Android Device Reviews

[Review] รีวิว vivo V5Plus เจ้าแม่เซลฟี่ กับกล้องหน้าคู่ความละเอียด 20 + 8 ล้านพิกเซล

ก่อนหน้านี้เราได้ทำการแกะกล่องพรีวิว vivo V5Plus สมาร์ทโฟนเจ้าแม่เซลฟี่ที่มาพร้อมกับกล้องหน้าคู่กันไปแล้ว ซึ่งหลังจากที่ได้ลองเล่น ลองใช้มาซักพัก ก็ได้เวลาที่จะเอามารีวิวให้เพื่อนๆ ได้อ่านได้ดูกันแล้วล่ะ เอาเป็นว่าเรามาดูกันดีกว่าว่าเจ้า V5Plus สมาร์ทโฟน 13,990 บาท นั้นจะมีการใช้งานจริงเป็นอย่างไรและกล้องหน้าคู่จะทำอะไรได้บ้าง มาดูกันเลยครับ

ใครที่ยังไม่ได้ดูการแกะกล่องพรีวิวรวมไปถึงสเปคต่างๆ ของ V5Plus ก็สามารถที่จะย้อนกลับไปดูบล็อกเก่าก่อนหน้านี้ได้เลยครับ

ตัวเครื่องและการดีไซน์

ครั้งแรกที่ได้เห็นหน้าตาของ V5Plus ก็ถุึงกับร้องอุทานในใจว่า “เฮ้ย! นี่มันผลไม้นี่หน่า!!” แต่ขอไม่พูดถึงเรื่องนี้ดีกว่า โดยตัวเครื่องของ V5Plus นั้นใช้วัสดุเป็นโลหะ ที่เมื่อถือในมือก็ให้ความรู้สึกว่ากำลังถือสมาร์ทโฟนบอดี้โลหะอยู่จริงๆ เพราะไม่ได้มีการเคลือบเงาที่ตัวเครื่องแบบบางเจ้า ซึ่งอันนี้แล้วแต่คนจะชอบว่าชอบแบบไหนมากกว่า

หน้าจอขนาด 5.5 นิ้ว นั้นนับว่าเป็นขนาดมาตรฐานของสมาร์ทโฟนในยุคนี้ไปแล้ว ซึ่ง V5Plus นั้นมึรูปทรงสูง แต่เรียว ทำให้เวลาถือนั้นถือเข้ามือพอดี แต่ว่าเวลาจะเอื้อมไปแตะด้านด้วยมือเดียวอาจจะต้องเล่นท่ายากซักเล็กน้อย

ความสว่างหน้าจอของ V5Plus ถือว่ามีความสว่างเพียงพอที่จะสู้กับแสงแดดภายนอกได้ และเมื่ออยู่ในช่วงเวลากลางคืนก็สามารถปรับลดความสว่างลงมาได้มืดเลยทีเดียว ทำให้ไม่หน้าจอไม่สว่างจนเกินไป แถมยังมีโหมดตัดแสงสีฟ้าสำหรับใช้เล่นตอนกลางคืนอีกด้วยครับ

ปุ่มพาวเวอร์ที่ด้านขวาของตัวเครื่องอยู่ในตำแหน่งที่พอเหมาะกับนิ้วโป้งขวาพอดี ไม่จำเป็นต้องจัดการวางนิ้วเลยแม้แต่น้อย โดยปุ่มพาวเวอร์และปุ่มเพิ่ม-ลดเสียงนั้นมีช่องว่างห่างกันที่พอกำลังดี ทำให้รู้ได้เลยว่ากำลังกดปุ่มไหนอยู่

แต่จุดที่อาจจะทำให้การถือ V5Plus นั้นรู้สึกแปลกๆ ก็คือบริเวณระหว่างขอบตัวเครื่องกับกระจกหน้าจอ เพราะว่าเมื่อลากนิ้วผ่านแล้วรู้สึกคมเล็กน้อย ทำให้รู้สึกไม่ค่อยสบายเท่าไหร่นัก แต่เมื่อใส่เคสที่แถมมาให้ก็ไม่รู้สึกแล้ว

vivo มีการโฆษณาว่าปุ่มโฮมที่ทำหน้าที่เป็นเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือสามารถปลดล็อคได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งก็ต้องบอกว่า เร็วจริง ครับ และแม่นยำใช้ได้เลยทีเดียว นอกจากนี้เรายังสามารถที่จะแตะเพื่อที่จะกลับไปยังหน้าโฮมโดยไม่จำเป็นต้องกดเลยก็ได้ ส่วนปุ่ม recent app และปุ่ม back นั้นอยู่ทางด้านซ้ายและขวาของปุ่มโอมอีกทีนึง

ประสิทธิภาพการใช้งาน

vivo V5Plus ใช้ชิป Qualcomm Snapdragon 625 Octa-core 2.0GHz บวกกับ RAM 4GB เป็นตัวขับเคลื่อน โดยชิป Snapdragon 625 นับว่าเป็นชิประดับกลางที่ถือว่ามีประสิทธิภาพเพียงพอกับการใช้งานปัจจุบันแล้ว ซึ่งการใช้งานจริงของ V5Plus ก็ถือว่าทำออกมาได้ดี สามารถใช้งานลื่นไหล เล่นเกมส์ 3D หนักๆ ก็ไม่มีปัญหาอะไร

RAM 4GB ช่วยให้การสลับแอพนั้นลื่นไหลมากขึ้น ไม่จำเป็นต้องรอแอพเปิดใหม่ตลอดเวลา ส่วนผลการทดสอบ AnTuTu ก็ได้คะแนนอยู่ที่ 62687 ซึ่งพอๆ กับสมาร์ทโฟนที่ใช้ชิป Snapdragon 625 รุ่นอื่นๆ แต่ปัญหาที่เจออย่างนึงคือ การแจ้งเตือน ที่ดูเหมือนจะมีดีเลย์เล็กน้อย เมื่อวางอีกเครื่องไว้ข้างๆ กัน (ในที่นี้คือ Huawei P9) และต่อ Wi-Fi เดียวกัน ก็รู้เลยว่า V5Plus นั้นแจ้งเตือนช้ากว่า 3-5 วินาที

แบตเตอรี่

แบตเตอรี่ขนาด 3,160 mAh ใน V5Plus นั้นใหญ่พอที่จะสามารถใช้งานได้ทั้งวันโดยไม่ต้องชาร์จ เท่าที่ได้ทดสอบมาคือ ถ้าไม่เล่นเกมส์หนักๆ หรือดูวิดีโอเยอะๆ ก็สามารถใช้งานได้ตั้งแต่เช้าอีกวันไปจนถึงเช้าของอีกวันได้แบบสบายๆ แต่ถ้าเล่นเกมส์หรือดูวิดีโอผ่าน YouTube ก็อยู่ได้จนถึงดึกๆ เลยละครับ ไม่จำเป็นต้องวิ่งหาสายชาร์จตั้งแต่หัววันแน่นอน น่าเสียดายที่ตัวดูการใช้งานของแบตเตอรี่ใน V5Plus นั้นไม่บอกว่าเราใช้งานหน้าจอไปทั้งหมดกี่ชั่วโมง แต่ถ้าให้เดาคร่าวๆ ก็สามารถใช้งานได้เกิน 5 ชั่วโมงแน่นอน

ในเรื่องของการชาร์จไฟนั้น vivo ได้ทำการใส่เทคโนโลยีที่มีชื่อว่า Dual-engine quick charge หรือ การชาร์จด่วนด้วยโปรแกรมคู่ ที่ทำให้ชาร์จไฟได้เร็วขึ้น ซึ่งเท่าที่ลองสังเกตก็ชาร์จได้ประมาณนาทีละ 1% ครับ

เสียง

vivo-v5-plus-9

หากใครรู้จักชื่อ vivo ก็คงจะรู้ว่าขึ้นชื่อเรื่องของเสียงอยู่แล้ว โดย V5Plus ก็ได้ใส่ชิปเสียง AK4376 มาด้วย ทำให้ได้เสียงที่ดี ซึ่งการจะฟังให้ได้อรรถรสนั้นต้องใส่หูฟัง เพราะว่าระบบ Hi-Fi จะสามารถเปิดใช้งานได้ก็ต่อเมื่อเสียบหูฟังเท่านั้น

เราสามารถเลือกใช้งานระบบ Hi-Fi กับ YouTube ก็ยังได้ แต่ว่าใช้กับ Apple Music ไม่ได้นะ ฮ่าๆ

ซอฟต์แวร์

V5Plus มาพร้อมกับ Android เวอร์ชั่น 6.0.1 Marshmallow ที่ถูกครอบด้วย Funtouch OS 3.0 ของทาง vivo อีกทึหนึ่ง ซึ่งถ้าหากว่าใครย้ายมาจากทางฝั่ง iOS ก็แทบไม่จำเป็นที่จะต้องปรับตัวอะไรมากมายเลยครับ เพราะทั้งหน้าตาและไอคอน รวมไปถึงหน้าการตั้งค่า แต่ยังดีที่สามารถวาง widget ได้ ไม่งั้นคงจะเหมือนจนเกินไป

