นักพัฒนาโอเพนซอร์สสร้างเครื่องมือชื่อ nv-uefi-unlocker ที่สามารถปลดล็อกประสิทธิภาพการประมวลผล AI ของการ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 20, 30 และ 40 Series ให้แรงขึ้นได้สูงสุดถึง 85% ในการทดสอบบางประเภท โดยใช้เพียงแฟลชไดรฟ์ USB สำหรับบูตเครื่อง ไม่จำเป็นต้องแฟลช BIOS การ์ดจอหรือแก้ไขไดรเวอร์ NVIDIA แต่อย่างใด
เครื่องมือนี้พัฒนาด้วยภาษา Rust และเผยแพร่ผ่าน GitHub โดยอาศัยการทำงานในขั้นตอน UEFI ก่อนที่ระบบปฏิบัติการ Windows หรือ Linux และไดรเวอร์ NVIDIA จะเริ่มทำงาน เพื่อปลดข้อจำกัดด้านประสิทธิภาพของ Tensor Core ซึ่งเป็นหน่วยประมวลผลที่ใช้เร่งงาน AI โดยเฉพาะ เช่น การคำนวณ FP16, BF16 และ TF32

จุดเด่นคือวิธีนี้ไม่ต้องแก้ไข BIOS ของการ์ดจอโดยตรง และไม่ได้ปลดล็อกแบบถาวร หากปิดเครื่องสนิทแล้วเปิดใหม่ การ์ดจอก็จะกลับไปทำงานตามปกติเหมือนเดิม จึงช่วยลดความเสี่ยงที่การ์ดจอจะเสียจากการแก้ไข BIOS แต่การใช้งานเครื่องมือนี้ก็ยังมีความเสี่ยงที่อาจส่งผลต่อความเสถียรของระบบอยู่
สำหรับผลทดสอบที่เปิดเผยออกมา พบว่า RTX 4060 Laptop มีประสิทธิภาพการคำนวณ FP16 เพิ่มขึ้นจาก 29.89 TFLOPS เป็น 49.33 TFLOPS หรือแรงขึ้นประมาณ 65% ขณะที่ RTX 3060 12GB มีรายงานว่าประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นจาก 25.37 เป็น 45.79 TFLOPS หรือประมาณ 80% ส่วน RTX 2070 เพิ่มขึ้นจาก 36 เป็น 60-63 TFLOPS คิดเป็นประมาณ 67-75%

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขเหล่านี้เป็นผลทดสอบการคำนวณที่ใช้ Tensor Core ไม่ได้หมายความว่าประสิทธิภาพการเล่นเกมจะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย โดยประโยชน์หลักจะอยู่ที่งานประมวลผล AI เช่น การสร้างภาพด้วย AI และการรันโมเดล AI ภายในเครื่อง ซึ่งความเร็วที่เพิ่มขึ้นจริงจะแตกต่างกันตามโปรแกรมและรูปแบบการใช้งาน
ด้านความเข้ากันได้ ปัจจุบันโครงการระบุว่ารองรับ RTX 20, 30 และ 40 Series ทั้งบนคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะและโน้ตบุ๊ก แต่การ์ดจอบางรุ่นยังมีปัญหาหรือไม่ได้ผ่านการทดสอบ ส่วน GTX 16 Series มีแนวโน้มรองรับในทางทฤษฎี ขณะที่ RTX 50 Series ยังไม่รองรับ

ทั้งนี้ การใช้งานจำเป็นต้องปรับการตั้งค่าความปลอดภัยของระบบ เช่น ปิด Secure Boot หรือกำหนดให้ระบบเชื่อถือไฟล์ EFI ที่ใช้บูต ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงด้านความปลอดภัย รวมถึงอาจเกิดปัญหาความเสถียรได้ จึงยังไม่เหมาะสำหรับผู้ใช้งานทั่วไปที่ไม่มีความเชี่ยวชาญ
ที่มา : Tom’s Hardware

Comment