fbpx
News

โครงการช้อปดีมีคืน ซื้อของ 30,000 บาท ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 10,500 บาท เงื่อนไขมีอะไรบ้าง เทียบกับคนละครึ่ง แบบไหนคุ้มกว่ากัน

ช่วงท้ายปี 2020 นี้ เรียกได้ว่ามีโครงการจากภาครัฐออกมารัว ๆ กันเลยทีเดียว ล่าสุดก็มีโครงการ “ช้อปดีมีคืน” เพิ่มเข้ามาอีก ซึ่งก่อนหน้านี้ทีมงานก็ได้ทำบทความวิธีลงทะเบียนโครงการคนละครึ่งกันไปแล้ว ทำให้หลายคนอาจจะสงสัยกันว่า แต่ละโครงการมีความเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร เงื่อนไขการใช้สิทธิ์มีอะไรบ้าง แล้วแบบไหนคุ้มกว่ากัน สามารถหาคำตอบกันได้ในบทความนี้ครับ

โครงการช้อปดีมีคืน คืออะไร ?

สำหรับ โครงการช้อปดีมีคืน คือ หนึ่งในมาตรการจากภาครัฐที่ออกมาเพื่อกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยในช่วงปลายปี 2563 (คล้ายช้อปช่วยชาติในปีก่อน ๆ) โดยการให้ประชาชนซื่้อสินค้าและบริการพร้อมเก็บหลักฐานเป็นใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปหรือใบเสร็จรับเงิน เพื่อมาใช้ลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามจำนวนที่จ่ายจริง โดยรวมใบเสร็จกันแล้วไม่เกิน 30,000 บาทต่อคน และสามารถลดหย่อนภาษีได้ตามลำดับขั้นบันได สูงสุดที่ 10,500 บาท

โดยจะต้องซื้อสินค้าหรือบริการในช่วงระหว่างวันที่ 23 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2563 นี้เท่านั้น และจะใช้ลดหย่อนภาษีรายได้ของปี 2563 ได้ตอนช่วงเดือน มี.ค. 2564

ใครสามารถใช้สิทธิ์ช้อปดีมีคืนได้บ้าง ?

โครงการนี้จะใช้ได้เฉพาะบุคคลธรรมดาที่มีรายได้ถึงเกณฑ์เสียภาษีเท่านั้น หากเป็นผู้ไม่มีรายได้หรือรายได้ไม่ถึงเกณฑ์เสียภาษีก็จะไม่สามารถเอาเงินค่าลดหย่อนภาษีตรงนี้ได้ โดยบุคคลที่จะสามารถใช้สิทธิ์ในโครงการช้อปดีมีคืนได้นั้น ต้องมีเงื่อนไขดังต่อไปนี้

  • ต้องเป็นผู้ที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาปี 2563 และเตรียมจะยื่นแบบภาษีในต้นปี 2564
  • ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ไม่สามารถใช้สิทธิ์ช้อปดีมีคืนได้
  • ผู้ที่ลงทะเบียนโครงการคนละครึ่ง ไม่สามารถใช้สิทธิ์ช้อปดีมีคืนได้

โครงการช้อปดีมีคืนต้องสมัครไหม ?

สำหรับ โครงการช้อปดีมีคืน ของปี 2020 นี้จะไม่เหมือนกับโครงการอื่นตรงที่ ไม่จำเป็นต้องสมัครแต่อย่างใด ขอแค่เก็บใบเสร็จใบกำกับภาษีก็พอ แล้วค่อยเอามายื่นเป็นหลักฐานตอนช่วงยื่นภาษีเงินได้ส่วนบุคคลปี 2563 เพื่อเอามาใช้ลดหย่อนภาษีนั่นเอง (ยื่นตอนปี 2564) ส่วนจะลดได้เท่าไรดูจากตารางฐานหักภาษีด้านล่างได้เลยครับ

ช้อปดีมีคืน ใช้ซื้ออะไรได้บ้าง ?

  • สินค้าและบริการที่อยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม
  • หนังสือ (ยกเว้นนิตยสาร, หนังสือพิมพ์ และ e-Book)
  • สินค้าโอทอป (OTOP)

สินค้าและบริการอะไรที่ไม่เข้าร่วม ?

  • เครื่องดื่มแอลกอฮอล์, สุรา, เบียร์ และไวน์
  • ค่าน้ำมันและก๊าซ สำหรับเติมยานพาหนะ
  • หนังสือพิมพ์, นิตยสาร และ e-Book
  • ค่าบริการธุรกิจนำเที่ยว ที่พัก และโรงแรม
  • ยาสูบและบุหรี่
  • ยานพาหนะรถยนต์, มอเตอร์ไซค์ และเรือ
  • สลากกินแบ่งรัฐบาล

ฐานรายได้บุคคลแต่ละแบบลดหย่อนภาษีได้เท่าไร ?

