Xperia XA1 Plus นั้นเป็นมือถืออีกรุ่นนอกเหนือจากเรือธงที่ถูกเปิดตัวมาในช่วงงาน IFA 2017 ที่ผ่านมา โดยจุดเด่นของรุ่นนี้จะอยู่ที่การใส่เซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือถือมาให้ เพราะว่าก่อนหน้านี้จะมีเพียงรุ่นเรือธงของโซนี่เท่านั้นที่จะได้ใช้ นอกจากนี้แล้วก็ยังมีจุดเด่นสะดุดตาอย่างสีเครื่อง ที่มีสีชมพูและฟ้าออกมาด้วย เอาล่ะ มาดูกันไปทีละอย่างกันดีกว่าครับว่าหลังจากผมใช้งานมาร่วม 2 สัปดาห์ จะเป็นอย่างไรบ้าง

สเปคของ Xperia XA1 Plus

  • จอขนาด 5.5 นิ้ว ความละเอียด Full-HD 1080 x 1920
  • CPU MediaTek Helio P20 octa-core
  • GPU Mali-T880 MP2
  • RAM 4GB, ROM 32GB
  • รองรับ MicroSD สูงสุด 256GB
  • กล้องหลัง 23 ล้านพิกเซล 1/2.3″ Hybrid Auto-focus, 5x Clear zoom
  • กล้องหน้า 8 ล้านพิกเซล 1/4″, Autofocus
  • แบตเตอรี่ 3,430 mAh
  • การเชื่อมต่อ A-GNSS (GPS + GLONASS) / Bluetooth 4.2 / NFC
  • ใช้งานพอร์ท USB Type-C
  • ขนาดเครื่อง 155 x 75 x 8.7 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก 190 กรัม
  • สีมีทั้งหมด 4 สี ได้แก่ ทอง, ดำ, น้ำเงิน, ชมพู
  • Android Nougat 7.0

ตัวเครื่องและวัสดุ

บอดี้ของ Xperia XA1 Plus นั้นได้การออกแบบมาตามแนวของ Loop Design คล้ายรุ่นอื่นๆ ของโซนี่ โดยจะมีขอบข้างที่ทำให้โค้งเว้าเข้ากับมือเวลาถือ ในส่วนของวัสดุนั้นผมเข้าใจว่าเป็นพลาสติกครับ และใช้สีช่วยให้ดูด้านๆ ออกไปทางโลหะ พูดถึงเรื่องสี ก็ต้องบอกว่าสีสันของ Xperia XA1 Plus นี่สุดติ่งกระดิ่งแมวจริงๆ ครับ (ยังมีคนใช้คำนี้อยู่มั้ยนะ) เครื่องรีวิวที่ผมได้มาเป็นสีชมพู ไม่ใช่ชมพูอ่อนๆ หรือปนทองแบบชาวบ้านเค้า แต่เป็นชมพูจัดๆ สีจี๊ดจ๊าดมากครับ นอกจากนี้สีที่เด่นแล้วก็ยังมีสีฟ้าอีกสีที่ฟ้าแบบฟ้าเลย แต่ผมยังไม่ได้เห็นเครื่องจริงครับ

มาดูรอบๆ เครื่องกันครับ ด้านหน้าเครื่องนั้นก็ธรรมดาๆ ด้านบนไล่จากฝั่งซ้ายจะมีไฟ LED สำหรับแจ้งเตือน, กล้องหน้า 8 ล้านพิกเซล, โลโก้ SONY, บนโลโก้เป็น ear piece speaker สำหรับคุยโทรศัพท์ และสุดท้ายก็เป็น Light sensor, Proximity sensor

