HONOR Magic6 Pro ภาคต่อมือถือเรือธงที่ทำให้หลาย ๆ คนว้าวกับราคา เดินทางมาถึงมือทีมงาน DroidSans เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยรอบนี้กลับมาพร้อมกับสเปคหลายส่วนที่ได้รับการปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น เช่น จอแสดงผลที่มากับจอสว่างสุด ๆ ถึง 5,000 nits อีกทั้งยังได้แบตเตอรี่ที่มากกว่าเรือธงรุ่นอื่น ๆ ในตลาด แล้วถ้าเทียบราคาที่เพิ่มขึ้นมาจากรุ่นก่อน 5,000 บาทแล้ว รอบนี้จะยังตลาดแตกอยู่หรือเปล่า

ชมดีไซน์ใหม่ กล้องเหลี่ยมโค้ง

HONOR Magic6 Pro รอบนี้มีการปรับดีไซน์ใหม่ในส่วนของโมดูลกล้อง ที่มาในรูปทรงสี่เหลี่ยม Dome Shape มีฐานกล้องวัสดุโลหะเงางามหุ้มล้อมวงกลมขนาดใหญ่ โดยสีที่เราได้มาเป็นสีดำ ใช้วัสดุกระจกด้าน ตัดด้วยขอบตัวเครื่องแบบแบน เงางาม ด้านขวามากับปุ่ม Volume และปุ่ม Power ด้านซ้ายไม่มีปุ่มใด ๆ

ส่วนด้านบนมากับช่องลำโพงคู่, IR Blaster สำหรับใช้เป็นรีโมต และไมโครโฟนตัดเสียงรบกวน ด้านล่างกับช่องใส่ SIM Card, ไมโครโฟนสนทนาหลัก และช่องลำโพงอีก 1 ตัว

หัวชาร์จที่แถมมาในรุ่นที่วางจำหน่ายในไทย จะเป็นหัวชาร์จแบบขากลม

อีก 1 สิ่งที่เปลี่ยนไปในรุ่นนี้คือ ตัวกล้องหน้าที่ได้เขยิบตำแหน่งแคปซูลมาไว้อยู่ตรงกลาง ทำให้ไม่ต้องเหล่ตามองกล้องขณะถ่ายภาพเซลฟี่ โดยในกล่องรุ่นนี้ยังมากับอุปกรณ์ครบ ๆ ทั้งหัวชาร์จเร็ว และสาย USB-C

ได้จอโคตรสว่าง ทนทาน ถนอมสายตาขั้นสุด

HONOR Magic6 Pro มากับจอแสดงผลขนาดใหญ่ 6.8 นิ้ว ความละเอียด Full HD+ (1280 x 2800 พิกเซล) และใช้พาเนล LTPO AMOLED ปรับรีเฟรชเรตได้อัตโนมัติตั้งแต่ 1 – 120Hz รองรับเทคโนโลยีการแสดงผลทั้ง Dolby Vision และ HDR Vivid ทำให้ดึง Contrast ออกมาได้ดี ดูมีมิติ

ในยุคนี้แน่นอนว่าจอสวย ๆ เรือธงรุ่นไหนก็ทำได้ แต่สิ่งที่เรือธงของ HONOR เหนือกว่าเรือธงเจ้าอื่น ๆ ในตลาด คือเรื่องของเทคโนโลยีถนอมสายตา ที่ ณ ปัจจุบันทำค่า PWM Dimming ได้สูงที่สุดของวงการ กว่า 4320Hz ทำให้จ้องจอนาน ๆ ในที่มืดได้อย่างสบายตา จ้องนาน ๆ แล้วไม่ล้าสายตา แถมยังรับการันตีจอถนอมสายตา 3 ด้าน จาก TUV Rheinland เลยทีเดียว

นอกจากนี้ หน้าจอของรุ่นนี้ยังครอบทับกระจกจอโค้งแบบพิเศษ ที่เรียกว่า NanoCrystal Shield ซึ่งใครที่เคยได้ยินชื่อจาก HONOR X9b แล้ว ทางแบรนด์ได้เคลมว่ารุ่นนี้ป้องกันได้โหดกว่า การันตีด้วยมาตรฐานทดสอบ SGS ถึง 5 ดาว ทนที่สุดในวงการ ซับแรงกระแทกจากพื้นคอนกรีตได้ดีขึ้น 30% ไม่ว่าจะตกใส่พื้นหินอ่อน พื้นถนน หรือพื้นหินกรวดก็หมดกังวล

