สถาบันวิจัยตลาดระดับโลกอย่าง IDC (International Data Corporation) ได้เผยแพร่รายงานล่าสุดที่น่าตกใจเกี่ยวกับทิศทางของตลาดสมาร์ทโฟนทั่วโลก โดยระบุว่าในปี 2026 เรากำลังจะได้เห็นการ ลดลง ของยอดจัดส่งสมาร์ทโฟนครั้งใหญ่ ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจาก วิกฤตขาดแคลนหน่วยความจำ
สรุปประเด็นสำคัญ เกิดอะไรขึ้นกับตลาดสมาร์ทโฟน?

- ยอดจัดส่งดิ่งลงเหว : คาดการณ์ว่ายอดจัดส่งสมาร์ทโฟนทั่วโลกในปี 2026 จะลดลงถึง 12.9% เมื่อเทียบปีที่แล้ว (YoY) เหลือเพียง 1.1 พันล้านเครื่อง
- จุดต่ำสุดในรอบ 10 ปี : ตัวเลขนี้ถือเป็นวอลุ่มที่ต่ำที่สุดในรอบกว่าทศวรรษ
- ราคาเครื่องพุ่งสูงขึ้น : แม้ยอดขายจะลดลง แต่ราคาขายเฉลี่ย (ASP) ต่อเครื่องจะพุ่งสูงขึ้น 14% ไปแตะที่ 523 ดอลลาร์ (ประมาณ 16,000 บาท) ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์
- สมาร์ทโฟนราคาถูกอาจหายไป : กลุ่มมือถือราคาต่ำกว่า 100 ดอลลาร์ (ราว 3,000 บาท) จะได้รับผลกระทบหนักที่สุด จนอาจไม่คุ้มทุนในการผลิตอีกต่อไป
ทำไมวิกฤตหน่วยความจำ ถึงน่ากลัวกว่าที่คิด?
Francisco Jeronimo รองประธานของ IDC อธิบายว่า สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่แค่ปัญหาชั่วคราว แต่เป็น สึนามิทางเศรษฐกิจ ที่ส่งผลกระทบต่อเนื่องไปทั่วทั้งอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์
ต้นทุนชิ้นส่วนที่ควบคุมไม่ได้
เมื่อหน่วยความจำ (RAM และ Storage) ขาดแคลน ราคาต้นทุนจะดีดตัวสูงขึ้น ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนโดยเฉพาะฝั่ง Android ที่เน้นตลาดระดับล่าง (Low-end) จะได้รับผลกระทบหนักที่สุด เพราะมีกำไรต่อเครื่อง (Margin) น้อยอยู่แล้ว เมื่อต้นทุนขึ้น พวกเขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องผลักภาระไปให้ผู้บริโภคด้วยการขึ้นราคาเครื่อง
Apple และ Samsung : ผู้รอดชีวิตในวิกฤต
ในขณะที่แบรนด์เล็กๆ กำลังดิ้นรน IDC วิเคราะห์ว่า Apple และ Samsung มีสถานะที่แข็งแกร่งกว่าในการรับมือกับมรสุมนี้ ทั้งคู่มีอำนาจต่อรองกับซัพพลายเออร์สูงกว่า และอาจใช้จังหวะที่คู่แข่งรายย่อยล้มหายตายจากไป ในการขยายส่วนแบ่งการตลาด (Market Share) ของตนเองให้มากขึ้น
ผลกระทบรายภูมิภาค ที่ไหนหนักสุด?
วิกฤตครั้งนี้ไม่ได้ส่งผลเท่ากันทั่วโลก พื้นที่ที่เน้นการขายสมาร์ทโฟนราคาประหยัด คือกลุ่มที่จะเผชิญกับตัวเลขที่ติดลบหนักที่สุด
- ตะวันออกกลางและแอฟริกา : คาดว่าจะลดลงหนักที่สุดถึง 20.6%
- เอเชียแปซิฟิก (ไม่รวมญี่ปุ่นและจีน) : คาดว่าจะลดลง 13.1%
- จีน : ตลาดใหญ่ที่สุดของโลก คาดว่าจะลดลง 10.5%
อนาคต จะกลับมาปกติเมื่อไหร่?
Nabila Popal ผู้อำนวยการวิจัยของ IDC ชี้ให้เห็นว่านี่คือการ รีเซ็ตโครงสร้างตลาด ครั้งใหญ่ แม้คาดว่าราคาหน่วยความจำจะเริ่มคงที่ในช่วงกลางปี 2027 แต่ราคาก็จะไม่กลับไปถูกเหมือนเดิมอีกต่อไป
Timeline การฟื้นตัวตามคาดการณ์ของ IDC
- ปี 2026 : วิกฤตหนักที่สุด (-12.9%)
- ปี 2027 : เริ่มฟื้นตัวเล็กน้อย (+2%) เมื่อสถานการณ์เริ่มคงที่
- ปี 2028 : ตลาดกลับมาเติบโตแข็งแกร่งอีกครั้ง (+5.2%)
สำหรับใครที่กำลังมองหาสมาร์ทโฟนเครื่องใหม่ในปีหน้า เตรียมใจไว้ได้เลยว่า มือถือราคาประหยัดสเปคเทพ อาจจะหายไปจากตลาด เพราะข้อจำกัดด้านต้นทุนชิ้นส่วนจะทำให้ผู้ผลิตต้องขยับไปโฟกัสที่มือถือระดับกลางถึงระดับบนมากขึ้น เพื่อรักษากำไรของบริษัทเอาไว้ เอาง่ายๆ ว่าหลายรุ่นที่เปิดมาต้นๆ ปีนี้ ราคาก็แพงขึ้นจากปีที่แล้วหลายพันเลย

Comment