ครั้งแรกที่เห็น HONOR Robot Phone ในงาน MWC หลายคน (รวมถึงทีมงาน) คิดว่ามันคงเป็นแค่ต้นแบบทดลองจากจีนที่เอามาโชว์เท่ๆ แล้วก็เงียบหายไป เพราะใครจะไปเอากล้องกิมบอลแบบที่อยู่ใน DJI Osmo Pocket หรือ Insta360 Luna มาติดบนมือถือจริงจัง ในเมื่อกล้องพวกนั้นก็มีขายอยู่แล้ว

แต่ HONOR ทำจริง ผลิตขายจริง และจุดเด่นไม่ได้มีแค่การเป็นสมาร์ทโฟนเครื่องแรกที่วางขายจริงพร้อมกล้องกิมบอล ยังไปจับมือกับ ARRI บริษัทเทคโนโลยีภาพยนตร์ระดับโลก เอาเรื่องของการปรับจูนสีและเวิร์กโฟลว์วิดีโอแบบภาพยนตร์มาใส่ไว้ในเครื่องนี้ด้วย

ตัวกล้องใช้วัสดุไทเทเนียมทำโครง เป็นระบบแขนกลแบบ 4DoF (เคลื่อนที่ได้ 4 ทิศทาง) ร่วมกับกลไกกันสั่นเชิงกล 3 แกนในตัวโมดูลกล้องเอง เวลาไม่ใช้งานกล้องจะพับเก็บเข้าไปในตัวเครื่อง กล้องกิมบอลใช้เซ็นเซอร์หลักตัวเดียวกันทั้งในตำแหน่งพับเก็บและกางออก เมื่อพับเก็บก็ยังใช้เป็นกล้องหลักสำหรับถ่ายภาพทั่วไปได้ปกติ มีฝาเลื่อนมาปิดเลนส์กิมบอลตอนไม่ใช้งาน ฝั่งข้างๆ ยังมีกล้อง Ultra-wide และ Telephoto แยกต่างหาก ไม่ได้โฟกัสแค่กล้องกิมบอลอย่างเดียว

โหมดการใช้งานกล้องกิมบอลมีให้เลือกคล้ายกับพวกกล้อง action cam แบบ Osmo และ Insta ทั่วไป

  • Follow คือโหมดตามการเคลื่อนไหวแบบปกติ
  • Super Steady หรือ Lock ล็อกมุมกล้องไว้ตายตัว ขยับตัวไปทางไหนกล้องก็ยังจ้องเป้าเดิม
  • FPV / FPV Vertical กล้องจะเอียง/หมุนตามการเคลื่อนไหวของตัวกล้องหรือกิมบอลครบทั้ง Pan + Tilt + Roll
  • Auto Tracking ติดตามวัตถุหรือคนแบบอัตโนมัติ

สเปคกล้องคือ เซ็นเซอร์กิมบอลหลัก 200MP ขนาด 1/1.28 นิ้ว รูรับแสง f/1.6 กล้อง Ultra-wide 50MP มุมกว้าง 122 องศา f/2.0 กล้อง Periscope Telephoto 200MP เซ็นเซอร์ 1/1.4 นิ้ว รูรับแสง f/2.6 ซูมออปติคอล 2.7 เท่า (ทดสอบจริงซูมได้ลื่นถึง 10 เท่า) และกล้องหน้า 50MP f/2.0 นอกจากนี้ยังมีชิปประมวลผลภาพเฉพาะทางของตัวเอง HONOR H1 ช่วยแบ่งเบางานด้านวิดีโอจากชิปหลัก

ด้านวิดีโอ ถ่ายได้สูงสุด 4K 120fps รองรับการบันทึกแบบ 10-bit ARRI LogC3 พร้อม ARRI Wide Gamut 3 สำหรับคนทำคอนเทนต์ที่อยากไปแต่งสีต่อ และมี ARRI Looks พรีเซ็ตสีสไตล์ภาพยนตร์ให้เลือกใช้ในตัว

ตัวเครื่องแข็งแรงไหม

หลายคนกังวลเรื่องความทนทานของกลไกกางกล้อง เพราะเป็นชิ้นส่วนเคลื่อนไหวได้ ต่างจากมือถือทั่วไป ทีมงานทดสอบเปิดปิดกล้องมาแล้วกว่า 100 ครั้งในช่วง 1 สัปดาห์ที่ใช้งาน ยังไม่พบความผิดปกติ แต่ยังเป็นแค่การใช้งานระยะสั้น ไม่ใช่บทสรุปเรื่องอายุการใช้งานระยะยาว

ที่น่าสนใจคือจากการทดสอบของทีมงานพบว่าเครื่องมีระบบความปลอดภัยในตัว เมื่อเซ็นเซอร์ตรวจจับว่ากำลังตกอย่างอิสระ ระบบจะปล่อยล็อกกลไกกิมบอลให้ “ฟรี” ทันที ซึ่งน่าจะช่วยลดแรงกระแทกที่ส่งไปถึงฟันเฟืองหรือมอเตอร์ข้างใน พอเก็บเครื่องคืน (กดยกเลิกคำสั่งหรือลองทำใหม่) กลไกจะล็อกกลับเข้าที่เดิม เป็นดีไซน์ที่คิดมาสำหรับอุปกรณ์ที่มีชิ้นส่วนเคลื่อนที่โดยเฉพาะ

ส่วนเรื่องความร้อน ใช้งานกล้องกิมบอลต่อเนื่องแล้วจะรู้สึกถึงความร้อนที่ตัวเครื่องและตัวกล้องชัดเจนกว่าปกติ ส่วนการใช้งานระยะยาว (4 ถึง 5 เดือนขึ้นไป) ยังตอบไม่ได้ในตอนนี้

ระบบกิมบอลหยุดทำงาน เหมือนทำมือถือร่วงลง

สเปค HONOR Robot Phone

  • จอภาพ : OLED ขนาด 6.31 นิ้ว
    • ความละเอียด: 1216 x 2640 พิกเซล
    • รีเฟรชเรต: 120Hz
    • ความสว่างสูงสุด: 6,800 นิต
  • ชิปเซต : Snapdragon 8 Elite Gen 5
    • ชิปประมวลผลภาพ H1
  • หน่วยความจำ: 12GB/ 16GB
  • ความจุตัวเครื่อง: 512GB/ 1TB
  • กล้องหลัง : จำนวน 3 ตัว
    • กล้องหลักกิมบอล 200MP (f/1.6) OmniVision OV52A ขนาด 1/1.28 นิ้ว ระบบกันสั่น CIPA 7.5 และกันสั่น 3 แกน
    • กล้องเทเลโฟโต้ปริทรรศน์ 200MP (f/2.6) ISOCELL HP9 ขนาด 1/1.4 นิ้ว  ระบบกันสั่น CIPA 7.5
      • ออปติคัลซูม 2.7 เท่า
      • ดิจิทัลซูม 200 เท่า
    • กล้องอัลตราไวด์ 50MP (f/2.0) มุมมองกว้าง 122° รองรับมาโคร
  • กล้องหน้า : 50MP (f/2.0)
  • ระบบเสียง : ลำโพงคู่สเตอริโอ
  • แบตเตอรี่ : 7050mAh
    • รองรับชาร์จไว 120W
    • ชาร์จไร้สาย 50W
  • การเชื่อมต่อ:
    • 5G
    • Wi-Fi 7
    • Bluetooth 6.0
  • พอร์ตเชื่อมต่อ: USB-C 3.2 Gen 1
  • เซนเซอร์: เซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอ และ IR Blaster
  • ระบบปฏิบัติการ : MagicOS 10 บนพื้นฐานของ Android 16
  • ความทนทาน: IP54
  • ขนาดตัวเครื่อง : 151.3 x 72.86 x 9.59 มม.
  • น้ำหนัก: 248 กรัม

น้ำหนักคือจุดที่ต้องแลก ตัวเครื่องมาพร้อมหน้าจอขนาดกะทัดรัด 6.3 นิ้ว แต่หนักเกือบ 250 กรัม ถือเป็นมือถือที่หนักที่สุดในกลุ่มขนาดจอใกล้เคียงกันตอนนี้ เพราะน้ำหนักส่วนใหญ่มาจากชุดกล้องกิมบอลและมอเตอร์ข้างใน

คุณภาพงานกล้อง

ลองถ่ายเทียบกับมือถือทั่วไปแล้วโทนสีคุณภาพออกมาในสไตล์เฉพาะตัว มีความสด อมม่วงอมเหลืองนิดๆ ใครชอบโทนนี้จะถูกใจ ส่วนสไตล์เลนส์กิมบอลเองก็ให้มุมมองความสวยงามที่มีวงเบลอ ต่างจากภาพเทเลจากกล้องมือถือทั่วไป

เทียบกับ DJI Osmo Pocket 4P และ Insta360 Luna Ultra

ทดสอบให้ทั้ง 3 เครื่องติดตามวัตถุ (นางแบบเดินไปมา) ทั้งแนวตั้งแนวนอน ผลคือ Robot Phone ตามวัตถุได้ดีไม่แพ้กล้องกิมบอลเฉพาะทาง แต่มีข้อจำกัดคือมีกล้องหลักตัวเดียวสำหรับโหมดกิมบอล ขณะที่ Osmo Pocket และ Luna Ultra มีกล้องคู่ ซูมได้ไกลกว่า (3 เท่าขึ้นไป)

ข้อจำกัด ตอนนี้ขายแค่ในจีน

เครื่องที่รีวิวเป็น ROM จีน ลง Google Play Store ได้ปกติผ่าน Google Play Service แต่บางฟีเจอร์ยังใช้ไม่ได้ 100% เช่น Quick Share ไม่มีให้ใช้ (ต้องพึ่ง Honor Share แทน) และ AI Assistant “Yoyo” ของ HONOR ที่ควบคู่มากับกล้องกิมบอล (หันมามองและคุยกับผู้ใช้ได้) ยังใช้งานได้แค่ในจีนเท่านั้น

ยังไม่มีข่าวว่าจะมีเวอร์ชัน Global หรือไม่ ถ้ามีอาจเป็นไปได้ว่าจะขายแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างมาเลเซีย สิงคโปร์ แต่ยังไม่ชัดเจน

สรุป

HONOR Robot Phone เป็นมือถือที่กล้าเสี่ยงกับไอเดียที่หลายคนมองว่า จะรอดเหรอ เอากล้องกิมบอลแบบที่เคยเห็นแค่ในอุปกรณ์เฉพาะทางมาใส่บนมือถือจริง แถมยังใช้งานได้จริงไม่ใช่แค่ลูกเล่น สเปคตัวเครื่องก็จัดเต็มระดับเรือธง สิ่งที่ต้องแลกคือน้ำหนักตัวเครื่องที่หนักขึ้น และตอนนี้ยังมีขายแค่ในจีน ต้องรอดูว่าจะมีเวอร์ชัน Global ให้จับตามองต่อไปหรือเปล่า

ที่มา: HONOR Global