Airtag เป็นอุปกรณ์ติดตามสิ่งของ มีไว้ให้คนที่ขี้ลืม หรือว่ามีของสำคัญที่หากเกิดหายขึ้นมาต้องรีบหาว่าอยู่ที่ไหน แต่ก็ไม่วายโดนเอามาใช้งานในทางที่ไม่ถูกต้อง ละเมิดความเป็นส่วนตัวของคนอื่นได้ อย่างกรณีที่สาวคนหนึ่งโดนแฟนเก่าเอา Airtag มาติดไว้อย่างลับ ๆ ทำให้รู้ได้ว่าตอนนี้อดีตแฟนของเค้าอยู่ที่ไหน จนสาวคนดังกล่าวไม่พอใจเอาประเด็นนี้มาฟ้อง Apple ซะเลย

Apple เองก็ได้ออกแบบระบบให้อุปกรณ์ Airtag ไม่สามารถนำไปแอบติดตามคนอื่นแบบนี้ได้ ด้วยวิธีการตรวจจับด้วยมือถือ iPhone ที่ถ้ามือถือพบว่ามีอุปกรณ์ AirTag แปลกหน้าของใครไม่รู้มาอยู่ใกล้ ๆ ตัวเราเป็นเวลานาน มือถือก็จะแสดงการแจ้งเตือนขึ้นมา และหากเรายังหาไม่เจอว่าแอบซ่อนอยู่ตรงไหน Airtag อันนั้นก็จะส่งเสียงดังเตือนขึ้นมาเอง

แต่จากคดีที่ Apple เพิ่งโดนฟ้องล่าสุด ทางผู้เสียหายได้ออกมาระบุว่า ระบบของแอปเปิลนั้น ยังไม่สามารถป้องกันการถูกติดตามได้ดีพอ และแทบจะไม่ได้เตือนคนที่ถูกติดตามให้รู้ตัวได้เลยด้วยซ้ำ

โดยผู้เสียหายคนดังกล่าว ได้มีปัญหาขัดแย้งกันกับแฟนเก่า และได้โดนตามรังควาญก่อกวนชีวิต จนทนไม่ไหวต้องหนีมา แต่หารู้ไม่ว่าแฟนเก่าได้เอา AirTag ติดไว้ในรถของเธอ เพื่อรู้ว่าเธอเดินทางไปอยู่ที่ไหนบ้าง จะได้ตามมาก่อกวนอีก

ในคดีความยังมีผู้เสียหายสาวอีกรายนึง ที่โดนสามีใส่ AirTag ไว้ในกระเป๋าของลูกเพื่อติดตามเธอ ทั้งสองคนจึงมาเรียกร้องค่าเสียหายจาก Apple ด้วยกัน แต่จากข่าวไม่มีข้อมูลเผยไว้ว่าเรียกไปเท่าไหร่นะครับ

ก่อนหน้าเราก็เคยเห็นข่าวการใช้ AirTag แบบที่เกิดประโยชน์มาแล้ว เช่นใช้ติดตามผู้ป่วยสมองเสื่อม แต่ก็ยังมีข่าวการใช้งานในทางที่ผิดมาด้วยเช่นกัน อย่างการที่โจรใช้ติดรถเพื่อหาจังหวะขโมย 

ทั้งนี้ที่ผ่านมา Apple ก็ให้ความสำคัญกับเรื่องการถูกใช้อุปกรณ์ที่ไม่เหมาะสมมาตลอด อย่างการพัฒนาระบบแจ้งเตือนตามที่กล่าวไปเบื้องต้น และก็ได้ออกประกาศชี้แจงเรื่องการใช้งานอุปกรณ์ให้ถูกต้อง ไม่ควรนำไปใช้ติดตามใคร แต่ในเมื่อปัญหาแบบนี้ยังมีให้เห็นอยู่ ก็น่าสงสัยจริง ๆ ว่าจะออกแบบระบบให้มีความปลอดภัยมากกว่านี้ได้หรือไม่ หรือจะเป็นสินค้าตัวปัญหาให้บริษัทต้องปวดหัวไปแบบนี้เรื่อย ๆ ครับ

 

ที่มา : macrumors