ส่วนความสว่างในรุ่นนี้รองรับความสว่างสูงสุดที่ 1,600 nits (HBM) สำหรับการใช้งานทั่วไป ซึ่งก็เพียงพอต่อการมองเห็นจอในที่แดดจัด ๆ แต่จริง ๆ แล้วตัวจอสามารถดันความสว่างได้สูงสุดถึง 5,000 nits (Peak Brightness) ซึ่งเป็นตัวเลขที่บอกความสว่างเฉพาะจุดบนตัวจอ ซึ่งมีประโยชน์ในตอนใช้ดูคอนเทนต์ หรือดูภาพแบบ HDR เพราะช่วยให้แสดงผลความกว้าง Dynamic Range ได้เที่ยงตรง ดูมีมิติมากขึ้น

และฟีเจอร์เจ๋ง ๆ ที่มีมาในรุ่นนี้คือจอแสดงผล Always-On-Display ที่สามารถแสดงผลได้แบบเต็มหน้าจอ นอกจากนี้หากระบบพบว่ามีการตั้งเครื่องแนวนอนก็จะมี Widget เปลี่ยนหน้าจอให้เป็นนาฬิกา หรือปฏิทินให้ดูแบบเต็มจอ คล้ายนาฬิกาปลุกแบบ Digital

จอดีด้วย ลำโพงแจ่มด้วย

HONOR Magic6 Pro มากับลำโพงคู่สเตอริโอระบบเสียง DTS:X Ultra ที่เมื่อเทียบกับมือถือเรือธงที่เคยได้ลองใช้งานในปี 2024 นี้แล้ว เรียกได้ว่าน่าจะเป็นตัวที่ดีที่สุดแล้ว ทั้งมวลเสียงที่ให้มาแบบหนา ๆ แยกรายละเอียดซ้ายขวาได้ชัดเจน เบสชัดจนรู้สึกได้ แถมเสียงยังดังมาก ๆ เปิดแค่ 50% ก็ได้ยินทั่วทั้งห้องแล้ว

ส่วนใครที่เน้นใช้หูฟังไร้สาย True Wireless เป็นหลัก รุ่นนี้รองรับ Codec มาตรฐานทั้ง Bluetooth 5.3, Bluetooth LE, SBC, AAC, LDAC, APTX, APTX HD ใครเป็นสายเอนเตอร์เทนต้องถูกใจแน่นอน

กล้องถ่ายภาพฟีเจอร์จัดเต็ม แต่…

HONOR Magic6 Pro มากับสเปคกล้องที่เรียกได้ว่าโดดเด่นในหลาย ๆ ด้าน โดยกล้องหลักรอบนี้ได้เพิ่มม่านรับแสงที่สามารถปรับได้ 2 ระยะ f/1.4 – f/2.0 เพื่อช่วยทำเอฟเฟกต์โบเก้ได้ดูเป็นธรรมชาติขึ้นในโหมด Pro นอกจากนี้ ยังเลือกใช้กล้อง Periscope ความละเอียดสูงถึง 180MP มาช่วยในการซูมแบบ In-Sensor แทนที่จะเลือกใช้กล้องระยะ Optical ไกล ๆ เหมือนรุ่นอื่นในตลาด

