สำหรับใครที่กำลังมองหาโทรศัพท์มือถือที่เน้นเรื่อง ความปลอดภัยของข้อมูล (Privacy) และความทนทาน ล่าสุด Punkt แบรนด์ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนจากสวิตเซอร์แลนด์ได้เปิดตัว Punkt MC03 อย่างเป็นทางการ โดยรุ่นนี้ถือเป็นการอัปเกรดครั้งใหญ่จากรุ่นเดิม (MC02) ทั้งในแง่ของสเปคเครื่องและการย้ายฐานการผลิตมายังยุโรป เพื่อยกระดับความน่าเชื่อถือ

จุดเด่นด้านความปลอดภัย เมื่อความเป็นส่วนตัว มีราคาที่ต้องจ่าย

Punkt MC03 ขับเคลื่อนด้วยระบบปฏิบัติการ AphyOS (พัฒนาโดย Apostrophy) ซึ่งมีพื้นฐานมาจาก Android Open Source Project (AOSP 15) จุดเด่นคือการตัดบริการและฟีเจอร์การติดตามเบื้องหลังของ Google ออกทั้งหมด

  • Data Sandbox: ยังคงโหลดแอปจาก Play Store ได้ แต่แอปเหล่านั้นจะถูกกักบริเวณใน Sandbox เพื่อไม่ให้เข้าถึงข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งาน
  • AphyOS Subscription: เนื่องจากบริษัทไม่ได้ขายข้อมูลผู้ใช้งานเป็นสินค้า จึงมีการคิดค่าบริการรายเดือน (ประมาณ 10-12 ดอลลาร์ต่อเดือน) โดยปีแรกจะใช้งานฟรี และมีแพ็กเกจเสริมอย่าง VPN และบริการจาก Proton (Email/Cloud) รวมมาให้ด้วย

สเปคตัวเครื่อง แรงขึ้น จอสวยขึ้น และซ่อมง่ายกว่าเดิม

รุ่นก่อนหน้าเคยถูกวิจารณ์เรื่องสเปคที่ตามหลังตลาด Punkt MC03 จึงกลับมาพร้อมการลบจุดอ่อนเหล่านั้น

Punkt MC03
  • หน้าจอ อัปเกรดเป็น AMOLED ขนาด 6.67 นิ้ว รองรับ Refresh Rate 120Hz (จากเดิมที่เป็น LCD 60Hz) ให้ภาพที่ลื่นไหลและสีสันสดใส
  • แบตเตอรี่ ขนาดใหญ่ 5,200mAh และที่สำคัญคือ ถอดเปลี่ยนเองได้ ซึ่งหาได้ยากมากในมือถือยุคปัจจุบัน แถมยังรองรับทั้งการชาร์จแบบสายและไร้สาย
  • ชิปเซ็ต ใช้ MediaTek Dimensity 7300 พร้อม RAM 8GB ซึ่งเพียงพอต่อการใช้งานทั่วไปในระดับ Mid-range
  • ความทนทาน มาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP68 และมีน้ำหนักตัวเครื่องที่ 240 กรัม
Punkt MC03

ครั้งแรกกับสมาร์ทโฟน Made in Germany

ความพิเศษของ MC03 คือการย้ายฐานการประกอบจากเอเชียไปที่โรงงานในเมือง Bocholt ประเทศเยอรมนี (โรงงานของ Gigaset) เพื่อควบคุมคุณภาพที่เข้มงวดตามมาตรฐานยุโรป

กล้องและการอัปเดต

  • กล้องหลัก: 64MP พร้อมเลนส์ Ultra-wide และกล้องหน้า 32MP
  • บริการหลังการขาย: อัปเดต OS นาน 3 รุ่น และการอัปเดตความปลอดภัย ต่อเนื่องนานถึง 5 ปี
Punkt MC03

ราคาและการวางจำหน่าย

  • ราคาเปิดตัว : ประมาณ $699 (หรือราว 24,xxx บาท)
  • การวางจำหน่าย : เริ่มส่งมอบในยุโรปช่วงปลายเดือนมกราคม 2026 และจะเริ่มบุกตลาดอเมริกาเหนือในช่วงฤดูใบไม้ผลิปีนี้

ที่มา : punkt