ใครที่ชอบออกกำลังแบบวิ่งตอนเช้า แล้วแวะเข้ายิมเล่นเวทตอนเย็น สมาร์ทวอทช์ทั่วไปอาจไม่ตอบโจทย์ความถึกและแม่นยำ ในการประมวลผลต่างๆ ล่าสุด Zepp Health ได้เปิดตัว Amazfit Active 3 Premium สมาร์ทวอทช์รุ่นใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อนิยามการฝึกแบบ Hybrid Training โดยเฉพาะ

ดีไซน์ระดับพรีเมียม จอ Sapphire และความสว่าง 3,000 นิต

Amazfit Active 3 Premium

จุดเด่นแรกที่เห็นชัดคือ หน้าจอ AMOLED ขนาด 1.32 นิ้ว ที่มาพร้อมความสว่างสูงสุดถึง 3,000 nits ซึ่งถือเป็นมาตรฐานระดับสมาร์ทโฟนเรือธง ทำให้มองเห็นแผนที่หรือค่าต่างๆ ได้ชัดแจ๋วแม้อยู่กลางแดดจัดเวลาเที่ยงวัน

  • ความทนทาน: ตัวเรือนใช้กระจก Sapphire Glass ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องการทนรอยขีดข่วนได้ดีเยี่ยม ไม่ต้องกลัวว่าหน้าจอจะไปกระแทกกับดัมเบลหรืออุปกรณ์ในยิม
  • การควบคุม: มีปุ่ม Physical 4 ปุ่ม ช่วยให้สั่งการได้แม่นยำกว่าระบบสัมผัสเพียงอย่างเดียว โดยเฉพาะตอนที่เหงื่อท่วมมือหรือกำลังหอบจากการสปรินต์

วิเคราะห์การวิ่งและร่างกายระดับโปร (Hybrid Analytics)

Amazfit Active 3 Premium ไม่ได้แค่บอกว่าวิ่งไปกี่กิโลเมตร แต่มันวิเคราะห์ท่าทางและขีดจำกัด ด้วยเซนเซอร์ BioTracker™ 6.0 PPG รุ่นใหม่ล่าสุด

1. ข้อมูลการวิ่งเชิงลึก (Professional Running Data)

ตัวเครื่องสามารถวัดค่า Running Posture หรือท่าทางการวิ่งได้แบบเรียลไทม์

  • Ground Contact Time: ระยะเวลาที่เท้าแตะพื้น (ช่วยลดความเสี่ยงการบาดเจ็บ)
  • Running Power: กำลังในการวิ่ง เพื่อดูว่าใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพแค่ไหน

2. Lactate Threshold Test

ฟีเจอร์นี้สำคัญมากสำหรับนักกีฬาที่ต้องการพัฒนาความอึด ระบบจะช่วยทดสอบขีดจำกัดสูงสุดที่ร่างกายจะทนต่อกรดแลกติกได้ ทำให้วางแผนได้ว่าควรวิ่งโซนไหน หรือควรพักตอนไหน เพื่อให้กล้ามเนื้อฟื้นฟูได้ดีที่สุด

3. Zepp Coach™ โค้ช AI ส่วนตัว

Amazfit Active 3 Premium

ไม่ว่าเป้าหมายคือการลดน้ำหนัก หรือการวิ่งมาราธอนแรก ระบบ Zepp Coach™ จะช่วยสร้างตารางซ้อมที่เหมาะสมกับสภาพร่างกายของผู้ใช้ในแต่ละวันโดยอัตโนมัติ

ฟีเจอร์อื่นๆ

Amazfit Active 3 Premium

หนึ่งในปัญหาของคนออกกำลังกาย คือไม่อยากพกมือถือเครื่องใหญ่ๆ ไปด้วย Active 3 Premium จึงจัดเต็มฟีเจอร์อิสระมาให้

  • Offline Maps: โหลดแผนที่ลงเครื่องได้เลย เดินทางตามเส้นทางได้โดยไม่ต้องใช้เน็ต
  • Storage 4GB: เก็บเพลงหรือพอดแคสต์ (Podcasts) ไว้ฟังผ่านหูฟัง Bluetooth ได้โดยตรง
  • Bluetooth Calls & Zepp Flow™: ลำโพงและไมค์ในตัว รับสายโทรศัพท์ได้จากข้อมือ และสั่งการด้วยเสียงผ่าน AI เช่น พูดว่า “เริ่มโหมดวิ่งกลางแจ้ง” เครื่องก็จะทำงานทันที

แบตเตอรี่ และระบบเชื่อมต่อได้หลายแอป

Amazfit Active 3 Premium

แม้จะจัดเต็มหน้าจอความสว่างสูงและเซนเซอร์เพียบ แต่แบตเตอรี่รุ่นนี้ใช้งานได้นานถึง 13 วัน ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง และยังรองรับการซิงค์ข้อมูลกับแอปยอดฮิตอย่าง Strava, TrainingPeaks, Apple Health และ Google Fit ได้อย่างไร้รอยต่อ

ราคาและการวางจำหน่าย

Amazfit Active 3 Premium

Amazfit Active 3 Premium มีให้เลือก 3 เฉดสีพรีเมียม

  • ราคา 6,490 บาท

ช่องทาง: Shopee, Lazada, TikTok Shop และร้านค้าตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