ช่องแหว่งๆ ด้านล่างเข้าใจว่าเป็นไมค์สนทนาอย่างเดียวครับ

หน้าจอเครื่อง 5.5 นิ้ว ถือว่าใหญ่ บวกกับดีไซน์เครื่องของโซนี่ที่มีขอบบนล่างตามแนวทางการออกแบบ ก็ทำให้รู้สึกว่าเครื่องใหญ่พอสมควรครับ เรื่องสีสันของจอ ถือว่าโอเค ธรรมดา ไม่ได้โดดเด่น แต่ผมพบว่าเรื่องการปรับแสงจอตามสภาพแสงข้างนอก เหมือนมันเอ๋อๆ ไม่ค่อยปรับเท่าไรครับ ไม่แน่ใจว่าเป็นปัญหาที่ซอฟต์แวร์หรือเปล่า

ด้านขวาเครื่อง ไล่จากบนลงมาจะมีปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง สังเกตว่าโซนี่เลิกวางไปด้านล่าง เอากลับมาวางข้างบนแล้วในรุ่นใหม่ๆ ถัดลงมาก็เป็นปุ่ม power ที่มีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือ และด้านล่างก็เป็นปุ่ม Shutter สำหรับเข้ากล้อง / กดถ่ายภาพครับ

ฝั่งซ้ายเครื่องจะมีเพียงช่องใส่ SIM และ Micro SD Card ครับ โดยใน Xperia XA1 Plus นั้นจะเป็นช่องแยก ทำให้ใส่ได้ 2 SIM พร้อมๆ กับ Micro SD Card ได้ โซนี่บอกว่ารองรับ Micro SD Card ความจุสูงสุด 256 GB ครับ

ด้านบนเครื่อง ทางซ้ายจะเป็นช่องหูฟัง 3.5 มม. แล้วตรงกลางจะเป็นไมค์ตัดเสียงรบกวนเวลาคุยโทรศัพท์ครับ

ด้านล่างเครื่อง ตรงกลางมีพอร์ท USB Type-C สังเกตว่าทุกรุ่นที่โซนี่ออกมาใหม่ในปีนี้จะขยับมาใช้พอร์ท Type-C หมดแล้วครับ แม้แต่รุ่นเล็กๆ อย่าง Xperia L1 ก็เหมือนกัน ถือว่าเป็นการผลักดันการใช้งานที่ดีครับ และฝั่งทางขวาก็เป็นลำโพงโมโนครับ เสียงดังอยู่ ดังกว่าพวกเรือธงอีก แต่รายละเอียดเสียงไม่ค่อยดีเท่าไรครับ

ด้านหลังเครื่องก็จะเกลี้ยงๆ ครับ มีกล้อง 23 ล้าน เซนเซอร์เดียวกับสมัย Xperia Z5 / Xperia XZ แต่เค้าใจว่าตัวเลนส์ไม่เหมือนกัน เดี๋ยวจะพูดถึงอีกรอบในส่วนของกล้องครับ ถัดลงมามีไฟแฟลช LED แล้วกลางหลังจะมี NFC ครับ

 

ซอฟต์แวร์และการใช้งานทั่วไป

Xperia XA1 Plus นั้นมาพร้อมกับ Android 7.0 และได้ Security Patch อยู่ที่เดือนสิงหาคม 2017 ตัวซอฟต์แวร์โดยรวมไม่ต่างไปจากพวก Xperia XA1, Xperia XA1 Ultra เท่าไรครับ แต่ก็มีจุดที่ผมสังเกตเห็นว่าต่างไปเล็กน้อยก็จะมี Navigation Bar ที่เดิมโซนี่จะใช้ปุ่ม home เป็นรูปคล้ายๆ บ้าน แต่ในตัวนี้จะปรับมาเป็นวงกลมตาม Pure Android แล้วครับ ภาพรวมของ Android เวอร์ชันโซนี่ก็จะออกไปทางเกือบๆ Pure แต่เพิ่มสีสันและระบบ Theme เข้ามาให้เปลี่ยนได้ตามความชอบ โซนี่จะมีแจกธีมฟรีให้ประจำทุกฤดูกาลครับ

แอปที่ติดตั้งมาก็จะมีพวก Facebook, แอปในเครือของ Google อย่าง Gmail, Maps, Calendar, Photos, Drive, Docs, Sheets, Slides, Duo, YouTube, Play Music, Play Movies & Video แล้วก็แอปของทางโซนี่ได้แก่ Album, Music, Video, PlayStation, Movie Creator, Sketch, Xperia Lounge (ปัจจุบันเหลือชื่อแค่ Lounge) และมี Spotify แถมมาให้เลยครับ

สำหรับการลองใช้งาน ผมได้ถือเครื่องมาแล้วประมาณ 2 สัปดาห์ครับ ก็พบว่าไม่ได้แย่ครับ ด้วยพลังของชิป MediaTek Helio P20 มันก็ทำงานได้โอเคในระดับนึง เวลาใช้งานช่วงต้นจะมีหน่วงๆ บ้าง แต่พอแอปไหนโหลดเข้า RAM แล้วพอสลับไปมาจะรวดเร็วอยู่ครับ แต่ถ้าเป็นการเปิดเว็บ จะมีหน่วงๆ ให้เห็นบ้าง ขึ้นกับแต่ละเว็บไซต์ด้วย ส่วนการเข้ากล้องด้วยการกดปุ่มชัตเตอร์นั้น บางจังหวะที่ทิ้งเครื่องไว้นานๆ แล้วกด จะต้องรอหลายวิเหมือนกันครับ แต่ถ้าเพิ่งเข้าไปไม่นานก่อนหน้า จะเข้าไปพร้อมถ่ายได้เร็วอยู่

จากที่ผมสังเกตการใช้ RAM ก็เห็นว่าโดนใช้ไปราวๆ 2.6 – 2.7 GB ครับ คิดว่าที่ให้มา 4 GB นี่น่าจะเหลือๆ ครับ และแอปต่างๆ ก็อยู่นานด้วย ไม่ค่อยโดน Kill ทิ้งเท่าไร ผมเคยเข้า ROV ไว้ตั้งแต่บ่ายวันแรก ช่วงเย็นใช้งานแค่พวก Facebook, LINE, Messenger พอมาอีกวันกดเปิด ROV มาก็ยังอยู่ ไม่โดนล้างทิ้ง (แต่เข้าใจว่าก็กินแบตจากการ Idle ไปเหมือนกันครับ)

เซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือ เข้าใจว่าได้มาตรฐานใกล้เคียงกับตัวเรือธงเลยครับ สแกนได้รวดเร็วดี ผมลงข้อมูลนิ้วไว้เป็นนิ้วโป้งมือขวา, นิ้วโป้งมือซ้าย และนิ้วกลางมือซ้าย ปกติผมจะถนัดถือมือขวา การวางนิ้วโป้งเปิดเครื่อง กดไปจอจะติดและสแกนทันที มันก็ปลดล็อกให้ได้เลย

สำหรับเวลาวางเครื่องบนโต๊ะไม่ต้องการหยิบก็จะให้นิ้วโป้งซ้ายกดปุ่มพาวเวอร์ และเวลาหยิบเครื่องมือซ้ายมา ตำแหน่งนิ้วกลางผมจะพอดีกับปุ่มพาวเวอร์ ก็จะบีบเครื่องให้เปิด มันก็สแกนผ่านได้ดีครับ

เซนเซอร์ อันนี้ผมเห็นแล้วก็อึ้งเหมือนกันครับเพราะเปิด AIDA64 มาเจอแค่ Accelerometer, Proximity, Light แต่ไม่แสดงผล Gyro กับ Magnetometer ก็เลยเข้าใจว่า Xperia XA1 Plus จะไม่ได้ใส่มา น่าเสียดายมาก และผลจากตรงนี้ก็ทำให้ …

เล่น Pokemon Go ไม่ได้ครับ! อันนี้เป็นปัญหาใหญ่สุดที่พบจากการใช้งานมาเลย คาดว่าเพราะขาด Gyro ไปเลยทำให้ตัวแอปไม่ยอมให้ใช้งานครับ ไม่แน่ใจว่าจะสามารถแก้ด้วยซอฟต์แวร์แบบที่ทาง OPPO เคยปล่อยอัพเดตมาได้หรือเปล่า

การใช้งาน GPS ของ Xperia XA1 Plus นั้นผมว่ามันยังไม่แม่นเท่าไร ลองเปิด Google Maps นำทาง ตอนนั้นผมนั่งรถเมล์บนถนนเพชรบุรี มันแสดงผมอยู่คนละฝั่งของถนนซะอย่างงั้น แต่ก็มีหลายจังหวะที่มันบอกถูกครับ สำหรับการทดสอบกับแอป GPS Test ได้ผลมาแบบนี้ครับ

ในอาคาร มีตั้งแต่จับดาวเทียมไม่ได้, ได้ 5-6 ดวง, 11-12 ดวง แล้วแต่ตำแหน่งในอาคารเลยครับ ยิ่งใกล้หน้าต่าง/ระเบียง ยิ่งจับได้เยอะ

นอกอาคาร จะอยู่ที่ 12-17 ดวงครับ ดีขึ้นกว่าในอาคารเยอะมาก โดยจะนิ่งๆ อยู่ที่ 14-15 ดวงครับ แม่นได้สูงสุกถึง คลาดเคลื่อนเพียง 1 เมตร ส่วนจำนวนดาวเทียมที่มองเห็นไม่ต่างกันครับทั้งในหรือนอกอาคาร อยู่ที่ 20-21 ดวง

ส่วนที่ผมขัดใจในช่วงที่ใช้งานก็คือเรื่องของการทัช ที่เหมือนจะไม่ติดนิ้วเท่าไร ดีเลย์จากการขยับนิ้วเราเล็กน้อย เวลาปัดจอซ้ายขวาที่ Home Screen หรือเวลาไถ Facebook จะเห็นว่ามันไม่รวดเร็วนัก ใครที่เคยใช้พวกเรือธงมาลองเล่นน่าจะรู้สึกได้ครับ

 

Benchmark

AnTuTu 6.2.7 ได้ไปที่ 61,468 คะแนนครับ

Geekbench 4.1.3

  • Single Core 828
  • Multi Core 3715

จะเห็นว่า MediaTek ยังทำคะแนน Single Core มาได้ไม่ดีเท่าไรนักครับ

3D Mark

  • Sling Shot Extreme ได้ 675 คะแนน
  • Sling Shot ได้  คะแนน 931 คะแนน

AndroBench

  • Sequential Read 260.42 MB/s
  • Sequential Write 85.9 MB/s

หน่วยความจำภายในเครื่องเป็น eMMC แน่นอนครับ (แล้วอะไรคือ Xperia R1 ของอินเดียได้ UFS หว่า…)

 

เล่น ROV

อย่างแรกเลยต้องบอกว่า Xperia XA1 Plus สามารถปรับเฟรมเรตสูงได้ครับ

ผมเลือกปรับกราฟิกทุกอย่างสูงสุด และเปิดเฟรมเรตสูงเข้าไปเล่น เฟรมเรตระหว่างช่วงเล่นจะแตกต่างกันไปแล้วแต่จังหวะครับ ช่วงเดินอยู่คนเดียวสามารถทำได้อยู่ราว 41-45 fps แต่พอเริ่มสู้เริ่มบวกกันหลายๆ ตัวละครจะตกมาราวๆ 35 fps ภาพรวมตลอดทั้งเกมสามารถทำได้เกิน 30 fps ครับ

จากที่ใช้มา 2 อาทิตย์ผมเจอเล่นๆ อยู่แล้วมีทัชค้างไป 2 ครั้งครับ ตัวเกมไม่รับทัชเลย เครื่องยังกดเปิดปิดจอได้ แต่ออกไปนอกเกมไม่ได้ รอสักพักแอปดึงเด้งปิดตัวไป ตรงนี้ยังไม่ทราบว่าปัญหาเกิดจากอะไรครับ

