ถือเป็นข่าวใหญ่ในแวดวงเซมิคอนดักเตอร์ เมื่อ Samsung Electronics ได้ตัดสินใจยุติการรับคำสั่งซื้อสำหรับหน่วยความจำ LPDDR4 และ LPDDR4X ซึ่งเป็นมาตรฐาน DRAM หลักที่ใช้ในสมาร์ทโฟนระดับเริ่มต้น (Entry-level) และอุปกรณ์ IoT มาอย่างยาวนาน การเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการปรับกลยุทธ์ภายใน แต่ยังส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีครั้งสำคัญ ที่จะกระทบต่อต้นทุนและประสิทธิภาพของอุปกรณ์ไอทีในอนาคตอันใกล้

เกิดอะไรขึ้นกับ LPDDR4?

จากการรายงานของสื่อไอทีชั้นนำอย่าง The Elec ระบุว่า Samsung ได้แจ้งแก่ลูกค้าในอุตสาหกรรมว่าจะหยุดรับคำสั่งซื้อใหม่สำหรับหน่วยความจำประเภท LPDDR4 และ LPDDR4X แล้ว โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • การหยุดผลิตเพื่อเปลี่ยนผ่าน : Samsung ต้องการโยกทรัพยากรการผลิตไปมุ่งเน้นที่ LPDDR5 และ LPDDR5X ซึ่งเป็นมาตรฐานที่เร็วกว่าและทำกำไรได้มากกว่า
  • ผลกระทบต่ออุปกรณ์รุ่นประหยัด : สมาร์ทโฟนราคาประหยัด รวมถึงชิปเซ็ตอย่าง Exynos 1330 หรือ Helio G99 ที่ยังพึ่งพา LPDDR4X จะต้องเผชิญกับการปรับเปลี่ยนการออกแบบ
  • Performance Gap ในรุ่นเดียวกัน : กรณีของ Samsung Galaxy A17 ที่เดิมใช้ LPDDR4X อาจมีการเปลี่ยนมาใช้ LPDDR5 ในล็อตการผลิตหลังๆ ซึ่งจะทำให้เครื่องรุ่นเดียวกันมีความเร็วต่างกันอย่างเห็นได้ชัด

ความต่าง LPDDR4 vs LPDDR5 ทำไมเทรนด์โลกถึงต้องเปลี่ยน?

เทคโนโลยี LPDDR (Low Power Double Data Rate) คือหนึ่งหัวใจหลักของอุปกรณ์พกพา การเปลี่ยนผ่านจากรุ่น 4 ไปรุ่น 5 ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของตัวเลข แต่คือการอัปเกรดประสิทธิภาพแบบก้าวกระโดด

  1. ความเร็วในการรับส่งข้อมูล (Speed)
    • LPDDR4X : ทำความเร็วสูงสุดได้ประมาณ 4.3 Gbps
    • LPDDR5 : พุ่งทะยานไปถึง 6.4 Gbps (เร็วขึ้นกว่า 50%)
  2. การประหยัดพลังงาน : LPDDR5 ถูกออกแบบมาให้จัดการพลังงานได้ดีกว่าเดิม ซึ่งจำเป็นอย่างมากสำหรับยุค 5G และ AI ที่มีการประมวลผลข้อมูลมหาศาลตลอดเวลา

ผลกระทบผู้บริโภค และผู้ผลิต

สำหรับผู้บริโภค (Consumer) : อาจต้องจ่ายแพงขึ้น แต่ได้เครื่องแรงขึ้น

เมื่อ LPDDR4 หายไปจากตลาด ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนจำเป็นต้องขยับไปใช้ LPDDR5 แทน แม้จะเป็นรุ่นราคาประหยัดก็ตาม สิ่งที่จะตามมาคือ

  • ราคาเครื่องอาจปรับตัวสูงขึ้น : เนื่องจากต้นทุนเมโมรี่รุ่นใหม่สูงกว่ารุ่นเก่า
  • มาตรฐาน AI บนมือถือ : การใช้ LPDDR5/5X จะช่วยให้ฟีเจอร์ AI ในเครื่องทำงานได้ไหลลื่นขึ้น มือถือทุกระดับราคาเร็วขึ้น แรงขึ้น และประหยัดไฟมากขึ้น

สำหรับผู้ผลิตชิป : ต้องรีบแก้แบบด่วน

บริษัทออกแบบชิปอย่าง Telechips เริ่มมีการปรับแผนการออกแบบชิปให้รองรับ LPDDR5/5X เร็วขึ้นกว่ากำหนด เนื่องจาก Samsung เร่งแผนการเลิกผลิตเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้

บริษัท MediaTek, Qualcomm หรือแม้แต่ทีม Exynos ของ Samsung เอง ต้องปรับการออกแบบชิปรุ่นใหม่ให้รองรับเฉพาะ LPDDR5 เท่านั้น ซึ่งจะทำให้ประสิทธิภาพโดยรวมของมือถือรุ่นใหม่ๆ ในอนาคตดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ผู้เชี่ยวชาญมองว่าการที่ Samsung เร่งกระบวนการ EOL (End of Life) ของ LPDDR4 เร็วกว่าที่คิด เป็นเพราะต้องการ บีบตลาด ให้เข้าสู่มาตรฐานใหม่ เพื่อทำกำไรจากชิปเทคโนโลยีขั้นสูงที่คู่แข่งรายอื่นยังตามไม่ทัน และเพื่อรองรับความต้องการมหาศาลของตลาด AI Smartphone ที่กำลังจะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ในอีก 1-2 ปีข้างหน้า

ที่มา : thelec, gsmarena