สเปคกล้องเต็ม ๆ ของ HONOR Magic6 Pro

  • กล้องหลัก 23 มม.: Omnivision Super Dynamic Falcon H9000
    • ความละเอียด 50MP
    • ม่านรับแสงปรับได้ f/1.4 – f/2.0
    • ขนาดเซนเซอร์ 1/1.3″
    • เซนเซอร์กันสั่น OIS + ระบบโฟกัส PDAF + Laser Auto Focus
  • กล้อง Periscope Telephoto 68 มม.: ISOCELL HP3
    • ความละเอียด 180MP (f/2.6)
    • ขนาดเซนเซอร์ 1/1.4″
    • เซนเซอร์กันสั่น OIS + ระบบโฟกัส PDAF
    • ซูม Optical 2.5 เท่า / In-Sensor Zoom
  • กล้อง Ultrawide 13 มม.:
    • ความละเอียด 50MP (f/2.0)
    • ขนาดเซนเซอร์ 1/2.88″
    • มุมกว้าง 122 องศา
    • ระบบโฟกัส PDAF
  • กล้องหน้า 22 มม.:
    • ความละเอียด 50MP (f/2.0)
    • ขนาดเซนเซอร์ 1/2.93″
    • เซนเซอร์ 3D TOF
    • ระบบโฟกัส PDAF

ฟีเจอร์ชูโรง Falcon Camera System

1 ฟีเจอร์ด้านกล้องที่ทาง HONOR ได้ชูมาตลอดหลาย ๆ รุ่นอย่าง Falcon Camera System ในรอบนี้ยังคงมีให้ใช้เหมือนเดิม แต่ได้ย้ายเมนูการเปิดมาให้กดได้สะดวกมากขึ้นบนหน้าหลัก โดยระบบนี้จะช่วยให้ถ่ายภาพวัตถุที่เคลื่อนไหวเร็ว ๆ ได้อย่างแม่นยำ ทั้งคน และสัตว์ แต่สำหรับวัตถุนั้นอาจจะ Detect ได้ยากนิดหน่อย

UI กล้องเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น

Magic OS 8.0 ที่ติดตั้งมากับรุ่นนี้มีการปรับปรุงเมนูกล้องต่าง ๆ ให้กดปรับเปลี่ยนอัตราส่วนภาพ โหมด HDR โทนสี รวมถึงความละเอียด และเฟรมเรตต่าง ๆ ในการถ่ายวิดีโอให้เข้าถึงได้ง่ายมากขึ้น สามารถปรับตั้งค่าด่วน ๆ ได้จากทั้งเมนูด้านบนหน้าจอ หรือจะปัดขึ้นในบริเวณปุ่ม Shutter ก็ได้เช่นกัน

แต่ยังมีอีก 1 จุดที่หลาย ๆ คนที่ใช้งาน HONOR น่าจะยังคงปวดใจอยู่ คือเรื่องของการปรับความเบลอภาพ ที่เมื่อถ่ายในโหมด Portrait แล้วไม่สามารถเข้าไปปรับความเบลอ หรือตำแหน่งที่ต้องการจะให้เบลอในภายหลังได้ กลายเป็นว่าภาพไหนที่ระบบ AI วิเคราะห์วัตถุที่ต้องเบลอผิดพลาด ก็จะทำให้ภาพนั้นเสียไปเลย เพราะไม่สามารถเข้าไปปรับให้ถูกต้องได้ในภายหลังนั่นเอง

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหลัง HONOR Magic6 Pro

HONOR Magic6 Pro ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ Collab แบรนด์กล้องดังเหมือนใครเขา แต่ก็มีรูปแบบโทนภาพให้เลือกปรับถึง 3 แบบ ได้แก่ Natural เน้นความเป็นธรรมชาติ, Vibrant เน้นสีสันดึงรายละเอียดคม และ Authentic ที่ให้ภาพมาในโทนแบบ Retro เติมวิกเน็ตเหมาะสำหรับถ่ายภาพแนวสตรีทเก๋ ๆ

สำหรับงานภาพนิ่งนั้นตัวภาพจะออกไปในโทนอมฟ้า ถ่ายคนสวยปรับหน้าให้เป๊ะตามสไตล์มือถือสัญชาติจีน แต่อย่างไรก็ตาม เรื่องของ HDR เวลาถ่ายย้อนแสงอาจจะยังสู้มือถือเรือธงบ้านเกิดเดียวกันในปีนี้ค่อนข้างยาก ส่วนกล้อง Ultrawide ค่อนข้างได้เปรียบในเรื่องขององศาที่กว้างกว่าหลาย ๆ คู่แข่งพอสมควร