ปัญหาใหญ่ของสมาร์ทโฟนแบรนด์ vivo นั้นคือเรื่องของการอัพเดทเวอร์ชั่น Android ซึ่ง vivo นั้นก็ขึ้นชื่อว่าเป็นนักลอยแพตัวยงอยู่แล้ว แต่ไม่ใช่ว่าจะไม่มีการอัพเดทเฟิร์มแวร์เลยนะครับ เพราะว่าก็ยังคงได้รับอัพเดทพวกแพทช์ความปลอดภัย และ Funtouch OS อยู่เป็นบางครั้งบางคราว

Notification & Quick Settings

ปกติแล้วสมาร์ทโฟน Android จะทำการใส่แถบ notification และ quick settings ไว้ข้างบน แต่ว่าสำหรับ vivo V5Plus นั้นจะแยกกันอยู่ โดยแถบ notification จะยังคงเป็นการลากจากข้างบนลงมาเหมือนเดิม แต่ในส่วนของ quick settings นั้นจะอยู่ข้างล่างแทน (ลากจากล่างขึ้นบน)

ตัวเลือกใน quick settings ก็มีเยอะแยะมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการปรับความสว่างหน้าจอ การปรับเสียงมีเดีย (ไม่ใช่เสียงเรียกเข้า) การเปิดปิดโหมดเครื่องบิน เปิดไฟฉาย แคป/อัดหน้าจอ และอีกมากมาย ดูได้ตามภาพเลยครับ

Themes

การปรับเปลี่ยนธีมนับว่าเป็นฟีเจอร์สามัญสำหรับสมาร์ทโฟน Android ไปแล้ว (ยกเว้น Pure Android ที่ยังไม่ยอมทำซักที) ซึ่ง vivo ก็สามารถทำการเปลี่ยนธีมได้เช่นเดียวกัน แต่เท่าที่ดูแล้วก็ยังมีให้เลือกไม่เยอะเท่าไหร่ และเรายังเลือกไอคอนของตัวเองไม่ได้ด้วย เรียกได้ว่ายังไม่ค่อยครบเครื่องซักเท่าไหร่นัก

ฟีเจอร์อื่นๆ

ในส่วนของการตั้งค่าใน V5Plus ก็ยังมีฟีเจอร์ให้เราสามารถลองเล่นได้เยอะพอสมควร โดยเมื่อเราลองเลื่อนลงมาด้านล่างสุดก็จะเห็นฟีเจอร์อย่าง

  • การใช้งานอัจฉริยะ (Smart motion)
  • ฟังก์ชันหลายหน้าจอแบบอัจฉริยะ (Smart split)
  • การใช้งานมือเดียว (One-handed)
  • ภาพหน้าจอพิเศษ (Super screenshot)
  • เริ่มต้นใช้งานด่วน (Smart click)

โดยเมื่อเรากดเข้าไปในฟีเจอร์ต่างๆ ด้านบน ก็จะมีฟีเจอร์ย่อยอื่นๆ ข้างในอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น การเลือกกดปุ่มโฮมสองครั้งเพื่อเปิดกล้อง ไฟฉาย หรือ Facebook (จำเป็นขนาดนั้นเลยหรอ ฮ่าๆ)

นอกจากนี้ก็ยังมีการเปิดใช้งาน 2 หน้าจอ แต่ว่าเปิดได้เพียงแค่บางแอพเท่านั้น รวมไปถึงฟีเจอร์การวาดมือผ่านเมื่อหน้าจอปิดอยู่เพื่อดูการแจ้งเตือนต่างๆ ก็ยังมี อีกหนึ่งตัวอย่างก็คือ การเขย่าเพื่อเปิดไฟฉาย ซึ่งก็น่าจะเป็นฟีเจอร์ที่ดี แต่ปัญหาคือ เราไม่สามารถเขย่าเพื่อปิดได้

กล้อง

vivo-v5-plus-10

ในที่สุดก็มาถึงเรื่องของกล้องแล้วครับ แต่ก่อนที่จะไปพูดถึงจุดขายของ V5Plus อย่างกล้องหน้า เรามาเริ่มที่กล้องหลังกันก่อนดีกว่า โดย V5Plus นั้นมาพร้อมกับกล้องหลังความละเอียด 16 ล้านพิกเซล F2.0 และไฟแฟลชอีกหนึ่งดวง

แอพกล้องของ V5Plus นั้นดูเรียบง่าย และก็ดูใกล้เคียงกับของทางฝั่ง iPhone อีกเช่นเคย โดยเราสามารถที่จะเลื่อนซ้าย เลื่อนขวาเพื่อเปลี่ยนโหมดถ่ายภาพได้ ไม่ว่าจะเป็น โหมดถ่ายภาพ โหมดใบหน้าสวย พาโนรามา และ การบันทึกวิดีโอ