พูดถึงเกมแล้วก็น่าจะมีคนสงสัยว่า Xperia นี่มีพวกกัน Notification เด้งมั้ย ผมก็ได้ลองใช้งานสิ่งที่เรียกว่า Xperia Actions

วิธีเข้าไปยัง Xperia Actions คือไปที่ settings -> Assist ครับ แล้วจึงเลือก Xperia Actions ผมเข้าใจว่าโซนี่เพิ่งจะเริ่มใส่มาให้กับรุ่นปลายปีที่แล้ว กับรุ่นของปีนี้ โดยการทำงานของมันคือเป็นการตั้ง preset ว่าเมื่อสถานไหน จะทำงานอะไร อย่างเคสที่ผมจะนำเสนอก็คือ Gaming ที่ผมจะตั้งค่าไว้ว่าเมื่อเปิด ROV ให้ Block Notifications แต่ UI จะมีชวนงงอยู่ตรงการเลือกแอปครับ ดูที่ภาพแรกด้านล่าง จะต้องกดตรงชื่อแอปข้างล่างคำว่า Turn on Xperia Actions when starting these games เพื่อเข้าไปติ๊กว่าเอาแอปไหนบ้าง

ผลจากการตั้งแล้วเข้าไปเล่น ผมก็พบว่าการแจ้งเตือนต่างๆ จะไม่เด้งขึ้นหน้าจอมากวนเรา แต่ทำงานอยู่เบื้องหลัง คือได้รับอัพเดตตลอดนั่นเอง ส่วนถ้าเปิด Chat Head ของ Messenger เอาไว้ อันนี้ผมยังงงๆ อยู่เหมือนกันครับ เพราะเจอสถานการณ์ต่างไป ช่วงแรกๆ ที่ใช้ก็พบว่า Chat Head ไม่เด้งเลย แต่ต่อมาถึงเห็นว่ามันเด้งบางห้องแชท แม้ว่าจะมีแจ้งมาหลายห้อง แต่มันขึ้นแค่ห้องเดียว ห้องอื่นๆ เงียบไม่กวนขึ้นมา เรียกว่ามันยังกันไม่ได้ 100% ละกันครับ เอาเป็นว่าใครเล่นเกมก็ไปปิด Chat Head ก่อนน่าจะเวิร์คสุด

 

อายุการใช้งานแบตเตอรี่

Xperia XA1 Plus ใส่แบตมาให้จุใจถึง 3,430 mAh ครับ และก็ไม่ทำให้ผิดหวัง เพราะจากการใช้งานมาผมจัดให้อยู่ในเกณฑ์แบตอึดมากเลยครับ

ตัวอย่างข้างบนนี้คือเป็นวันที่เปิด ROV เล่นด้วยกันในทีมงาน Droidsans ไปรวม 8 เกมได้ครับ และไม่ได้ชาร์จเลยตลอดทั้งวัน กลับถึงบ้านเปิดดูตอน 5 ทุ่มกว่าๆ ดูข้อมูลพบว่าเปิด ROV รวมเป็นเวลา 3 ชั่วโมง 42 นาที เข้าใจว่านับช่วงที่เราใช้มือถือทำอย่างอื่นอยู่แล้วเกมยังไม่โดน Kill ด้วยครับ ตอนนั้นข้อมูลระบุว่า Screen on time อยู่ที่ 4 ชั่วโมง 41 นาทีครับ

อีกวันนึงผมได้ทดสอบที่บ้าน ใช้งาน WiFi เกือบตลอดเวลาแล้วเปิดวิดีโอดูยาวๆ แล้วมีสลับเล่น ROV ประมาณ 2 เกม ก็พบว่าใช้งานเปิดจอไป 5 ชั่วโมง 18 นาทีแล้วยังเหลือแบตอยู่ที่อีกถึง 43% เลยทีเดียวครับ ถ้าใช้งานประมาณนี้ต่อจนแบตหมด คาดว่าน่าจะได้ Screen on time ถึง 7 หรือ 8 ชั่วโมงเลยครับ

