สำนักงานประกันสังคม (สปส.) เสนอแผนแก้ไขปัญหากรณีระบบ e-Self Service และ SSO Plus ขัดข้อง โดยเสนอตัวเลือกทั้งหมด 2 ทาง หนึ่งในนั้นคือการกลับไปใช้ระบบเก่าอย่าง SAPIENS ซึ่งเป็นระบบ Mainframe เก่าที่ใช้มานานมากแล้ว

ระบบใหม่ล่มเพราะคนเข้าใช้งานเยอะจนเกินไป (High Load)

ประเด็นใหญ่รับต้นปี 2026 จากกรณีที่มีการเปลี่ยนถ่ายหรือปรับระบบไอทีใหม่ของ สำนักงานประกันสังคม มูลค่ากว่า 850 ล้านบาท และส่งผลให้ ณ ปัจจุบัน ระบบ e-Self Service และแอปพลิเคชัน SSO Plus ไม่สามารถใช้งานได้ตั้งแต่วันแรกที่เปิดให้บริการ

ทางสำนักงานประกันสังคมออกมาชี้แจงว่า สาเหตุหลักเกิดจากปริมาณคนใช้งานที่เยอะจนระบบใหม่รับไม่ไหว ในตอนนี้สำนักงานประกันสังคมแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการ ระดมเจ้าหน้าที่กว่า 100 คน มาทำงานนอกเวลาเพื่อคีย์ข้อมูลผู้ประกันตนเข้าระบบ

โดยตั้งเป้าอนุมัติให้ได้ 35,000 รายต่อวัน เพื่อเคลียร์ยอดคงค้างให้จบภายใน 7-10 วัน ซึ่งข้อมูลที่ค้างเอาไว้จากการปิดระบบในช่วงปีใหม่ คาดการณ์ว่าจะสามารถนำเข้าข้อมูลจนแล้วเสร็จได้ภายในวันที่ 7 ก.พ. 2569

สปส. เสนอแผนแก้ไขปัญหา 2 วิธี | ‘จัดซื้อ’ หรือ ‘ระบบเดิม’

ข้อมูลจาก ประกันสังคมก้าวหน้า – Progressive Social Security ระบุถึงแผนการแก้ไขปัญหาระยะยาวของ สปส. หากภายในสิ้นเดือนมกราคมนี้ปัญหาระบบล่มยังไม่ดีขึ้น โดยมีการเสนอมา 2 แนวทาง ได้แก่

  1. จัดซื้อ Oracle Database เพิ่มเติมเพื่อรองรับข้อมูลจำนวนมาก
  2. กลับไปใช้ระบบเดิม SAPIENS ที่ทำงานอยู่ภายใต้ระบบ Mainframe ซึ่งใช้งานมานานหลายสิบปี

ทำให้เกิดคำถามตัวโต ๆ ว่า ระบบใหม่อย่าง SSO Core มูลค่า 850 ล้านบาท ที่เพิ่งตรวจรับงานไปเมื่อเดือนธันวาคม 2568 ทำไมถึงไม่พร้อมสำหรับการใช้งานจริง และมีโอกาสที่ยังต้องใช้งบประมาณเพิ่ม เพื่อแก้ปัญหาที่ควรจบไปแล้วในขั้นตอนการส่งมอบระบบ

รูปภาพจาก – สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว

มาตรการจัดการกับผู้ขายระบบ (Vendor) และชดเชยผู้ประกันตน

รองเลขาธิการฯ สำนักงานประกันสังคม ชี้แจงเรื่องค่าปรับโครงการ Web App มูลค่า 850 ล้านบาทว่า เบื้องต้นคำนวณค่าปรับจากระยะเวลการส่งมอบงานที่ล่าช้า และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ รวมเป็นเงินประมาณ 163 ล้านบาท และยืนยันว่าจะตั้งคณะกรรมการมาพิจารณาเก็บค่าปรับทุกเม็ดจากผู้ขายระบบ (Vendor)

ทางฝั่งประชาชนและกลุ่มประกันสังคมก้าวหน้า ก็ได้ตั้งข้อสังเกตที่น่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น เช่น การจ่ายค่าบำรุงรักษา (MA) ให้กับระบบเก่า SAPIENS สูงถึงปีละ 265 ล้านบาท ซึ่งสูงเกินความจำเป็นเมื่อเทียบกับงบประมาณสำหรับทำระบบใหม่

สำหรับข้อกฎหมายในส่วนของ “การจ่ายดอกเบี้ยชดเชย” ให้ผู้ประกันตนที่ได้รับเงินล่าช้า ทางปลัดกระทรวงแรงงานยืนยันว่า กำลังพิจารณาข้อกฎหมายดังกล่าวอยู่ แต่ต้องรอดูความชัดเจนอีกครั้งค่ะ

อ้างอิง : ประกันสังคมก้าวหน้า, สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว, blognone