นอกจากนี้ก็ยังมี โหมดการถ่ายภาพมืออาชีพ ที่เราสามารถจะปรับเปลี่ยน EV, ISO, shutter speed, temperature และ focus ได้ เรียกได้ว่าค่อนข้างครบ แถมยังมีฟีลเตอร์ให้เลือกใช้ได้อีกมากมาย ส่วนการโฟกัสนั้นนับว่าเร็วและแม่นยำใช้ได้เลยละ

สำหรับภาพที่ได้จากกล้องหลังของ V5Plus นั้นถือว่าอยู่ในระดับที่ดีเมื่อมีสภาพแสงที่ดี แต่ถ้าหากว่าเป็นการถ่ายตอนกลางคืนก็จะเห็น noise ได้อย่างชัดเจน ซึ่งภาพที่ได้นั้นขาดความคมอยู่บ้าง แต่ถ้าใช้สำหรับดูบนมือถือหรือบนโซเชียลมีเดีย ก็ถือว่าไม่มีปัญหาอะไรครับ

vivo-v5-plus-11

ถึงเวลาของจุดขายของ V5Plus จริงๆ แล้วละ นั่นก็คือกล้องหน้าคู่ความละเอียด 20 + 8 ล้านพิกเซล F2.0 ที่ใช้เซนเซอร์ Sony IMX376 แถมมี Auto Focus อีกด้วย โดยการใส่กล้องคู่มาครั้งนี้ก็เพื่อให้สามารถถ่ายภาพแบบ Bokeh หรือการถ่ายหน้าชัดหลังเบลอได้ ซึ่งเป็นจุดเด่นของรุ่นนี้ครับ

หน้าตาการใช้งานตอนสลับมากล้องหน้านั้นเหมือนกับตอนเป็นกล้องหลัง แต่มีจุดต่างตรงที่เราสามารถเลือกใช้งาน โหมด Bokeh ได้ โดยเมื่อเราเลือกโหมด Bokeh แล้ว เราสามารถที่จะกดที่หน้าจอเพื่อเลือกจุดโฟกัส พร้อมกับปรับค่า F เพื่อที่จะให้ภาพนั้นเบลอมาก เบลอน้อย ได้ตามใจชอบ

เมื่อเราถ่ายโหมดหน้าชัดหลังเบลอแล้ว เราสามารถที่จะเลือกเปลี่ยนจุดโฟกัส หรือว่าเปลี่ยนค่า F เพื่อปรับลดความเบลอทีหลังได้ครับ

โหมดบิวตี้

โหมด Bokeh และ Moonlight แฟลช

สรุป

ด้วยหน้าตาของทั้งตัวเครื่องและ User Interface ที่ละม้ายคล้ายคลึงกับทางฝั่ง iPhone ทำให้หลายๆ คนอาจจะเข้าใจผิดได้ง่าย แต่ vivo V5Plus ก็ไม่ได้น้อยหน้าไปกว่ากันเลย ด้วยตัวเครื่องโลหะที่ให้ความรู้สึกที่ดี รวมไปถึงหน้าจอที่ให้สีสันสวยงามและสามารถสู้แสงได้ดี ส่วนการใช้งานก็ลื่นไหล แบตอึดสามารถใช้งานได้เต็มวัน และยังได้ชิปเสียงมาช่วยเพิ่มอรรถรสในการฟังเพลงอีกด้วย แต่จุดที่เป็นเอกลักษณ์จริงๆ ของ V5Plus นั้นอยู่ที่กล้องหน้าคู่ ที่มาพร้อมกับฟีเจอร์หน้าชัดหลังเบลอ เพื่ออัพเลเวลให้กับการถ่ายเซลฟี่

ทาง vivo นั้นวางจำหน่าย V5Plus ในราคา 13,990 บาท ซึ่งต้องบอกเลยว่าเป็นช่วงราคาที่มีการแข่งขันสูงมาก แต่ V5Plus ก็มีจุดเด่นของตัวเองที่แบ่งแยกออกมาได้อย่างชัดเจน ซึ่งถ้าใครชอบการถ่ายเซลฟี่เป็นชีวิตจิตใจก็นับว่า V5Plus เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจไม่ใช่น้อยเลยละครับ

2 Comments

  1. badpig

    badpig Post on February 26, 2017 at 12:06 am

    #973017

    ขอบคุณคับ
    V5Plus นี่ หน้าจอยังอมแดงแบบ V5 ไหมครับ

    เบลอ.. หลังชัดหน้าเบลอนี่ software เค้าพยามมากเลยนะ แต่เบลอเฉพาะช่วงหน้าและคอ ตรงแขนและกระเป๋าเสื้อคนข้างหน้ายังชัดๆอยู่นะ
    สู้ๆ นะ

  2. theproject

    theproject Post on February 26, 2017 at 2:35 am

    #973023

    โอ้แม่เจ้า….กล้องหน้าคู่20ล้าน

Leave a Reply

To Top