สรุปเงื่อนไขนโยบายตั๋วร่วมรถไฟฟ้า 17–45 บาทตลอดสาย ที่จะเริ่มต้นวันที่ 1 มกราคม 2570 โดยจะต้องลงทะเบียนผ่านแอปฯ เป๋าตัง DroidSans สรุปมาให้แล้วว่ามีเงื่อนไขอะไรบ้าง เริ่มลงทะเบียนวันไหน คิดค่าโดยสารยังไง และใช้บัตรแบบไหนได้บ้าง ?

ตั๋วร่วมรถไฟฟ้าสูงสุดไม่เกิน 45 บาท ใครได้สิทธิ์บ้าง ?

  • ประชาชนที่มีสัญชาติไทย
  • ใช้บัตรประชาชนในการยืนยันตัวตน
  • ไม่จำกัดอายุ (เด็ก, นักเรียน, นักศึกษา, ผู้ใหญ่, ผู้สูงอายุ)
    • กรณีเด็กอายุ 7-15 ปี ผู้ปกครองสามารถนำบัตรแมงมุม (EMV)  ของเด็กมาผูกกับบัญชีเป๋าตังของผู้ปกครองเพื่อรับสิทธิ์เงินคืนได้

เงื่อนไขตั๋วร่วมรถไฟฟ้า 17-45 บาท มีอะไรบ้าง ?

เบื้องต้นมาตรการรถไฟฟ้า 17-45 บาท ทางรัฐบาลจะให้ผู้โดยสารชำระค่าโดยสารในราคาปกติไปก่อน ถ้าค่าโดยสารเกิน 45 บาท ระบบจะทำการคืนเงินส่วนต่างให้ภายในระยะเวลาไม่เกิน 3 วัน ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” โดยครอบคลุมทั้งหมด 8 สาย ได้แก่

  • สายสีเขียว
  • สายสีเหลือง
  • สายสีชมพู
  • สายสีแดง
  • แอร์พอร์ต เรล ลิงก์
  • สายสีน้ำเงิน
  • สายสีม่วง

ค่าโดยสารเรียกเก็บตามจริง ค่าแรกเข้าเริ่มต้นที่ 17 บาท สูงสุดไม่เกิน 45 บาท/เที่ยว และในกรณีที่เปลี่ยนสายมีเงื่อนไขหลัก ๆ ก็คือต้องเปลี่ยนขบวนรถไฟฟ้าภายใน 30 นาที เพื่อให้ระบบคำนวณสิทธิ์เป็นเที่ยวเดียวกัน ยกตัวอย่างเช่น

  • กรณี 1 : ไม่เปลี่ยนสาย นั่งเพียงไม่กี่สถานี แต่ค่าโดยสารไม่ถึง 45 บาท
    • ในกรณีนี้ระบบจะคิดค่าโดยสารตามจริง เริ่มต้นที่ 17 บาท เช่น เริ่มต้นจาก “อุดมสุข > พระโขนง” ค่าโดยสารคำนวณเป็น 39 บาท ก็จ่ายตามจริง 39 บาท
  • กรณี 2 : ไม่เปลี่ยนสาย และค่าโดยสารเกิน 45 บาท
    • ในกรณีนี้จำเป็นต้องชำระค่าโดยสารตามปกติไปก่อน เช่น เริ่มต้นจาก “ พระโขนง > รัชโยธิน” ค่าโดยสารคำนวณเป็น 65 บาท แล้วระบบจะคืนส่วนต่างให้ 20 บาท ภายในระยะเวลา 3 วัน ผ่านแอปเป๋าตัง
  • กรณี 3 : เปลี่ยนข้ามสาย แต่ค่าโดยสารไม่ถึง 45 บาท
    • ในกรณีนี้ระบบจะคิดค่าโดยสารตามจริงเช่นเดียวกันถึงแม้จะเปลี่ยนสาย เช่น เริ่มต้นจาก “BTS รัชโยธิน > MRT ลาดพร้าว” ค่าโดยสารคำนวณเป็น 36 บาท ก็จ่ายตามจริง 36 บาท
  • กรณี 4 : เปลี่ยนมากกว่า 2 สาย และค่าโดยสารเกิน 45 บาท
    • ในกรณีนี้จำเป็นต้องชำระค่าโดยสารตามปกติไปก่อน เช่น เริ่มต้นจาก “MRT ลาดพร้าว >  BTS ห้าแยกลาดพร้าว > (เปลี่ยนสาย) RED Line กรุงเทพอภิวัฒน์ – หลักสี่ > (เปลี่ยนสาย) Pink Line หลักสี่ – เมืองทองธานี” ค่าโดยสารคำนวณตามจริง 84 บาท โดยระบบจะคืนส่วนต่างให้ 39 บาท ภายในระยะเวลา 3 วัน ผ่านแอปเป๋าตัง

ในกรณีที่เปลี่ยนสาย (ไม่ว่าจะเปลี่ยนกี่สายก็ตาม) เงื่อนไขคือใช้บัตรเดิมเข้า – ออกระบบตามปกติ ไม่ต้องซื้อบัตรใหม่เมื่อเปลี่ยนสาย เพราะบัตรที่ใช้จะผูกเข้ากับระบบเป๋าตังอยู่แล้ว แต่จะต้องแตะบัตรเปลี่ยนสายภายใน 30 นาที เพื่อให้ระบบตีเป็น 1 เที่ยวโดยสาร

ลงทะเบียนเมื่อไหร่ และใช้บัตรไหนได้บ้าง ?

ช่วงเวลาเปิดลงทะเบียน ยังไม่มีการประกาศออกมาอย่างเป็นทางการ แต่เบื้องต้นจะต้องลงทะเบียนด้วยการผูกบัตรโดยสาร (EMV ทุกประเภท) พร้อมยืนยันตัวตนด้วยบัตรประชาชนผ่านแอปฯ เป๋าตัง 

ซึ่งข้อมูลล่าสุดรายงานว่า “บัตร Rabbit ยังไม่รองรับ” (สายสีเขียว, สีเหลือง, สีทอง, สีชมพู) เป็นเพราะบัตรไม่ผ่านมาตรฐานของ Visa หรือ Mastercard แต่ถ้าในอนาคตมีการปรับปรุงให้ผ่านเกณฑ์มาตรฐานสากล ก็จะเปิดให้เข้าร่วมระบบได้ต่อไป ในช่วงเริ่มต้นโครงการจึงน่าจะมีการเพิ่มช่องรับชำระด้วย EMV สำหรับผู้โดยสารเพื่อลดความแออัด

หากไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติม และช่วงระยะเวลาเริ่มต้นโครงการยังคงเป็นวันที่ 1 มกราคม 2570 ผู้ที่ใช้งานบัตร Rabbit เป็นหลัก อาจต้องเปลี่ยนมาใช้บัตร EMV เพื่อลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการตั๋วร่วมรถไฟฟ้า 45 บาทแทนค่ะ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง