Windows 11 กำลังเปลี่ยนระบบ Printer ครั้งใหญ่ โดย Microsoft เตรียมลดการพึ่งไดรเวอร์เฉพาะจากผู้ผลิตแบบ Legacy Version 3 และ Version 4 แล้วหันไปใช้ Microsoft IPP Class Driver รวมถึงมาตรฐาน IPP และ Mopria เป็นหลักมากขึ้น

เป้าหมายคือทำให้การติดตั้ง Printer ง่ายขึ้น ปลอดภัยขึ้น และลดปัญหาจาก Third-party Driver ที่ต้องเข้ามาทำงานร่วมกับระบบ Print Spooler ของ Windows

Microsoft เริ่มแผนเปลี่ยนผ่านมาตั้งแต่ปี 2023 และในช่วงปี 2026–2027 จะเริ่มเห็นผลชัดขึ้นตั้งแต่ 15 มกราคม 2026 Microsoft ไม่รับไดรเวอร์ Printer รุ่นใหม่เข้า Windows Update ตามปกติแล้ว

จากนั้นตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2026 Windows จะให้ความสำคัญกับ Microsoft IPP Class Driver ก่อน หาก Printer รุ่นนั้นรองรับ และตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2027 Microsoft จะหยุดรับอัปเดตไดรเวอร์ Printer จากผู้ผลิตภายนอกเกือบทั้งหมด เหลือหลัก ๆ เฉพาะ Security Fix

อย่างไรก็ตาม ตรงนี้ไม่ได้หมายความว่า Printer รุ่นเก่าจะใช้งานไม่ได้ทันทีหลังปี 2027 เพราะไดรเวอร์เดิมที่มีอยู่ใน Windows Update ยังติดตั้งได้ และผู้ใช้ยังสามารถดาวน์โหลดไดรเวอร์จากเว็บไซต์ผู้ผลิตมาติดตั้งเองได้

ดังนั้นสำหรับผู้ใช้ทั่วไปที่ใช้ Printer รุ่นใหม่และรองรับ IPP หรือ Mopria แทบไม่ต้องกังวลอะไร ระบบใหม่อาจทำให้การต่อ Printer ง่ายขึ้นด้วยซ้ำ เพราะไม่ต้องไล่หา Driver แยกตามรุ่นเหมือนเมื่อก่อน

กลุ่มที่มีโอกาสได้รับผลกระทบมากกว่าคือคนที่ยังใช้ Printer รุ่นเก่า โดยเฉพาะรุ่นที่ต้องพึ่งไดรเวอร์เฉพาะของผู้ผลิต ที่ต้องไปดาวน์โหลดจากหน้าเว็บเอง เช่น Dot Matrix รุ่นเก่า Printer USB รุ่นเก่า รวมถึงเครื่องถ่ายเอกสารหรือ All-in-One ที่ใช้งานมานานหลายปี

ฝั่งบริษัทน่าจะต้องจับตาเรื่องนี้มากกว่า เพราะองค์กรจำนวนไม่น้อยยังมีเครื่องพิมพ์เก่าใช้งานอยู่ และอุปกรณ์เหล่านี้มักมีอายุการใช้งานยาวกว่าคอมพิวเตอร์หลายรุ่นเสียอีก

ปัญหาอาจไม่ได้มีแค่ว่า “พิมพ์ได้หรือไม่ได้” เพราะเครื่อง Multifunction ในองค์กรบางรุ่นยังมี Workflow ที่พึ่งซอฟต์แวร์หรือ Driver ของผู้ผลิต เช่น Scan เข้า Network Folder, Secure Print, เลือก Tray, Staple, Fax หรือระบบ Accounting ของเครื่อง

ดังนั้นในอนาคตอาจมีกรณีที่ Printer ยังพิมพ์ผ่าน IPP ได้ตามปกติ แต่ฟังก์ชันบางอย่างใช้งานไม่ได้ หรือจำเป็นต้องรอผู้ผลิตย้ายฟังก์ชันเหล่านั้นไปอยู่บน Print Support App ของระบบใหม่แทน

อีกจุดที่ฝ่ายไอทีควรจับตามองคือ Windows Protected Print Mode หรือ WPP ซึ่ง Microsoft วางแผนจะเปิดเป็นค่าเริ่มต้นในอนาคต แม้ตอนนี้ยังไม่ได้ระบุวันแน่นอน

เมื่อเปิดโหมดนี้ Windows จะใช้ระบบ Windows Ready Print เป็นหลัก และบล็อก Third-party Printer Driver แบบเดิม เครื่องที่ยังต้องพึ่ง Driver เหล่านี้อาจถูกถอดออกจากระบบ ขณะที่ Printer ที่รองรับ Mopria สามารถติดตั้งกลับผ่านระบบมาตรฐานของ Windows ได้

ตรงนี้ต่างหากที่อาจกลายเป็นงานใหญ่ของฝ่ายไอที เพราะต้องเริ่มสำรวจว่า Printer ในองค์กรแต่ละรุ่นรองรับ IPP, IPP over USB หรือ Mopria หรือไม่ รวมถึงต้องทดสอบว่าฟังก์ชันสำคัญที่ใช้งานอยู่ยังทำงานครบหรือเปล่า

ข้อดีของระบบใหม่คือ Printer จะผูกกับสถาปัตยกรรม CPU น้อยลง เช่น เครื่องที่รองรับ Mopria สามารถใช้งานกับพีซี Intel, AMD หรือ ARM ได้โดยไม่ต้องรอผู้ผลิตทำ Driver แยกสำหรับแต่ละแพลตฟอร์ม

Microsoft ยังมองว่าการลด Third-party Driver จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้ Windows เพราะ Driver Printer แบบเก่าเคยเป็นหนึ่งในพื้นที่โจมตีของระบบ Print Spooler และ Protected Print Mode สามารถลดช่องโหว่ด้าน Printing ที่เคยพบในอดีตได้มากกว่าครึ่ง

ที่มา : TechPowerUp