เชื่อว่าหลายคนน่าจะพอสังเกตเห็นว่า สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆ ที่เปิดตัวช่วงนี้มีราคาที่ขยับสูงขึ้น โดยเฉพาะแบรนด์ที่เคยขึ้นชื่อเรื่องความคุ้มค่า อย่าง Xiaomi และ Redmi คำตอบไม่ได้อยู่ที่การปั่นราคาของแบรนด์ แต่มาจาก วิกฤตราคาหน่วยความจำโลก ที่รุนแรงจนผู้บริหารระดับสูงของ Xiaomi ต้องออกมาเปิดเผยตัวเลขต้นทุน
ต้นทุน RAM และความจุ (Storage) พุ่งสูงขึ้นแค่ไหน?
Lu Weibing ประธานของ Xiaomi ได้เปิดเผยข้อมูลผ่าน Weibo ว่า ต้นทุนของชิ้นส่วนหน่วยความจำในปัจจุบันพุ่งสูงขึ้นอย่างกะทันหันและเกินความคาดหมายไปมาก โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้
- ราคาพุ่งเกือบ 4 เท่า : เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว (Q1 2025) ราคาหน่วยความจำในตลาดโลกขยับสูงขึ้นเกือบ 400%
- ส่วนต่างที่ต้องจ่ายเพิ่ม : สำหรับสมาร์ทโฟนรุ่นที่ใช้ RAM 12GB + Storage 512GB (ซึ่งเป็นสเปคมาตรฐานของรุ่นกลางและเรือธง) Xiaomi ต้องแบกรับต้นทุนเพิ่มขึ้นถึง 1,500 หยวน (ประมาณ 7,200 บาท) ต่อเครื่อง
- รุ่นความจุสูงยิ่งหนัก : สำหรับรุ่นท็อปที่ใช้ RAM 16GB + Storage 1TB ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นนั้นน่าตกใจยิ่งกว่า จนแทบจะไม่สามารถคงราคาเดิมไว้ได้
ทำไมราคาหน่วยความจำถึงแพงขึ้น?
วิกฤตนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับ Xiaomi แต่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมสมาร์ทโฟนทั่วโลก โดยมีสาเหตุหลัก 3 ประการ คือ
- AI Boom : ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยี (เช่น OpenAI, Google, Microsoft) ต้องการหน่วยความจำความเร็วสูง (HBM – High Bandwidth Memory) จำนวนมหาศาล เพื่อใช้ใน Data Center สำหรับประมวลผล AI ทำให้ผู้ผลิตชิปอย่าง Samsung, SK Hynix และ Micron ลดกำลังการผลิตชิปสำหรับสมาร์ทโฟนลง เพื่อไปผลิตชิป AI ที่กำไรดีกว่า
- กำลังการผลิตจำกัด : โรงงานผลิตเซมิคอนดักเตอร์ต้องใช้เวลาในการขยายตัว คาดว่ากำลังการผลิตใหม่จะเข้าสู่ระบบได้จริงในช่วงปี 2027 ทำให้ช่วง 1-2 ปีนี้ สินค้าจะขาดตลาดและราคาสูงค้างฟ้า
- ความต้องการสเปคสูง : แอปพลิเคชันและระบบปฏิบัติการในปัจจุบันต้องการ RAM และพื้นที่เก็บข้อมูลมากขึ้น ทำให้ผู้ผลิตมือถือไม่สามารถลดสเปคเพื่อคุมราคาได้
ประกาศปรับราคา
เพื่อให้ธุรกิจอยู่รอด Xiaomi ได้ประกาศปรับราคาสินค้าบางรุ่นในประเทศจีน ตั้งแต่วันที่ 11 เมษายน 2026 เป็นต้นไป
- Redmi K90 Pro Max : ปรับราคาขึ้นประมาณ 200 หยวน
- Redmi Turbo 5 Series : ยกเลิกส่วนลดโปรโมชันและปรับราคาคืนสู่ราคาฐาน
- ตลาด Global : แม้จะยังไม่มีประกาศปรับราคาอย่างเป็นทางการในไทยหรือต่างประเทศ แต่มีความเป็นไปได้สูงว่ารุ่นใหม่ๆ ที่จะเปิดตัวหลังจากนี้ จะมีราคาเปิดตัวที่สูงขึ้นกว่ารุ่นก่อนหน้าอย่างเห็นได้ชัด
ใครที่วางแผนจะเปลี่ยนมือถือในปีนี้ ซื้อตอนนี้อาจคุ้มที่สุด เพราะสินค้าในสต็อกเก่ายังเป็นต้นทุนเดิม แต่รุ่นที่ผลิตใหม่หรือรุ่นที่จะเปิดตัวในช่วงครึ่งปีหลัง มีแนวโน้มที่จะปรับราคาขึ้นตามกลไกตลาดหน่วยความจำ
ที่มา GSMArena

Comment