ส่วนกล้องซูม Periscope 180MP ถึงแม้ว่าตัวเลขพิกเซลจะดูเยอะ แต่เอาเข้าจริงแล้ว ตัวกล้องซูมแบบ Optical ได้ในระยะ 2.5 เท่าเท่านั้น โดยจะรองรับการซูมแบบ Lossless Zoom ที่ 10 เท่า ซึ่งเอาเข้าจริงแล้วระยะที่หวังผลได้คือระยะ 5x เท่านั้น หลังจากนั้นภาพจะเริ่มมีขอบฟุ้ง ๆ อย่างเห็นได้ชัด ส่วนภาพซูม 100 เท่า ก็มัวจนดูออกได้ยากว่าเราถ่ายอะไรมา

จนถึงตรงนี้ก็น่าจะตอบได้แบบตรง ๆ ว่าการลดระยะ Optical Zoom มาใช้ In-Sensor Zoom เป็นอะไรที่ไม่ค่อยเวิร์กจริง ๆ นอกจากจะมี AI ที่ดีมาก ๆ มาช่วย

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหน้า HONOR Magic6 Pro

หากจะบอกว่ากล้องตัวไหนที่ HONOR Magic6 Pro ทำได้ดีกว่าคู่แข่งเจ้าอื่น ๆ ก็คงหนีไม่พ้นกล้องหน้า 50MP มุมกว้าง 90 องศาที่มากับเซนเซอร์ TOF 3D และกล้อง Depth เข้ามาช่วยจับความตื้นลึกบนใบหน้า ทำให้ถ่าย Portrait แล้วตัดขอบได้เนียนตากว่ารุ่นอื่น ๆ แถมยังใช้สแกนหน้าแบบ 3D ได้เหมือนกับฝั่ง iPhone ช่วยเสริมความปลอดภัยให้กับตัวเครื่องได้ดีขึ้น

แต่สำหรับโหมด Beauty รุ่นนี้อาจจะไม่ละเอียดเท่าอีกแบรนด์ มีให้เลือกปรับเพียงความเนียน สกินโทนของผิว และเงาบนใบหน้าเท่านั้น ส่วนความเนียนนั้น ถ้าเปิดอ่อน ๆ สักระดับ 3 ถือว่าทำได้ดีมาก ๆ มีการประมวลผลรูขุมขนให้ดูเหมือนไม่เปิด แต่จะมีหนึ่งจุดที่รู้สึกว่าขัดใจเล็ก ๆ คือเรื่องของการ Contour เงาบนใบหน้า ที่ทำออกมาได้ดูเข้มเป็นปื้น ๆ ไปหน่อย จนทำให้หน้าดูหลอกกว่าปกติ

ตัวอย่างงานวิดีโอ HONOR Magic6 Pro

HONOR Magic6 Pro รองรับการถ่ายวิดีโอได้สูงสุด 4K@60FPS ผิดกับรุ่นเรือธงแบรนด์อื่น ๆ ที่ตอนนี้ดันสุด ๆ ได้ถึง 8K@60FPS กันแล้ว ส่วนใครที่นำไปใช้ในงานโปรดักชันระดับ Pro รุ่นนี้รองรับการถ่ายไฟล์ LOG ด้วยความละเอียดสูงสุดเท่ากัน ส่วนในโหมด LUT รองรับที่ 4K@30FPS ในโหมด Movie ส่วนโหมด Pro จะรองรับที่ 1080P@60FPS เท่านั้น

ส่วนในโหมด Movie ที่สามารถเปิดฟีเจอร์ Portrait หน้าชัดหลังเบลอ และ Beauty พร้อมกันได้ จะรองรับการถ่ายที่ความละเอียดสูงสุด 1080P@24 FPS เท่านั้น แต่ในโหมด Auto จะรองรับที่ 1080P@30FPS เช่นเดียวกับกล้องหน้าที่รองรับการถ่ายที่ความละเอียด 4K@30FPS แต่พอใช้ Beauty หรือเบลอหลังแล้วจะลดลงเหลือ 1080P@30FPS ทันที โดยสามารถดูคุณภาพได้จากรีวิวเต็ม ๆ บน YouTube ได้เลย

ประสิทธิภาพเป็นอย่างไร?

