นไหนดี

OnePlus 7 ทั้ง 2 รุ่น ดูเหมือนจะแยกสเปคตามการใช้งานได้ค่อนข้างชัดเจนอยู่ โดยผู้ที่ต้องการมือถือที่ไปสุดแล้วในทุกด้านและไม่เกี่ยงเรื่องราคา เจ้า OnePlus 7 Pro ก็ดูจะเป็นตัวเลือกที่ดีเพราะได้ทั้งกล้องหลังสุดเทพ, หน้าจอสุดงาม, หน่วยความจำ UFS 3.0 สุดแรง และระบบชาร์จสุดไว เรียกได้ว่าให้มาครบสุดๆ ตามคำเรียกร้องของแฟนๆ ก่อนหน้านี้เลยล่ะ

ส่วน OnePlus 7 น่าจะเหมาะกับคนที่ต้องการมือถือสเปคแรงระดับไฮเอนด์แต่ไม่ได้ต้องการฟีเจอร์ล้ำๆ มากมายนัก ซึ่งกล้องของรุ่นนี้ก็สามารถถ่ายภาพทั่วไปได้สวยๆ อยู่แล้ว เนื่องจากใช้เซ็นเซอร์ IMX586 ความละเอียด 48MP เหมือนกัน แค่ไม่มีลูกเล่นล้ำๆ อย่างเลนส์ซูมหรือเลนส์ Ultra-wide เท่านั้นเอง

ที่เหลือก็คือดูความต้องการและกำลังทรัพย์ของเราล่ะนะครับ ว่ามีเพียงพอแค่ไหน.. ถ้าเงินพอใช้เหลือๆ หรือตั้งใจหยอดกระปุกไว้สอยตัวท็อปมาแต่แรกแล้วก็แนะนำว่า OnePlus 7 Pro นี่คือที่สุดแล้วล่ะ