Samsung Galaxy S26 FE จับเอาสเปคและฟีเจอร์ระดับเรือธงมามัดรวมไว้ในราคาเริ่มต้นไม่ถึง 25,000 บาท ได้ทั้งกระจก Victus+ ทั้งหน้าและหลัง ชิป Exynos 2500 บนสถาปัตยกรรม 3 นาโนเมตร กล้องครบทุกระยะ และการอัปเดตที่ยาวกว่าอายุการใช้งานของคนส่วนใหญ่

หลายคนอยากได้มือถือที่ทนใช้งานได้นานหลายปี แต่ก็ยังอยากได้สเปคที่แรงพอสำหรับการเล่นเกม อยากได้กล้องครบทุกระยะเวลาไปเที่ยวกับเพื่อน และที่ขาดไม่ได้ในตอนนี้ก็คือเรื่องของ AI แล้วทั้งหมดนี้ขอในราคาที่ไม่แรงเกินไปได้ไหม เพราะทุกวันนี้มือถือราคาแพงขึ้นมาก ถ้าโจทย์เป็นแบบนั้น Samsung Galaxy S26 FE น่าจะเป็นคำตอบที่ตรงที่สุดในตอนนี้

Galaxy S26 FE คือมือถือที่จับเอาสเปคและฟีเจอร์ระดับเรือธงมามัดรวมไว้ในราคาที่คุ้มกว่าตัวท็อป ใครที่เป็นแฟนซีรีส์ FE จะรู้ดีว่ารุ่นนี้ใช้กันต่อเนื่องยาวนานหลายปี ถ้าเครื่องในมือตอนนี้เริ่มถึงเวลาต้องเปลี่ยน ลองมาดูกันว่ารุ่นนี้อัปเกรดอะไรขึ้นมาบ้าง

ความทนทานมาก่อน กระจก Victus+ ทั้งหน้าและหลัง

เรื่องแรกที่ต้องพูดถึงคือความทนทาน ตัวกระจกหน้าจอเป็น Corning Gorilla Glass Victus+ และกระจกฝาหลังก็เป็น Victus+ เช่นเดียวกัน โดย Samsung ระบุว่าทนรอยขีดข่วนได้ดีขึ้นถึง 4 เท่า เมื่อเทียบกับกระจกอะลูมิโนซิลิเกต ตามเงื่อนไขการทดสอบของบริษัท

จุดนี้ตอบโจทย์คนที่ดูแลสุขภาพและใส่อุปกรณ์อย่างสมาร์ทวอทช์หรือแหวนสุขภาพอยู่แล้ว เพราะเวลาจับถือเครื่องมันมีโอกาสครูดกับตัวเรือนอุปกรณ์พวกนั้นอยู่เรื่อย ๆ

ตัวเครื่องมาพร้อมเฟรม Armor Aluminum ที่ดูเรียบหรูและแข็งแรง ขนาดกำลังดีไม่หนาไม่บางเกินไปที่ 7.4 มม. น้ำหนัก 193 กรัม สัมผัสแล้วรู้สึกได้ว่างานประกอบดีและดูพรีเมียมขึ้น พร้อมมาตรฐานกันน้ำและกันฝุ่นระดับ IP68

ฝาหลังกระจก Victus+ กับเฟรมอะลูมิเนียม งานประกอบแน่นและดูพรีเมียม

รอบนี้ Galaxy S26 FE มีให้เลือก 3 สี ซึ่งเป็นการหยิบสีไฮไลท์ของ Galaxy S26 Series มาให้ครบ ทั้ง Pistachio, Blueberry และ Graphite

อัปเดตยาว 7 ปี มาตรฐานเรือธง

อีกเรื่องที่ทำให้มือถือใช้ได้นานคือการอัปเดตซอฟต์แวร์ Galaxy S26 FE มาพร้อม One UI 9 บน Android 17 ตั้งแต่แกะกล่อง ถือเป็นรุ่นแรกของซีรีส์ FE ที่ได้ของใหม่ทันที และ Samsung การันตีอัปเดตระบบปฏิบัติการให้สูงสุด 7 รุ่น พร้อมอัปเดตความปลอดภัยนาน 7 ปี

จอสวย กล้องดีครบทุกระยะ

ตัวหน้าจอเป็น Dynamic AMOLED 2X ขนาด 6.7 นิ้ว ความละเอียด Full HD+ ที่ 1080 x 2340 พิกเซล รีเฟรชเรทสูงสุด 120Hz รองรับ HDR10+ และดันความสว่างสูงสุดได้ถึง 1,900 nits