นอกจากความอึดของแบตแล้วก็ยังมีเทคโนโลยีที่โซนี่นำเสนอมาตั้งแต่สมัย Xperia X คือ Battery Care ที่เป็นการช่วยรักษาอายุของแบตเตอรี่ให้เสื่อมช้าลง ด้วยการชาร์จเครื่องให้อยู่ที่ 90% เพื่อไม่ให้แบตมีความเครียด (Stress) มากเกินไป เพราะการที่แบตชาร์จเต็ม 100% ตลอดเวลาที่เสียบไฟทิ้งไว้จะทำให้แบตเสื่อมเร็วกว่าแบตที่ไม่เต็มครับ แล้วถึงจะชาร์จต่อให้เต็มตอนใกล้เวลาที่เราตื่น โดยช่วงเวลาที่มันระบุจะพิจารณาจากการใช้งานของเราว่าเราหยุดชาร์จตอนเช้าเมื่อไร ผสมกับการตั้งนาฬิกาปลุกในเครื่องครับ

 

กล้อง

ผมจะแบ่งเป็นหมวดๆ ไปนะครับ เริ่มจากภาพถ่ายเวลากลางวัน ปัญหาที่พบก็คือการวัดแสงที่หลายจังหวะ หยิบมาถ่ายทันทีภาพจะค่อนข้างมืดครับ หลายครั้งต้องแตะโฟกัสเพื่อปรับแสง (โฟกัสแบบแตะตั้งได้ว่าจะปรับความสว่างด้วย หรือโฟกัสเฉยๆ)

แล้วก็พบว่าการกดโฟกัดด้วยปุ่มชัตเตอร์มันไม่ค่อยเวิร์คเท่าไร บางครั้งเหมือนมันไม่ปรับโฟกัสตาม เอาชัวร์คือต้องคอยแตะเอาครับ

ต่อด้วยชุดภาพแสงน้อย-กลางคืนครับ  ในที่ๆ มีแสงพอประมาณถือว่าทำได้โอเคครับ รายละเอียดสามารถเก็บได้ แต่พอเป็นที่มืดแสงน้อยๆ เลยนอยส์ก็จะเริ่มเยอะมาก และจะออกวุ้นๆ ครับ อ้อ สำหรับตัวนี้โซนี่เปิดให้ใช้กล้องแบบ Manual ได้ด้วยนะครับ แต่ตัวเลือกการปรับแต่งก็ไม่ต่างกับเรือธง คือเปิด Shutter Speed ได้สูงสุด 1 วินาทีเท่านั้น และยังไม่สามารถปรับคู่กับ ISO ได้ ถ้าปรับ ค่า Manual พวก WB, Exposure, Shutter speed, Focus ตัว ISO จะถูกปรับกลับเป็น Auto

ตัวโหมดออโต้โซนี่ใส่โหมด Low Light มาด้วย ซึ่งจะดูภาพว่าแสงน้อยระดับนึงก็จะปรับให้เองอัตโนมัติ ซึ่งก็ดัน ISO ขึ้นมาให้ภาพสว่างขึ้นครับ ผมสังเกตว่า Low Light เทียบกับการปรับ Shutter speed เองจะได้สีที่ต่างกันพอสมควร

ภาพถ่ายระยะใกล้ โซนี่จะมีโหมด Macro มาอยู่ในตัวครับ ซึ่งตัวออโต้มันจะรู้ได้เองว่าเมื่อไรเป็นการถ่ายใกล้ๆ วัตถุ อย่างพวกดอกไม้ต่างๆ นี่เจอปุ๊บก็ปรับให้ปั๊บ ถ้าเล็งดีๆ ก็ได้รายละเอียดออกมาคมดีครับ และเห็นความลึกของภาพได้ดีทีเดียว

