vivo เตรียมเปิดตัวมือถือเรือธง vivo X500 Series อย่างเป็นทางการวันที่ 21 กันยายน 2026 โดยรอบนี้จะมีทั้งหมด 3 รุ่น ได้แก่ vivo X500, vivo X500 Pro และ vivo X500 Pro Max ซึ่งล่าสุดทาง vivo เริ่มเผยภาพตัวเครื่องและสีออกมาให้เห็นกันแบบชัด ๆ แล้ว

ดีไซน์ vivo X500 Series แบ่งชัดระหว่างรุ่นปกติกับ Pro

ดีไซน์ของ vivo X500 Series รอบนี้จะแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบที่แตกต่างกันชัดเจน โดยมีรายละเอียดคร่าว ๆ ดังนี้

  • vivo X500 รุ่นมาตรฐาน – ฐานโมดูลกล้องแนวนอน เสริมด้วยเลนส์กล้องสีดำขนาดใหญ่ครอบทับอีกทีหนึ่งบริเวณฝั่งซ้าย
  • vivo X500 Pro และ X500 Pro Max – ฐานโมดูลกล้องทรงกลมขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของ X Series

ภาพตัวเครื่อง vivo X500 รุ่นมาตรฐาน

ภาพตัวเครื่อง vivo X500 Pro Max

โดยสิ่งที่ทำให้ทั้ง 3 รุ่นแตกต่างกันนอกจากดีไซน์ภายนอกก็คือ “ขนาดหน้าจอ” และรุ่น Pro Max ที่จะมีปุ่ม Quick Button อยู่บริเวณเฟรมเครื่องฝั่งซ้ายมือ

ขนาดหน้าจอของ vivo X500 Series ทั้ง 3 รุ่น

  • รุ่น vivo X500 ขนาด 6.59 นิ้ว
  • รุ่น vivo X500 Pro ขนาด 6.36 นิ้ว
  • รุ่น vivo X500 Pro Max ขนาด 6.85 นิ้ว
  • มีข้อมูลว่าเป็นหน้าจอพาเนลใหม่ BOE Q11 AMOLED ขนาด 6.85 นิ้ว ความละเอียด 2K ZEISS Master Color ลดการใช้พลังงานลง 21% จากรุ่นก่อน

สีตัวเครื่อง มีให้เลือกสูงสุด 4 สี

จากภาพโปสเตอร์ที่ vivo ปล่อยออกมาให้เราเห็น vivo X500 รุ่นมาตรฐานจะมีทั้งหมด 4 สี ได้แก่ สีเทา, สีชมพู, สีดำ และสีขาวที่ฝาหลังมีลวดลายสะท้อนแสง เปลี่ยนเฉดสีไปตามองศาการถือ

ในขณะที่ vivo X500 Pro และ vivo X500 Pro Max จะเลือกใช้โทนสีแบบ Two-tone แบบเดียวกันเลย ได้แก่ สีส้ม, สีขาว, สีเทา และสีดำ

สีของ vivo X500 Pro

สีของ vivo X500 Pro Max (มีปุ่มทางซ้ายเพิ่มขึ้นมา)

Magnetic Back Screen จอหลังแม่เหล็กสำหรับช่วยถ่ายภาพ

มีภาพจากในกล่องชุด Photographer Kit ที่จะมาพร้อมกับ vivo X500 Pro Max จัดเต็มทั้ง Grip, เคสสำหรับต่อเลนส์เสริม, สายคล้อง, เลนส์เสริม Telephoto 2 ระยะ คือ ระยะ 200mm และ 400mm และจอหลังแบบแม่เล็ก

โดยเฉพาะ Magnetic Back Screen ที่ช่วยแก้ข้อจำกัดของการถ่ายตัวเองด้วยกล้องหลัง โดยติดที่ด้านหลังของตัวเครื่อง เพื่อแสดงภาพสำหรับตั้งกล้องถ่ายตัวเองได้

สำหรับรายละเอียดข้อมูล สเปคเต็ม และราคา ต้องรอติดตามกันในงานเปิดตัว vivo X500 Series วันที่ 21 กันยายน 2026 ณ ประเทศจีน อย่างเป็นทางการอีกครั้ง

ที่มา @ayansonunigam, Gizmochina, @sondesix, @nakajimegame, GSMArena

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง