Xiaomi ได้เปิดเผยรายชื่ออุปกรณ์ที่จะได้รับเอฟเฟกต์หน้าจอดีไซน์ใหม่อย่าง Soft Light Glass หรือ Liquid Glass UI ซึ่งเป็นหนึ่งในไฮไลต์ฟีเจอร์การปรับโฉมอินเทอร์เฟซครั้งใหญ่ในอัปเดต HyperOS 4 การอัปเดตนี้มาพร้อมกับดีไซน์กระจกละมุนตา การประมวลผลแสงแบบเรียลไทม์ และกราฟิกที่ดูโปร่งแสง มอบประสบการณ์การใช้งานที่ลื่นไหล สมจริงยิ่งขึ้น

Soft Light Glass HyperOS 4

เนื่องจากฟีเจอร์นี้ต้องอาศัยการเรนเดอร์กราฟิกแบบซับซ้อน รวมถึงการคำนวณแสงแบบตอบสนองทันที ทำให้กินทรัพยากรการประมวลผลค่อนข้างสูง Xiaomi จึงเลือกเปิดใช้งานฟีเจอร์นี้เฉพาะในรุ่นที่มีขีดความสามารถของชิปเซ็ตผ่านเกณฑ์เท่านั้น

ข้อกำหนด

สำหรับการทดสอบ Beta Phase แรกในจีน ฟีเจอร์นี้จะจำกัดให้ใช้งานได้บนอุปกรณ์ที่ใช้ชิปเซ็ตระดับท็อป ได้แก่

  • Qualcomm: Snapdragon 8 Elite ขึ้นไป
  • MediaTek: Dimensity 9500 ขึ้นไป
  • Xiaomi Proprietary: Xring O1 ขึ้นไป

อย่างไรก็ตาม Xiaomi ได้ยืนยันแล้วว่าจะขยายฟีเจอร์นี้ไปยังรุ่นยอดนิยมอื่นๆ ในเฟสถัดไป หลังจากได้รับการปรับแต่งประสิทธิภาพเรียบร้อยแล้ว

รายชื่ออุปกรณ์ Xiaomi และ Redmi ที่รองรับ Soft Light Glass (HyperOS 4)

Soft Light Glass HyperOS 4

แม้ประกาศแรกจะอ้างอิงจากตลาดประเทศจีน แต่เนื่องจากการเลือกอัปเดตพิจารณาจากขีดความสามารถของชิปประมวลผลเป็นหลัก ทำให้อุปกรณ์เวอร์ชัน Global ที่ใช้สเปคเทียบเท่ากันจะได้รับอัปเดตนี้ด้วยเช่นกัน

1. ตระกูลเรือธง Xiaomi MIX Series

  • Xiaomi MIX Fold 4
  • Xiaomi MIX Fold 3
  • Xiaomi MIX Fold 2
  • Xiaomi MIX Flip

2. ตระกูลเรือธง Xiaomi

  • Xiaomi 17 Series
  • Xiaomi 17T Series
  • Xiaomi 15 Series
  • Xiaomi 14 Series
  • Xiaomi 13 Series

3. ตระกูลสายเซลฟี่และไลฟ์สไตล์ Xiaomi Civi Series

  • Xiaomi Civi 5 Pro

4. ตระกูลประสิทธิภาพสูง Redmi K Series

  • Redmi K100 Pro Series
  • Redmi K90 Series
  • Redmi K80 Series
  • Redmi K70 Series (ยกเว้นรุ่น Redmi K70E)

5. ตระกูลเน้นความแรง Redmi Turbo Series

  • Redmi Turbo 5 Max
  • Redmi Turbo 5
  • Redmi Turbo 4 Pro

6. แท็บเล็ต Xiaomi Pad & Redmi Pad Series

  • Xiaomi Pad 8 Pro
  • Xiaomi Pad 8
  • Xiaomi Pad 7 Ultra
  • Xiaomi Pad 7S Pro
  • Redmi K Pad 2
  • Redmi K Pad

สรุปสถานะการปล่อยอัปเดต

ปัจจุบันฟีเจอร์ Soft Light Glass UI เริ่มทยอยปล่อยให้ทดสอบแล้วในกลุ่มผู้ใช้ Beta กลุ่มแรกในประเทศจีน และเมื่อระบบได้รับการปรับจูนความลื่นไหลและเสถียรภาพเรียบร้อยแล้ว Xiaomi จะเริ่มปล่อยอัปเดตเวอร์ชันสมบูรณ์ให้แก่ผู้ใช้งานทั่วโลกถัดไป

ที่มา : notebookcheck