กลายเป็นประเด็นร้อนในหมู่ผู้ปกครองและเกมเมอร์ญี่ปุ่น หลังสตรีมเมอร์สายกาชาชื่อ dopaningen ออกมาเล่าเหตุการณ์สุดช็อกผ่าน X ว่า ลูกชายวัย 10 ขวบของเขาใช้เงินไปกับเกมมือถือและแพลตฟอร์มออนไลน์หลายรายการ รวมมูลค่าสูงถึง 3.85 ล้านเยน หรือประมาณ 8.6 แสนบาท ภายในเวลาเพียงเดือนเศษเท่านั้น
เหตุการณ์เริ่มจาก dopaningen สังเกตเห็นว่าบิลบัตรเครดิตมีความผิดปกติ ยอดใช้จ่ายพุ่งสูงกว่าปกติอย่างมาก เมื่อไล่ตรวจสอบรายการย้อนหลังจึงพบว่ามีการใช้จ่ายจำนวนมากในเกมและบริการออนไลน์หลายแห่ง โดยหนึ่งในแพลตฟอร์มที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือ Roblox เกมออนไลน์ยอดนิยมในกลุ่มเด็กและเยาวชน รวมถึงยังมีชื่อเกมอื่นอย่าง Battle Cats ถูกกล่าวถึงด้วย

ประเด็นที่ทำให้หลายคนตกใจ คือยอดทั้งหมดไม่ได้เกิดขึ้นจากการซื้อเพียงครั้งเดียว แต่เป็นการใช้จ่ายต่อเนื่องหลายรายการในช่วงตั้งแต่ต้นเดือนเมษายนถึงวันที่ 13 พฤษภาคม จนยอดรวมสะสมไปแตะ 3.85 ล้านเยนแบบที่ผู้ปกครองไม่ทันรู้ตัว
dopaningen ระบุว่า เขาเคยตั้งค่าระบบควบคุมโดยผู้ปกครอง หรือ parental control รวมถึงจำกัดการใช้จ่ายเอาไว้แล้ว แต่หลังจากมีการเปลี่ยนอุปกรณ์มือถือ ระบบดังกล่าวเหมือนจะหลุดหรือไม่ได้ทำงานตามเดิม ทำให้ไม่มีการแจ้งเตือนการซื้อเข้ามายังเครื่องของผู้ปกครอง ส่งผลให้ลูกชายสามารถทำรายการซื้อไอเทมและสกุลเงินในเกมได้ต่อเนื่อง

เรื่องนี้ยิ่งกลายเป็นไวรัล เพราะตัว dopaningen เองก็เป็นสตรีมเมอร์สายกาชา มีช่อง YouTube ที่เกี่ยวข้องกับการสุ่มและเติมเกมอยู่แล้ว เจ้าตัวจึงพูดติดตลกว่า แม้แต่เขาที่เป็นสายเปย์เกมตัวยง ก็ยังเทียบกับความเร็วในการใช้เงินของลูกชายครั้งนี้ไม่ได้ พร้อมเรียกเหตุการณ์นี้ว่า “คดี 385” เพื่อเป็นบทเรียนจำฝังใจของครอบครัว
หลังรู้ความจริง คุณพ่อเผยว่าจะเขียนข้อความทำนองว่า “อย่าลืม 3.85 ล้านเยน” แปะไว้หน้าห้องลูกชาย เพื่อเตือนให้จำเหตุการณ์ครั้งนี้ ขณะที่ครอบครัวก็เริ่มเข้มงวดกับการใช้งานอุปกรณ์และการเติมเกมมากขึ้นทันที

หลังโพสต์ดังกล่าวถูกแชร์ออกไป ชาวเน็ตจำนวนมากแนะนำให้ครอบครัวยื่นเรื่องขอคืนเงินกับแพลตฟอร์มและบริษัทบัตรเครดิต เนื่องจากผู้ทำรายการยังเป็นผู้เยาว์ และอาจเข้าข่ายการซื้อโดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้ปกครอง อย่างไรก็ตาม การขอคืนเงินอาจไม่สามารถการันตีได้ทั้งหมด เพราะต้องขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละแพลตฟอร์ม หลักฐานการใช้งาน และการพิจารณาเป็นกรณีไป

ในอีกมุมหนึ่ง ชาวเน็ตบางส่วนมองว่า เหตุการณ์นี้สะท้อนปัญหาใหญ่ของเกมยุคใหม่ โดยเฉพาะระบบ in-app purchase ที่ทำให้การใช้เงินจริงเกิดขึ้นได้ง่ายและรวดเร็ว เด็กอาจเริ่มจากการซื้อไอเทมเล็ก ๆ ไม่กี่ครั้ง แต่เมื่อไม่มีการแจ้งเตือนหรือข้อจำกัดที่ทำงานจริง ยอดใช้จ่ายก็สามารถสะสมจนกลายเป็นเงินก้อนใหญ่ได้ในเวลาไม่นาน

Roblox เองเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มที่ถูกพูดถึงบ่อยในประเด็นนี้ เพราะได้รับความนิยมสูงในกลุ่มเด็ก มีระบบสกุลเงินในเกม และมีคอนเทนต์จำนวนมากที่กระตุ้นให้เกิดการซื้อของตกแต่ง ไอเทม หรือสิทธิพิเศษต่าง ๆ ทำให้ผู้ปกครองหลายคนมองว่า แม้จะเป็นเกมที่เด็กเล่นกันทั่วไป แต่ก็ต้องมีการควบคุมบัญชี การชำระเงิน และรหัสผ่านอย่างจริงจัง
นอกจากนี้ ยังมีคนตั้งข้อสังเกตว่า เด็กอาจได้รับอิทธิพลจากสภาพแวดล้อมรอบตัว เพราะคุณพ่อเองก็เป็นสายกาชาและทำคอนเทนต์เกี่ยวกับการเติมเกมอยู่แล้ว ทำให้เด็กอาจคุ้นเคยกับภาพของการใช้เงินจริงในเกม และยังไม่เข้าใจมูลค่าของเงินจำนวนมากเท่าผู้ใหญ่

เคสนี้จึงไม่ได้เป็นแค่ข่าวดราม่าเด็กแอบเติมเกม แต่ยังเป็นอุทาหรณ์สำคัญของผู้ปกครองยุคดิจิทัล โดยเฉพาะบ้านที่มีเด็กใช้งานมือถือ แท็บเล็ต หรือบัญชีเกมร่วมกับบัตรเครดิต ผู้ปกครองควรตรวจสอบ parental control เป็นระยะ เปิดการยืนยันตัวตนก่อนซื้อทุกครั้ง ลบบัตรเครดิตออกจากอุปกรณ์ที่เด็กใช้งาน และเช็กการตั้งค่าใหม่ทุกครั้งหลังเปลี่ยนเครื่องหรือย้ายบัญชี
เพราะในยุคที่การซื้อของในเกมทำได้เพียงไม่กี่คลิก ความประมาทเพียงครั้งเดียวอาจเปลี่ยนจากค่าเติมเกมหลักร้อย กลายเป็นบิลบัตรเครดิตเกือบล้านบาทแบบไม่ทันตั้งตัว
ที่มา : toy-people

Comment