fbpx
News

SolidEnergy เปิดตัวเทคโนโลยีใหม่ปฏิวัติวงการแบตเตอรี่ จุเพิ่มขึ้น 2 เท่า ในขนาดเท่าเดิม!

 ในยุคนี้ smartphone ทั้งแรงทั้งสูบแบตเรียกว่าต้องชาร์จกันแบบวันต่อวัน หรือบางทีไม่ถึงวันก็ต้องชาร์จแล้วก็มี ขนาดหน้าจอที่ใหญ่ขึ้นทำให้กินแบตมากขึ้น และตัวเครื่องที่ออกแบบมาบางจนอาจจะต้องลดความจุแบตลง เราอาจจะพอเห็นเทคโนโลยีที่จะเข้ามาช่วยในเรื่องนี้อย่าง แบตเตอรี่ Li-ion Kevlar กันไปแล้ว วันนี้เรามาดูอีกเทคโนโลยีหนึ่งนั้นก็คือ แบตเตอรี่จาก SolidEnergy ที่อ้างว่า สามารถเพิ่มความจุได้เป็น 2 เท่าในก้อนแบตขนาดเท่าเดิม

 

ในยุคนี้ smartphone ทั้งแรงทั้งสูบแบตเรียกว่าต้องชาร์จกันแบบวันต่อวัน หรือบางทีไม่ถึงวันก็ต้องชาร์จแล้วก็มี ขนาดหน้าจอที่ใหญ่ขึ้นทำให้กินแบตมากขึ้น และตัวเครื่องที่ออกแบบมาบางจนอาจจะต้องลดความจุแบตลง เราอาจจะพอเห็นเทคโนโลยีที่จะเข้ามาช่วยในเรื่องนี้อย่าง แบตเตอรี่ Li-ion Kevlar กันไปแล้ว วันนี้เรามาดูอีกเทคโนโลยีหนึ่งนั้นก็คือ แบตเตอรี่จาก SolidEnergy ที่อ้างว่า สามารถเพิ่มความจุได้เป็น 2 เท่าในก้อนแบตขนาดเท่าเดิม

 

SolidEnergy นั้นได้ใช้เทคนิคในการลดขนาดส่วนที่ใช้เก็บประจุบวกในแบตเตอรี่ หรือที่เรียกกันว่าขั้ว Anode โดยการแทนที่ขั้วชนิด Graphite Silicon ที่ใช้กันทั่วไปด้วยขั้วโลหะบาง ทำให้เราสามารถลดขนาดของแบตเตอรี่ทางฝั่งของขั่วบวกได้เกือบหมด หรือพูดง่ายๆ เล็กลงครึ่งหนึ่งเลยหล่ะ *o*

ถ้าใครยังจำ Project Ara มือถือถอดประกอบได้ของ Google ได้ จะเห็นว่า Project Ara กำลังประสบกับปัญหาเรื่องแบตเตอรี่เล็กเกินไป เพราะ 1 ช่อง Module ที่ออกแบบมาให้ถอดประกอบได้นั้นมีขนาดเล็กมาก SolidEnergy เอ่ยปากว่าจะทำ Battery Module สำหรับ Project Ara เพื่อที่จะแก้ปัญหาแบตไม่พอใช้นี้

 

SolidEnergy นั้นจะเริ่มใช้เทคโนโลยีนี้กับมือถือก่อน โดยคาดว่าจะสามารถเริ่มนำออกสู่ตลาดได้ในช่วงปี 2016 และยีงมีแผนที่จะขยายตลาดไปถึงแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าในปี 2017 อีกด้วย

ลองคิดเล่นๆ ถ้า SolidEnergy เอาเทคโนโลยี Li-ion Kevlar มาใช้ด้วยนี้จะเป็นยังไงนะ? มือถือแบตเตอรี่ 5000 mAh ที่บาง 5 มิลลิเมตร นั้นอาจจะไม่ไกลเกินเอื้อมอีกต่อไป เทคโนโลยีสมัยนี้ก้าวไปไวจริงๆ

 

Source: PhoneArena

 

15 Comments

  1. ekbee

    ekbee Post on February 6, 2015 at 7:12 am

    #897427

    รออยู่ว่าจะมีของที่ใช้ได้จริงเมื่อไหร่

    มีข่าวออกมาเยอะมาก ว่านักวิจัยกลุ่มโน้นทำได้ อย่างที่เคยได้ยินว่าเอาข้าวมาทำแบต ขนาดเล็ก 10 ปีไม่เสื่อม แล้วก็เงียบไป

    • badpig

      badpig Post on February 6, 2015 at 3:09 pm

      #897442

      +10

    • sarawutian

      sarawutian Post on February 6, 2015 at 6:12 pm

      #897492

      ของพวกนี้ต้องใช้เวลาในการทดสอบครับ เวลาสั้นมันคงยาก
      อีกอย่างที่เขาเปิดเผยออกมาก็เพื่อให้บริษัทใหญ่ๆมาดูแล้วก็ซื้อไปทำต่อ

    • Kraizis

      Kraizis Post on February 6, 2015 at 7:45 pm

      #897528

      ปัญหาแบตเตอรี่ มันอันตรายที่สุดในเครื่องแล้วนะครับ
      ถ้า CPU ออกมามีปัญหา อย่างมากก็เปลี่ยนชิ้นส่วน เสร็จแล้วก็ใช้เครื่องเดิมได้
      จอมีปัญหา เปลี่ยนปุ๊บก็จบ ปัญหาหมดแล้ว
      แต่ถ้าแบตมีปัญหา เริ่มเสียวตั้งแต่ตอนบวมแล้วฝาหลังมีปัญหา
      สารเคมีรั่วทำแผงวงจรใกล้เคียงเสื่อม หนักสุดก็ตูม !! ระเบิดลง