ในตารางนี้จะคำนวณจากการซื้อสินค้าและบริการแบบครบจำนวน 30,000 บาท ซึ่งจะลดหย่อนภาษีได้ดังนี้

รายได้รวมสุทธิต่อปีฐานหักภาษีเงินลดหย่อนสูงสุด
ไม่เกิน 150,000 บาทไม่ต้องเสีย0
150,001 – 300,000 บาท5%1,500 บาท
300,001 – 500,000 บาท10%3,000 บาท
500,001 – 750,000 บาท15%4,500 บาท
750,001 – 1,000,000 บาท20%6,000 บาท
1,000,001 – 2,000,000 บาท25%7,500 บาท
2,000,001 – 5,000,000 บาท30%9,000 บาท
5,000,001 บาทขึ้นไป35%10,500 บาท

 

จากตารางข้างต้นจะเห็นได้ว่า คนที่ได้รับประโยชน์จากโครงการนี้มากที่สุดคือ คนที่มีฐานรายได้สูง ๆ มีฐานการหักภาษีที่สูง ๆ ซึ่งสามารถเอาไปลดหย่อนได้สูงสุดถึง 10,500 บาทเลยทีเดียว แต่หากเป็นคนที่มีรายได้อยู่ในช่วงตั้งแต่ 0 – 300,000 บาทต่อปี โครงการนี้อาจจะดูไม่คุ้มเท่าไหร่นัก เพราะได้เงินคืนน้อยกว่าโครงการคนละครึ่งที่ได้เงินคืน 3,000 บาท

สำหรับใครที่มีรายได้รวมอยู่ช่วง 300,001 – 500,000 บาทต่อปี คงต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งระหว่างโครงการช้อปดีมีคืนและคนละครึ่ง เพราะต่างก็ได้เงินคืนสูงสุด 3,000 บาทเท่ากัน ถ้าเน้นใช้จ่ายรายวันก็แนะนำให้เลือกโครงการคนละครึ่ง หากเน้นซื้อของที่มีมูลค่าสูง ราคาหลักหมื่นก็แนะนำให้ใช้โครงการช้อปดีมีคืนก็คุ้มเช่นกัน

ถ้าสมัครโครงการคนละครึ่งแล้วอยากเปลี่ยนมาใช้ช้อปดีมีคืน ทำได้ไหม ?

หลายคนอาจจะสงสัยกันว่า หากเราสมัครโครงการคนละครึ่งไปก่อนหน้านี้ แล้วจะเปลี่ยนมาใช้ช้อปดีมีคืน สามารถทำได้ไหม เผื่อเอาไปซื้อของใหญ่ช่วงสิ้นปีแทน อันนี้บอกเลยว่า สามารถทำได้โดยการไม่ต้องใช้จ่ายเงินตามที่กำหนด 14 วัน ระบบจะตัดสิทธิ์โครงการคนละครึ่งโดยอัตโนมัติ และสามารถเข้าร่วมโครงการช้อปดีมีคืนได้ตามปกติต่อไป

เปรียบเทียบโครงการช้อปดีมีคืน กับ คนละครึ่ง

ช้อปดีมีคืนคนละครึ่ง
รูปแบบการใช้ซื้อสินค้าและบริการที่อยู่ในระบบ VAT, หนังสือ และสินค้า OTOP

มาใช้ลดหย่อนภาษี

ซื้อสินค้ากับร้านที่ร่วมโครงการ

รัฐลดช่วยออกให้ 50%

เงื่อนไขการใช้ซื้อของมูลค่ารวมได้สูงสุด 30,000 บาทซื้อของกับร้านที่ร่วมโครงการ รัฐออกให้วันละไม่เกิน 150 บาท
เงินที่ได้คืนสูงสุด10,500 บาท3,000 บาท
สิ่งที่ต้องใช้ใบกำกับภาษีแบบเต็มรูป, ใบเสร็จรับเงิน

เก็บไว้เอามาลดหย่อน

แอป G-Wallet บนมือถือ

เติมเงินแล้วจ่ายได้ทันที

การลงทะเบียนไม่ต้องลงwww.คนละครึ่ง.com
ระยะเวลาที่ใช้ได้23 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2563
เหมาะกับใคร
  • คนมีฐานหักภาษีรายได้ที่สูง (10% ขึ้นไป)
  • คนที่ต้องการซื้อของชิ้นใหญ่ ราคารวมกัน 30,000 บาท
  • คนมีฐานหักภาษีรายได้ที่ต่ำ (10% ลงไป) หรือ ไม่เสียภาษี
  • คนที่ต้องการลดภาระค่าใช้จ่ายในแต่ละวัน ซื้ออาหาร ของใช้

 

อย่างไรก็ตาม จะเห็นได้ว่า โครงการช้อปดีมีคืนนี้ก็คือมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงท้ายปี 2563 เพื่อให้คนออกมาจับจ่ายใช้สอย ซึ่งในช่วงท้ายปีนี้เองก็มีของใหม่ ๆ เปิดตัวมากันซะเยอะเหลือเกิน แต่ละอย่างน่าซื้อทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น iPhone 12, PlayStation 5 และอื่น ๆ อีกมากมาย ใครที่กำลังเล็ง ๆ อะไรไว้อยู่ก็ให้รอซื้อหลังวันที่ 23 ตุลาคมนี้เป็นต้นไปได้เลยครับ อ้อ ! แล้วก็อย่าลืมเก็บใบเสร็จไว้ดี ๆ ด้วยล่ะ ทำหายขึ้นมาจะเอามาลดหย่อนภาษีไม่ได้น้าาา…

 

ที่มา : bangkokbiznews (1, 2)

 

3 Comments

  1. Avatar

    Chatchai Chobmit Post on October 23, 2020 at 11:13 am

    #1024149

    สอบถามครับ ระหว่างโครงการคนละครึ่ง กับช๊อปดีมีคืน ผมจะเอาเงินไหนไปช๊อปครับ 😆

  2. Avatar

    Aon Ja Post on October 23, 2020 at 4:13 pm

    #1024153

    น่าจะได้ใช้ลดหย่อนภาษีมากกว่ามั้งนั้น

  3. Avatar

    jindaphon Post on October 31, 2020 at 1:43 am

    #1024304

    สำหรับเรา คงใช้คนละครึ่งแหละ ไม่ได้เป็นเศรษฐีอย่างใครเค้า :3 ถูกลอตเตอรี่สักสิบล้านจะลดหย่อนมั้ง

Leave a Reply

To Top