แน่นอนว่าเป็นถึงมือถือเรือธง ยังไงเรื่องประสิทธิภาพต่าง ๆ ก็หายห่วง เพราะใช้ทั้งชิปเรือธงรุ่นใหม่ อย่าง Snapdragon 8 Gen 3 ประกบคู่กับความจุแน่น ๆ 12GB + 512GB ใช้ได้ยาว ๆ MagicOS 8 ก็ถือว่าทำได้ลื่นไหลถ่ายทอดมาจากอดีตแบรนด์แม่มาได้อย่างสวยงาม ทั้งแอนิเมชันที่ลื่นไหลเนียนตา

นอกจากนี้ MagicOS 8 ยังมาพร้อมกับฟีเจอร์ PC Mode เปลี่ยนมือถือเป็นคอมขนาดย่อม ๆ เชื่อมต่อจอมอนิเตอร์ได้ อีกทั้งยังมี Air Gesture ที่สามารถใช้มือโบกไปมา เพื่อควบคุมมือถือ หรือกำมือเพื่อแคปหน้าจอได้ด้วย

ส่วนประสิทธิภาพการเล่นเกม เนื่องจากว่าระบบไม่มีโหมดในการมอนิเตอร์เรื่องเฟรมเรต แต่จากการเล่นเกมทั้ง ROV, PUBG Mobile, Arena Breakout และ Genshin Impact ต้องบอกว่ารุ่นนี้สามารถเล่นได้แบบลื่น ๆ ไม่รู้สึกถึงค่าเฟรมเรตที่มีความกระชากจนหงุดหงิดแต่อย่างใด

สำหรับเรื่องของอุณหภูมิความร้อนนั้น ทางเราได้นำตัวเครื่องไปทดสอบถ่ายวิดีโอ 4K@60FPS ในโหมด Pro เพื่อถ่ายในรูปแบบไฟล์ Log ในพื้นที่ร่ม ไม่ได้โดนแดดตรง ๆ ในช่วงเวลาประมาณบ่ายสาม อุณหภูมิประมาณ 35 องศาเป็นเวลากว่า 15 นาที พบว่าตัวเครื่องสามารถจับอุณหภูมิตรงหน้าจอแสดงผลในตำแหน่งที่ตรงกับกล้องได้สูงสุดถึง 50 องศาฯ ส่วนฝาหลังจะมีอุณหภูมิราว ๆ 46 องศาฯ

ซึ่งจุดที่น่าจะร้อน ก็น่าจะเป็นที่ตัวเฟรมขอบเครื่อง ที่หลังการทดสอบ 3D Mark ในอุณหภูมิห้องปกติ เรียกได้ว่ามีร้อนจนสะดุ้งมือ สูงสุดที่ 48 องศาฯ แต่อย่างไรก็ตาม จากที่ได้ลองเล่นเกมจริง ๆ เป็นระยะเวลาติดกันเป็นชั่วโมง ก็อาจจะมีอุ่น ๆ บ้างไม่ได้ร้อนถึงขนาดจับไม่ได้เลย

สเปค HONOR Magic6 Pro

  • จอภาพ : จอโค้ง 3D 4 ด้าน LTPO OLED ขนาด 6.8 นิ้ว
    – ความละเอียด Full HD+ (1280 x 2800 พิกเซล)
    – สว่างสูงสุด 5,000 nits
    – อัตรารีเฟรช 1 – 120Hz
    – รองรับ HDR, PWM Dimming 4320Hz
  • ชิป : Snapdragon 8 Gen 3
  • RAM: 12GB
  • ROM: 512GB
  • กล้อง 3 ตัวระบบ Auto Focus :
    – กล้องหลัก Super Dynamic HONOR Falcon 50MP ขนาด 1/1.3 นิ้ว 50MP (ปรับรูรับแสงได้ f/1.4 – 2.0), ระบบกันสั่น OIS
    – กล้องอัลตราไวด์ 50MP มุมกว้าง 122 องศา (f/2.0) รองรับโหมด Macro 2.5 ซม.
    – กล้อง Periscope Telephoto 180MP (f/2.6), ระบบกันสั่น OIS, ซูมแบบ Optical 2.5x / Digital Zoom 100x
  • กล้องหน้า : 50MP (f/2.0) + TOF 3D, รองรับ Auto Focus, EIS
  • เสียง : ลำโพงคู่สเตอริโอ, ระบบเสียง DTS:X Ultra
  • แบตเตอรี่ : 5,600 mAh
    – รองรับชาร์จไวผ่านสาย 80W
    – รองรับชาร์จไวไร้สาย 66W
  • การเชื่อมต่อ : 5G / Wi-Fi 7 / Bluetooth 5.3 / NFC / Infrared remote control / USB Type-C 3.2 Gen 1
  • เซนเซอร์ : สแกนนิ้วใต้จอ / Accelerometer / Gyro / Proximity / Compass / Color spectrum
  • ความทนทาน : IP68, กระจกจอ NanoCrystal Shield ทนกระแทก SGS 5 ดาว
  • ระบบปฏิบัติการ : Magic OS 8 บนพื้นฐาน Android 14
  • ขนาด / น้ำหนัก
    – รุ่นกระจก 162.5 มม. x 75.8 มม. x 8.9 มม. / 229 กรัม
    – รุ่นหนัง Vegan 162.5 มม. x 75.8 มม. x 8.9 มม. / 225 กรัม