กล้องหลังมี 3 ตัว รองรับการถ่ายภาพตั้งแต่มุมกว้างไปจนถึงระยะเทเลโฟโต้ ประกอบด้วยกล้องหลัก 50 ล้านพิกเซล f/1.8 เซนเซอร์ 1/1.57 นิ้ว พร้อม OIS กล้องอัลตร้าไวด์ 12 ล้านพิกเซล f/2.2 และกล้องเทเลโฟโต้ซูมออปติคอล 3 เท่า 8 ล้านพิกเซล f/2.4 พร้อม OIS

รอบนี้ Samsung ปรับจูนภาพมาได้ดีขึ้น ยังมีความเป็นธรรมชาติอยู่ แต่เรื่องสีผิวและสกินโทนดีขึ้นกว่าเดิมชัดเจน จากที่ได้ลองและจากฟีดแบ็กของทีมงาน เรียกว่าถ่ายแบบปรุงจืดก็ผ่าน ถ่ายแบบปรุงจัดก็จัดจ้านไปเลย

ส่วนฟิลเตอร์รอบนี้ทำมาดีมาก มันไม่ใช่แค่การย้อมสีทับลงไป แต่เป็นการนำรายละเอียดต่าง ๆ ในภาพมาประมวลผลร่วมกับอัลกอริทึม ทำให้รายละเอียดแต่ละส่วนและสีสันในแต่ละภาพดูแตกต่างกันไปในทุกฟิลเตอร์ ใครที่มีสไตล์ที่ชอบและมีภาพเป็น Reference อยู่แล้ว ก็สามารถเอาภาพนั้นมาดูดสีทำเป็น custom filter ไว้ใช้งานเองได้เลย

ระบบประมวลผลภาพช่วยรักษารายละเอียดในช่วงซูมประมาณ 1.1 ถึง 2.9 เท่าให้คมชัดต่อเนื่อง ก่อนจะขยับไปใช้กล้องซูมออปติคอล 3 เท่า จะเห็นว่าตอนที่ถ่ายที่ระยะ 2 เท่า ทั้งภาพปกติและภาพพอร์ตเทรตยังถือว่าคมชัด เก็บกรอบภาพ เก็บขอบตัวแบบ และเก็บเส้นผมได้โอเค

ภาพถ่ายกลางคืนปรับมาให้ดูเป็นธรรมชาติ ไม่ดันแสงจนสว่างโอเวอร์เกินไป แต่ยังเก็บรายละเอียดทั้งส่วนมืดและส่วนสว่างได้ดี อันนี้ต้องยกให้ Pro Visual Engine เวอร์ชันใหม่ที่มาช่วยเรื่องการจัดการ noise และการเก็บรายละเอียดภาพในที่แสงน้อย

ส่วนกล้องเซลฟี่ 12 ล้านพิกเซล รอบนี้รองรับ HDR และได้มุมรับภาพกว้างขึ้นเป็น 85 องศา จากเดิม 80 องศา ช่วยเรื่องการถ่ายกรุ๊ปเซลฟี่กับเพื่อนให้เก็บภาพได้กว้างขึ้น หรือใครชอบเซลฟี่สไตล์มุมกว้างก็ทำได้สบาย

งานวิดีโอที่ทำได้ดีเกินราคา

อีกอย่างที่ชอบใน Galaxy S26 FE คืองานวิดีโอ ใครชอบถ่าย Vlog รุ่นนี้มีโหมด Portrait Video คือถ่ายวิดีโอแบบหน้าชัดหลังเบลอที่ความละเอียดสูงสุด 4K 30 เฟรม ภาพออกมาดูเนียน ฉากหลังดูซอฟต์นุ่ม ๆ เหมือนใช้เลนส์จริง และใช้งานได้ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง

ส่วนโหมดวิดีโอทั่วไปถ่ายได้ที่ 4K 60 เฟรม เผื่ออยากได้ภาพที่ลื่นไหลขึ้นหรือเอาไปทำ instant slow motion ดึงภาพให้ช้าลง ใครอยากได้วิดีโอความละเอียดจัด ๆ กล้องหลักบันทึกวิดีโอความละเอียดสูงสุด 8K ที่ 24 และ 30 เฟรม และถ้าอยากได้สโลว์โมชันคุณภาพสูงก็มี 4K 120 เฟรมให้ใช้ด้วย

เวลาไปถ่าย Vlog บางทีอาจต้องให้เพื่อนช่วยถ่ายให้ แล้วก็กลัวว่าภาพจะสั่นถ้าข้อมือไม่ค่อยนิ่ง เรื่องกันสั่นในตัวเครื่องทำมาได้ดีมาก ถือเดินถ่ายภาพก็เนียนอยู่แล้ว แต่ถ้าใครมือสั่นหรือเอียงมือไม่ตรง ก็ใช้ Horizontal Levelling มาช่วยได้ อันนี้ช่วยรักษาเส้นขอบฟ้าให้ดูตรงได้ แม้ถือเครื่องเอียงไปในระดับหนึ่ง

Galaxy AI ที่ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน

ใครที่เคยเห็นฟีเจอร์ Galaxy Fan Cam มาแล้ว บน Galaxy S26 FE ก็ทำได้เหมือนกัน คลิปที่จะเอามาใช้จะถ่ายมาเองก็ได้ ไปถ่ายการแสดงหรือถ่ายคอนเสิร์ตมาก็ได้ หรือจะเป็นคลิปก่อนหน้าที่ถ่ายเก็บไว้แล้วก็ได้ อยากทำเป็นแฟนแคมเพื่อครอปแล้วให้ซอฟต์แวร์ tracking ตามศิลปินคนที่เราต้องการไปคนเดียวตลอดทั้งคลิปก็ทำได้ แล้วยังเลือกปรับขนาดเฟรมได้หมด อยากได้แบบ square 1:1 ไปลง IG หรืออยากได้ทรงแนวตั้ง 9:16 ไปลงพวกคลิปสั้นก็ทำได้

ถ้าในคลิปมีเสียงรบกวนเยอะเกินไป ก็ใช้ Audio Eraser มาแต่งเพิ่มเติมได้ พอกดให้มันวิเคราะห์คลิปให้แล้ว มันจะแยกเสียงให้หมดเลย ทั้งเสียง ambient รอบข้าง เสียงรถยนต์ เสียงดนตรี เสียงร้อง แล้วจะกด auto ให้มันเลือกลดเสียงเองก็ได้ หรือจะเลือกปรับเอาเสียงที่ไม่ต้องการออกไปเองก็ได้ คลิปที่ได้ก็จะเสียงใสครบแบบที่เราต้องการ

ส่วนการแก้ไขภาพถ่ายมี Photo Assist ถ้าถ่ายภาพมาแล้วลืมสังเกตองค์ประกอบในภาพ แล้วมีสายไฟหรือปลั๊กไฟโผล่มาไม่รู้ตัว ก็แค่ลากเลือกบริเวณนั้น ตัวเครื่องจะ detect เจอแล้วลบให้เลย จากภาพที่ตอนแรกมีปลั๊กไฟดูไม่สวย ตอนนี้สายไฟกับปลั๊กไฟหายไปเรียบร้อย

นอกจากนั้นยังมี Creative Studio เผื่อใครอยากสร้างการ์ดสวัสดีวันจันทร์วันอังคารแบบมีดอกไม้ให้ครบเครื่อง ก็ใช้ Creative Studio ทำได้เลย ได้รูปได้การ์ดมาแล้วเอาไปโพสต์หรือส่งตามแชทส่ง LINE ก็ได้ แต่ที่อยากให้ลองคือเอารูปถ่ายของเราไปทำเป็นสติกเกอร์เป็นเซตได้เลย ถึงเวลาก็ส่งผ่านแชทผ่าน LINE ได้ด้วย อันนี้เพื่อนเซอร์ไพรส์แน่นอน

ฟีเจอร์ยอดฮิตอย่าง Circle to Search รอบนี้ไม่ใช่แค่วงแล้วค้นหาสิ่งที่ต้องการได้แล้ว เพราะมีการตีบวกเพิ่ม Find the Look เข้ามา ถ้าไปเจอภาพศิลปินหรือเซเลบที่เราชอบแล้วอยากรู้ว่าเสื้อ กางเกง กระโปรง กระเป๋าที่ใส่มันคืออะไร ก็ใช้ Circle เหมือนเดิม วงไปเลยแล้วกด Find the Look เพื่อให้มันไปเช็คว่าเสื้อผ้ากระเป๋าและ accessory เหล่านั้นมาจากไหนและหาซื้อได้ที่ไหน อันนี้โดนใจสายแฟชั่นแน่นอน