ต่อด้วยภาพถ่ายอาหารครับ ระยะโฟกัสของ Xperia XA1 Plus ดูจะค่อนข้างห่าง ทำให้ถ่ายอาหารแบบเล็งใกล้ๆ ไม่ค่อยได้ ส่วนสีสันนั้นถือว่าทำมาได้โอเคครับ

กล้องหน้ายังคงเหมือนๆ เดิมครับ ตัวนี้ให้มา 8 ล้านพิกเซล ปรับโหมดไม่ได้ สำหรับการทำ beauty โซนี่ใส่มาเป็น Soft skin ให้เปิดปิดได้ครับ ไม่มีระดับแบบหลายๆ รุ่นที่เน้นกล้องหน้า

 

สรุป

จากประสบการณ์การใช้งานมาตลอดช่วง 2 สัปดาห์ผมพบว่าจุดเด่นของ Xperia XA1 Plus น่าจะเป็นเรื่องของแบตเตอรี่ครับ เพราะว่าแม้จะใช้งานหนักทั้งวัน ก็ยังเหลือพอกลับถึงบ้านได้โดยไม่ต้องชาร์จเพิ่ม บางวันที่ใช้งานเรื่อยๆ แค่พวกโซเชียล เปิดเว็บ สามารถอยู่ได้ข้ามวันโดยไม่ต้องห่วงเรื่องแบตเลยครับ ส่วนขนาดเครื่อง สำหรับผมที่ใช้จอ 5.2 นิ้วมาก่อนรู้สึกว่ามันใหญ่ไปหน่อย และด้วยดีไซน์ที่ยังไว้ขอบค่อนข้างเยอะ ถ้าเทียบกับมือถือจอขอบบางสมัยนี้ Xperia XA1 Plus จะใหญ่กว่าพอสมควร ในขณะที่พื้นที่จอน้อยกว่าด้วยครับ

เรื่องของกล้อง ผมว่ามันยังไม่ได้ดีเท่าไรนัก อยู่ระดับพอใช้ได้ อาจจะพอฟัดพอเหวี่ยงกับมือถือราคาช่วงหมื่นต้นๆ ได้ หรืออาจจะแพ้บ้าง ส่วนกล้องหน้าผมว่าคงไม่ถูกใจสายเซลฟี่นัก เพราะแสงน้อยหน่อยก็จะเริ่มไม่ค่อยเนียนแล้ว และการปรับโหมดหน้าเนียนก็ไม่มีให้เลือกเยอะตามความชอบด้วย

จุดเด่น

  • จอจัดว่าใหญ่ ดูวิดีโอเพลิน
  • แบตขนาด 3,430 mAh ที่อึดมากๆ ใช้งานหนักได้เต็มวัน, ใช้งานเบาได้ข้ามวัน
  • สีสันที่สดมากๆ น่าจะถูกใจสายแฟชั่น
  • มีปุ่มชัตเตอร์สำหรับการใช้งานกล้องตามสไตล์โซนี่
  • มีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือแล้ว
  • ใช้งานพอร์ท USB Type-C

จุดสังเกต

  • การปรับแสงสว่างหน้าจอแบบอัตโนมัติ ยังดูทำงานไม่ค่อยดี ในที่มืดยังสว่างมาก, ในที่แดดจ้า ดันแสงไม่สุด
  • เครื่องใหญ่ อาจจะไม่ถนัดคนมือเล็ก
  • ลำโพงเสียงดัง แต่รายละเอียดเสียงไม่ค่อยดี
  • ไม่มีเซนเซอร์ Gyroscope, Magnetometer, เล่น Pokemon Go ไม่ได้!
  • บางจังหวะ ใช้เวลาในการเข้าแอปกล้องนาน

Xperia XA1 Plus นั้นวางจำหน่ายที่ราคา 10,990 บาท มีด้วยกันทั้งหมด 4 สีคือ ดำ, ทอง, ชมพู, ฟ้า ใครที่สนใจสามารถทดลองเล่นได้ตามหน้าร้านโซนี่สโตร์ครับ