Apple เปิดตัว AirTag รุ่นใหม่ล่าสุด ที่ได้รับการปรับปรุงระยะการค้นหาที่แม่นยำ และไกลขึ้นมากกว่าเดิม ไปจนถึงเสียงลำโพงที่ดังยิ่งกว่ารุ่นที่แล้ว ช่วยให้ค้นหาสิ่งของได้ง่ายยิ่งขึ้นผ่าน Apple Watch
AirTag รุ่นใหม่ ระยะค้นหาไกลกว่าเดิม 50%
AirTag รุ่นใหม่ มาพร้อมชิปอัลตร้าไวด์แบนด์รุ่นที่ 2 โดยเป็นชิปรุ่นเดียวกับที่อยู่ใน iPhone 17, iPhone Air, Apple Watch Ultra 3 และ Apple Watch Series 11 ช่วยให้ระบุ “ตำแหน่งที่ตั้งจริง” ของสิ่งของได้แม่นยำมากขึ้น โดยมีระยะการนำทางไปหาสิ่งของไกลกว่ารุ่นที่แล้วสูงสุด 50%
นอกจากนั้นแล้ว AirTag รุ่นใหม่ ยังได้รับการอัปเกรดชิปบลูทูธ เพื่อทำให้ระยะการระบุหรือตรวจจับตำแหน่งกว้างมากขึ้น สามารถใช้ฟีเจอร์ “ค้นหาตำแหน่งที่ตั้งจริง” ผ่าน Apple Watch Series 9 กับ Apple Watch Ultra 2 หรือรุ่นที่ใหม่กว่านั้น เพื่อค้นหา AirTag ได้เลย


โครงสร้างภายในของ AirTag ได้รับการปรับปรุงใหม่ ส่งผลให้สามารถส่งเสียงได้ดังกว่ารุ่นที่แล้วมากถึง 50% ได้ยินเสียงของ AirTag ไกลกว่าเดิมสูงสุด 2 เท่า
ฟีเจอร์ไม้ตายของ AirTag ก็คือฟีเจอร์ “แชร์ตำแหน่งที่ตั้งของสิ่งของ” ซึ่ง Apple ได้ร่วมมือกับ 50 สายการบินทั่วโลก เพื่อให้ผู้ใช้สามารถแชร์ตำแหน่งที่ตั้งของสิ่งของที่หายไปได้อย่างปลอดภัย ข้อมูลจาก SITA ระบุว่าฟีเจอร์ดังกล่าวช่วยลดการล่าช้าของสัมภาระไปได้ถึง 26% และช่วยลดจำนวนสัมภาระที่สูญหายได้ 90%


รักษ์โลกเหมือนเดิม AirTag ผลิตจากวัสดุรีไซเคิลเป็นหลัก
AirTag รุ่นใหม่ได้รับการออกแบบโดยการใช้พลาสติกรีไซเคิล 85% แร่โลหะรีไซเคิล 100% ไปจนถึงทองคำรีไซเคิล 100% สำหรับแผงวงจรทั้งหมด ส่วนบรรจุภัณฑ์ก็ทำจากเยื่อไม้ 100% ที่นำไปรีไซเคิลได้ง่าย ๆ ตัวเครื่องมีขนาดเหมือนเดิม ใช้งานกับอุปกรณ์เสริมสำหรับ AirTag รุ่นที่แล้วได้
AirTag รุ่นใหม่ ราคาและการวางจำหน่าย

AirTag รุ่นใหม่จะเริ่มวางจำหน่ายในประเทศไทยเร็ว ๆ นี้ โดยสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ https://www.apple.com/th/shop/buy-airtag/airtag
- AirTag แบบแพ็ค 1 ชิ้น ราคา 990 บาท
- AirTag แบบแพ็ค 4 ชิ้น ราคา 3,290 บาท
- พวงกุญแจผ้า FineWoven ราคา 1,490 บาท
AirTag รุ่นใหม่จำเป็นต้องใช้งานร่วมกับ iPhone ที่เป็นระบบปฏิบัติการ iOS 26 ขึ้นไป iPad ที่เป็นระบบปฏิบัติการ iPadOS 26 ขึ้นไป
ที่มา : Apple

Comment