แบตเตอรี่ใช้งานได้นานมั้ย?

HONOR Magic6 Pro มากับอีก 1 ข้อดี ที่เหนือกว่าเรือธงรุ่นอื่น ๆ ในตลาด คือเรื่องของแบตเตอรี่ที่ให้มาเยอะถึง 5,600 mAh แถมยังรองรับชาร์จไวผ่านสาย 80W และชาร์จไร้สาย 66W

ซึ่งจากการทดสอบใช้งานแบบดุ ๆ ทั้งทดสอบถ่ายวิดีโอ 4K@60FPS ในรูปแบบไฟล์ LOG ตอนอุณหภูมิร้อน ๆ ทดสอบ Geekbench, 3D Mark เล่นเกมกราฟิกโหด ๆ ทั้ง ROV, PUBG Mobile, Arena Breakout และ Genshin Impact เป็นเวลารวมกว่า 1 ชั่วโมง รวมแล้วใช้ Screen Time ไปรวม ๆ กว่า 4 ชั่วโมงครึ่ง แบตเตอรี่เหลืออยู่ที่ราว 20%

สรุปการใช้งาน HONOR Magic6 Pro

หากวัดกันที่ราคาเต็ม ไม่หักส่วนลดค่าเครื่องใด ๆ HONOR Magic6 Pro รอบนี้ถือว่าเปิดตัวมากับราคาค่อนข้างสูงพอสมควร ถึงแม้ว่ากล้องจะทำได้ดี แต่ถ้าเทียบกับมือถือเรือธงที่ขายในไทยรุ่นอื่น ๆ ในปีนี้ คู่แข่งถือว่าเหนือชั้นกว่าพอสมควร ทั้งในด้านฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์

แต่สิ่งที่เป็นจุดแข็งที่สุดในรุ่นนี้ คือเรื่องจอแสดงผลที่ถนอมสาย และจอสว่างกว่ารุ่นอื่นในตลาดมาก ๆ ได้ลำโพงคู่ที่เสียงค่อนข้างดีกว่าหลาย ๆ รุ่นที่เคยลองจับมา อีกทั้งยังได้ปริมาณแบตเตอรี่ที่มากกว่าใช้ได้นาน รวมถึงยังรองรับการสแกนหน้าแบบ 3D ซึ่งหลาย ๆ แบรนด์ในยุคนี้เลือกที่จะใช้เป็นระบบ 2D กันหมด

ราคาและโปรโมชั่น

HONOR Magic6 Pro วางจำหน่ายทั้งหมด 2 สี ได้แก่ สีดำวัสดุกระจก Black และสีเขียวอ่อนวัสดุหนัง Vegan ลายคลื่น Epi Green และมีเพียงรุ่นความจุเดียวคือ 12GB + 512GB ในราคา 34,990 บาท  โดยตัวเครื่องจะเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 5 เมษายน 2567 เป็นต้นไป

ดูโปรโมชั่น HONOR Magic6 Pro ได้ที่ >> https://droidsans.com/honor-magic6-pro-thai-price/