      ถ้าไม่ทดสอบนานๆ ก่อนปล่อย เกรงว่าผู้ใช้จะมีขาขาดกันบ้าง

  2. Avatar

    firstandriod Post on February 6, 2015 at 3:04 pm

    #897441

    อย่าให้เป็นแค่ราคาคุยก็พอครับ

  3. ps000000

    ps000000 Post on February 6, 2015 at 3:23 pm

    #897445

    อย่างเราไม่ได้สนใจเรื่องเทคนิค ขอใช้จริงเล่นหนักๆให้แบตอึดพ้นวันก็พอแล้ว

  4. Avatar

    groupgod Post on February 6, 2015 at 3:35 pm

    #897450

    แบตเตอรรี่ สำหรับ apple watch หรือเปล่า

  5. biwajung

    biwajung Post on February 6, 2015 at 4:21 pm

    #897457

    ของบางอย่างวิจัยได้ แต่พอจะผลิตในระดับล้านชิ้น มันก็ต้องออกแบบอะไรอีกสารพัด

  6. nisit

    nisit Post on February 6, 2015 at 4:46 pm

    #897466

    การที่สามารถออกแบบ แล้วสามารถใช้งานได้จริง แต่ยังห่างไกลกับการทำให้ใช้งานได้เป็นปริมาณมากๆอีกเยอะครับ เพราะต้องทดสอบอีกหลายเรื่อง ความปลอดภัยก็เป็นเรื่องหนึ่งที่สำคัญ เล็กมากๆ แล้วระเบิดง่าย ก็คงไม่มีใครยอมเสี่ยงแน่ หากวิจัยออกมาแล้วสำเร็จ แต่แก้ปัญหาเรื่องความปลอดภัยไม่ได้ ก็คงขายไม่ได้แน่

    และการผลิตจำนวนมาก ขบวนการผลิตก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ยิ่งเล็กๆ ต้องออกแบบการผลิตให้ดี ทำออกมาไม่ใช่ว่าเสียเยอะ และราคาก็เป็นอีกปัจจัย ต้องทำให้ราคาไม่สูงมาก เป็นต้น

    ผมคิดว่าถ้ามีบริษัทใหญ่ๆ เช่น Apple หรือ Samsung สนใจ แล้วไปร่วมมือด้วย จึงจะทำสำเร็จได้เร็ว เพราะมีเงินทุนเยอะ สามารถระดมทุน กำลังคนได้มาก

  7. pureblackheart

    pureblackheart Post on February 6, 2015 at 6:10 pm

    #897491

    เห็นด้วย ว่าใน lab กับทำจริง มันมีอะไรต่างกันอีกเยอะ ประเด็นคือ น่าจะให้มันถึงขั้นที่ใช้ได้ในระดับนึง แล้วค่อยออกข่าว จะดูใกล้ความจริงมากกว่า ออกข่าวประหนึ่งจุดพลุ ทำเสร็จแล้วเงียบไป

    ถ้าทำออกมาได้จริงๆ รวยแน่ เพราะมือถือตัวท้อป ปีนึงขายได้กี่ล้าน ถ้าเอาเทคโนโลยีตัวนี้ไปใช้ ขายสิทธิ์การนำเทคโนโลยีนี้ไปผลิตก็รวยไม่รู้เรื่องละ

  8. Avatar

    โตน Post on February 6, 2015 at 7:49 pm

    #897530

    ดีเนาะ แต่อยากให้พัฒนาเรื่องความต้านทานอุณหภูมิสูงด้วย ไม่ระเบิดง่ายๆ เหมือนกับ ที่พัฒนาใส่เคฟล่า ป้องกันแรงระเบิด ตอไปเห็นแนวโน้มว่าสมาร์ทโฟน แท็บเล็ตจะบางได้อีก

  9. zephyrus07

    zephyrus07 Post on February 6, 2015 at 9:33 pm

    #897546

    แบตเตอร์รี่มาถึงทุกวันนี้ ก็ถือว่าพัฒนามาจากยุค 7-8 ปีที่แล้วไปพอสมควรแล้วครับ สมัยใช้ Nokia N82 แบตก้อนเล็กกว่า Note3
    ไปหน่อยเดียว Nokia จุแค่ 830 mAh ในขณะที่ Note3 จุดตั้ง 3100 mAh ห่างกันเกือบ 4 เท่าในขณะที่ขนาดแบตต่างกันไม่เกิน 1.5 เท่าแค่นั้นเอง ใจเย็นๆ รอกันต่อไปครับ

  10. MaxTaro

    MaxTaro Post on February 6, 2015 at 11:25 pm

    #897554

    รีบๆ หน่อยน้าาาาาาา

  11. yimnote

    yimnote Post on February 6, 2015 at 11:41 pm

    #897556

    น้ำตาจิไหล

  12. Avatar

    Hoo Post on February 7, 2015 at 9:13 pm

    #897675

    สถานีต่อไป
    ลดขนาด Cathode ไปอีก

    แล้วเอาพื้นที่ที่เหลือ มาซ้อนกันจะได้ประมาณ 3 ชั้น (x3)

Leave a Reply

To Top