ตัว Galaxy AI ยังรองรับการแปลภาษาข้ามไปมาได้หลายภาษามาก รวมถึงภาษาไทยที่รองรับมาตั้งแต่แรก ๆ นอกจากการบันทึกเสียงและการถอดคำ อีกอย่างที่ใช้บ่อยคือการแปลแชท อันนี้สะดวกมาก บางทีทำงานกับลูกค้าที่ติดต่อมาเป็นภาษาอื่น ก็ใช้ Galaxy AI แปลภาษาที่เขาพิมพ์มาเป็นภาษาไทย แล้วเราพิมพ์ไทยกลับไปมันก็แปลกลับเป็นภาษาของทางนั้นให้ด้วย

เวลาแชทอยู่จะมีอีกฟีเจอร์คือ Now Bar ที่คอยดักจับคำเกี่ยวกับวัน เวลา และสถานที่ ถ้ามีการพิมพ์นัดหมายอย่างเช่นเดี๋ยวไปเจอกันที่สนามเทนนิส ถ้ามีการระบุชื่อสถานที่ขึ้นมา มันก็จะเด้ง Now Bar ขึ้นมาเป็นโลเคชันบน Google Maps ที่แปะลงไปในแชทได้เลย หรือถ้าเป็นเรื่องการนัดหมายตารางต่าง ๆ มันก็จะไปลิงก์กับปฏิทินของเราว่าอยู่วันไหนและมีอะไรชนกันหรือเปล่า

ส่วน Now Brief ที่เคยอัปเดตให้เราทุกเช้าทุกเที่ยงทุกเย็น ปกติจะมีแค่เรื่องสภาพอากาศ อุณหภูมิเล็กน้อย หรือเรื่องสุขภาพถ้าใส่ Galaxy Watch หรือ Galaxy Ring แต่ตอนนี้เราเลือกเอาข้อมูลบางอย่างที่อยากให้แสดงบน Now Brief เพิ่มเติมเข้าไปจากแอปได้ อยากให้เตือนเพิ่มเรื่องอะไรก็กดเลือก Custom ทำเองได้เลย

และไม่ได้มีแค่ Galaxy AI เพราะรุ่นนี้แถม Google AI Pro ให้ใช้งานฟรี 6 เดือน พร้อมความจุคลาวด์อีก 5TB

ความปลอดภัยที่อัปเกรดมารับมือมิจฉาชีพ

อีกเรื่องที่สำคัญคือความปลอดภัยในการใช้งาน เพราะตอนนี้ทั้งสแกมเมอร์และมิจฉาชีพเต็มไปหมด Samsung เองก็พัฒนา Auto Blocker ให้ใช้งานกันมาหลายเวอร์ชันหลายรุ่น ตอนนี้อัปเกรดขึ้นมาอีก ถ้ามีการส่งข้อความหรือส่งลิงก์ให้โหลดแอปพลิเคชันมาติดตั้งบนตัวเครื่อง อันนี้คือจะบล็อกเลยติดตั้งไม่ได้ แม้จะเป็นการอัปเดตแอปพลิเคชันที่หน้าตาเหมือนเดิมชื่อเดิม แต่ถ้าไม่ได้มาจากแหล่งที่น่าเชื่อถืออย่าง Google Play Store มันก็จะไม่ยอมอัปเดตให้เด็ดขาด การเปิด Auto Blocker เอาไว้ช่วยลดความเสี่ยงจากการติดตั้งแอปพลิเคชันผ่านแหล่งที่ไม่รู้จักได้มาก แต่ผู้ใช้ยังควรตรวจสอบข้อความ ลิงก์ และแหล่งที่มาด้วยตัวเองอยู่เสมอ

ตอนนี้ยังมีอีกฟีเจอร์เพิ่มเข้ามาคือ Call Screening ที่ช่วยคัดกรองสายเรียกเข้า และถ้าใครเคยได้ยินข่าวเกี่ยวกับการเสียบสาย USB เข้ามาแล้วอาจแอบดึงข้อมูลเราไป อันนี้ก็มีการบล็อกไว้เช่นเดียวกัน ช่วยป้องกันการเข้าถึงหรือถ่ายโอนข้อมูลผ่าน USB โดยขึ้นอยู่กับการตั้งค่าและสถานะการปลดล็อกเครื่อง

