เดิมที realme ได้วางแผนที่จะเปิดตัวมือถือเรือธงของตัวเองอย่าง realme X50 Pro 5G ในงาน MWC 2020 แต่สุดท้ายก็ต้องยกเลิกจัดงานไปในที่สุด เนื่องจากเหตุการณ์ระบาดของไวรัสโคโรนา…ซึ่ง realme ก็ได้เปลี่ยนแผนมาใช้การเปิดตัวแบบออนไลน์แทน โดยล่าสุดพวกเขายังได้ออกมาทวีตยืนยันสเปคบางส่วนว่ามือถือรุ่นนี้จะมาพร้อมกับกล้อง 6 ตัว (หน้า 2 หลัง 4) ซูม 20x, หน้าจอ Super AMOLED 90Hz และระบบชาร์จไว SuperDart 65W อีกด้วย

ก่อนหน้านี้ไม่นาน realme เพิ่งจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเทคโนโลยีชาร์จไวของตัวเองในชื่อ SuperDart แต่ก็ยังไม่มีข้อมูลหรือรายละเอียดออกมาว่าจะมีความเร็วในการชาร์จกี่วัตต์ โดยเรือธงรุ่นล่าสุดซึ่งเปิดตัวเมื่อปลายปี 2019 อย่าง realme X2 Pro ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีชาร์จไว SuperVOOC 50W ก็ถือว่าเร็วมากๆ แล้ว เพราะชาร์จแบต 0% – 100% ในเวลาประมาณ 30 นาที เท่านั้น

และล่าสุด realme Europe ก็ได้ออกมาทวีตเปิดเผยถึงสเปคชาร์จไวของว่าที่มือถือเรือธงอย่าง realme X50 Pro 5G ว่ามันจะรองรับการชาร์จไวได้ถึง 65W เทียบเท่ากับเทคโนโลยี SuperVOOC 2.0 65W ของทาง OPPO ที่ใช้เวลาชาร์จแบตเตอรี่ความจุ 4,000 มิลลิแอมป์ จาก 0% – 100% เพียงแค่ 25 นาที เรียกได้ว่าชาร์จทิ้งไว้ก่อนไปอาบน้ำ กลับมาผมยังไม่แห้งดี โทรศัพท์ก็แบตเต็มแล้ว…เร็วสุดๆ

realme X50 Pro 5G จะมากับกล้องทั้งหมด 6 ตัว แบ่งเป็นกล้องหน้า 2 ตัว และกล้องหลัง 4 ตัว ที่สามารถซูมได้สูงสุดถึง 20x

หน้าจอของ realme X50 Pro เป็นแบบ Super AMOLED เจาะรูวางกล้องเซลฟี่คู่ และมีรีเฟรชเรทอยู่ที่ 90Hz

นอกจากนี้ realme Europe ก็ยังให้ข้อมูลอีกว่า realme X50 Pro 5G จะรองรับการเชื่อมต่อ 5G แบบ Dual Mode นั่นหมายความว่า สมาร์ทโฟนรุ่นดังกล่าว จะสามารถใช้งาน 5G ได้ทั้งแบบ NSA และ SA เลย

และแน่นอน เนื่องจาก realme X50 Pro 5G เป็นรุ่นอัพเกรดของ realme X50 5G ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อเดือนที่แล้ว ทำให้มือถือรุ่นนี้จะต้องมาพร้อมกับชิปเซ็ตตัวท็อปอย่าง Snapdragon 865 ซึ่งก็มีข้อมูลหลุดออกมาว่า สามารถทำคะแนน AnTuTu ไปได้ถึง 574,985 คะแนน อีกทั้งยังมีข่าวลือว่า realme X50 Pro 5G ก็อาจจะมากับ RAM แบบ LPDDR5 และ หน่วยความจำ UFS 3.0 ให้สมกับเป็นมือถือระดับเรือธงด้วย

realme X50 Pro 5G จะเปิดตัวในวันจันทร์ที่ 24 กุมภาพันธ์นี้ เวลา 10.00 น. CET หรือราวๆ 22.00 น. ในบ้านเรา ซึ่งงานเปิดตัวดังกล่าวจะจัดแบบออนไลน์เหมือนกันงานเปิดตัว Xiaomi Mi 10 นั่นเอง

 

ที่มา: realme