ชิป Exynos 2500 บนสถาปัตยกรรม 3 นาโนเมตร

มาถึงสเปคภายใน ตัวชิปเซ็ตเป็น Exynos 2500 ที่ผลิตบนสถาปัตยกรรม 3 นาโนเมตร เป็นชิป 10 คอร์ มากับ GPU Xclipse 950 ประสิทธิภาพโดยรวมทั้งการประมวลผลและการจัดการพลังงานดีขึ้นกว่าชิปรุ่นก่อน โดย Samsung เคลมว่า NPU สำหรับงาน AI ดีขึ้น 42% CPU ดีขึ้น 20% และ GPU ดีขึ้น 34% ทำงานคู่กับ RAM 8GB และพื้นที่เก็บข้อมูลแบบ UFS 4.0

ตอนที่ลองเล่นเกม ถ้าเป็น Mobile Legends สามารถเลือกปรับ Frame Rate สูงได้ เล่นได้ลื่น ๆ สบาย ๆ ส่วนเกมอื่นที่จับเฟรมเรทมาได้เป็นตัวเลขก็อยู่ในระดับที่น่าพอใจ

เกมการตั้งค่าเฟรมเรทเฉลี่ยจุดที่ร่วงต่ำสุด
Mobile Legendsเปิดโหมดเฟรมเรทสูงลื่นตลอดการเล่นไม่พบอาการสะดุด
RoVปรับสูงสุดที่เพดาน 60 เฟรม59 ถึง 60 เฟรมคงที่ทั้งตอนเดินเลนและทีมไฟท์
Call of Duty Mobileกราฟิกระดับกลาง เปิดโหมดเฟรมเรทสูง118 ถึง 120 เฟรมดรอปเล็กน้อยช่วงเอฟเฟกต์หนัก
Genshin Impactปรับกราฟิกและเฟรมเรทแล้ว48 ถึง 50 เฟรม40 เฟรมในคัตซีนท่า Ultimate ของบอส

แบตเตอรี่และการชาร์จ

รุ่นนี้มาพร้อมแบตเตอรี่ความจุ 4,900 มิลลิแอมป์ จากที่ทดสอบมาเบื้องต้นได้ผลออกมาตามนี้

การทดสอบระยะเวลาแบตเตอรี่ที่ลดลง
ดู YouTube ความละเอียด 4K HDR 60fps1 ชั่วโมง7%
เล่นเกมต่อเนื่อง1 ชั่วโมง11%

ส่วนเรื่องการชาร์จไว รุ่นนี้รองรับการชาร์จแบบมีสายที่ 45 วัตต์ ถ้าเป็นการชาร์จไร้สายก็รองรับที่ 15 วัตต์ และยังชาร์จไร้สายย้อนกลับให้อุปกรณ์อื่นได้ด้วย

ราคาและโปรโมชัน

ความจุราคา
128GB24,900 บาท
256GB28,900 บาท

โปรโมชันช่วงเปิดตัวมีตั้งแต่วันที่ 28 สิงหาคม ถึง 27 กันยายน 2569 ประกอบด้วยออปชันอัปความจุ 2 เท่า จ่ายในราคาเดิมแต่ได้พื้นที่เก็บข้อมูลเป็น 256GB คิดเป็นมูลค่าส่วนต่าง 4,000 บาท หรือจะเลือกทยอยจ่ายผ่าน Samsung Finance+ โดยดาวน์เริ่มต้น 0 บาท ผ่อนได้สูงสุด 24 เดือน ส่วนอะแดปเตอร์ 45 วัตต์ มูลค่า 1,090 บาท แถมให้เฉพาะผู้ที่จองภายใน 10 วันแรก คือวันที่ 28 สิงหาคม ถึง 6 กันยายน 2569 เท่านั้น

สรุป

จากที่ได้ลองเล่นมา ใครที่กำลังหามือถือดี ๆ สักเครื่องที่ใช้งานทน ๆ อยู่ได้ยาว ๆ และอัปเกรดซอฟต์แวร์ต่อเนื่องหลายปี Galaxy S26 FE เครื่องนี้น่าจะเป็นคำตอบที่โดนใจ เพราะได้ทั้งกระจก Victus+ ทั้งหน้าและหลัง อัปเดตระบบปฏิบัติการสูงสุด 7 รุ่นกับอัปเดตความปลอดภัย 7 ปี กล้องครบทุกระยะที่ปรับจูนสีผิวมาดีขึ้น งานวิดีโอที่ทำได้ถึง 8K พร้อมกันสั่นที่ไว้ใจได้ และชุดฟีเจอร์ Galaxy AI ที่ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน ในราคาที่เริ่มต้นไม่ถึง 25,000 บาท (ทอนร้อยนึง)

ที่มา: Samsung