ย้อนกลับไปในเดือนสิงหาคม 2025 ทีมแอนดรอยด์ได้ประกาศเรื่อง Android Developer Verification เพื่อให้นักพัฒนาที่เผยแพร่แอปนอก Google Play จะต้องทำการยืนยันตัวตนกับทางแอนดรอยด์ด้วย
ถึงแม้จะไม่ได้เกี่ยวข้องกับผู้ใช้แอนดรอยด์โดยตรง แต่นี่คือหนึ่งในเป้าหมายสำคัยของทีมแอนดรอยด์ที่ต้องการยกระดับความปลอดภัยของระบบปฏิบัติการให้ปลอดภัยยิ่งขึ้น เพราะในช่วงเวลาที่ผ่านมาระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์นั้นถูกใช้เป็นเครื่องมือของมิจฉาชีพทั่วโลก (ไม่ใช่แค่ในประเทศไทย) ซึ่งส่วนหนึ่งก็เพราะเป็นระบบปฏิบัติการแบบเปิดที่ผู้ใช้สามารถติดตั้งแอปจากไฟล์ APK ด้วยตัวเองได้ (Sideload) ทำให้มีความเสี่ยงสูงที่อาจจะโดนมัลแวร์ (Malware) ที่แฝงตัวอยู่ในแอปเหล่านั้น

โดยนับตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน 2026 เป็นต้นไป อุปกรณ์แอนดรอยด์ในประเทศไทย, อินโดนีเซีย, สิงคโปร์, และบราซิลจะเป็นกลุ่มแรกที่ Google Services จะบล็อคการติดตั้งแอปจากนักพัฒนาที่ไม่ได้ยืนยันตัวตน (Unverified Developer) ยกเว้นการติดตั้งผ่านช่องทางนักพัฒนาหรือ ADB โดยมีแผนจะบังคับใช้ทั่วโลกภายในปี 2027
บล็อคการติดตั้งแอปเฉพาะเครื่องที่มี GMS หรือ Google Service เท่านั้น
เบื้องหลังการทำงานดังกล่าวมาจากแอปที่ชื่อว่า Android Developer Verifier (com.google.android.verifier) ที่ Google Service ทยอยติดตั้งลงในอุปกรณ์แอนดรอยด์ทั่วโลกมาตั้งแต่เดือนเมษายน 2026 และมีผลกับแอนดรอยด์เวอร์ชันเก่าไปจนถึง Android 8 Oreo ด้วย

ซึ่งแน่นอนว่ามีกลุ่มผู้ใช้หลายคนที่ไม่เห็นด้วยกับแนวทางนี้ เช่น กลุ่มผู้ใช้ที่มีความเชี่ยวชาญ (Advance User หรือ Super User) จึงทำให้ทีมแอนดรอยด์มีทางเลือกเสริมสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการติดตั้งแอปจากนักพัฒนาที่ไม่ได้ยืนยันตัวตน โดยให้ผู้ใช้ทำขั้นตอนที่เรียกว่า Advanced Flow ก่อน
ขั้นตอนการเปิดใช้งาน Advanced Flow

- เข้าไปที่ Developer Options แล้วเลือก Apps from unverified developers
- เปิดใช้งาน Allow apps from unverified developers
- ตอบคำถามว่ามีใครบอกให้ทำสิ่งนี้หรือไม่
- Restart เครื่องหนึ่งครั้งแล้วรอเป็นระยะเวลา 24 ชั่วโมง
- หลังจากผ่านไป 24 ชั่วโมงให้กลับมาที่หน้า Apps from unverified developers อีกครั้งเพื่อทำขั้นตอนต่อไป
- ให้ผู้ใช้เลือกเปิดใช้งาน Advanced Flow เป็นระยะเวลา 7 วันหรือเปิดใช้งานแบบถาวร
จากเดิมที่จะมีหน้าต่างบล็อคการติดตั้งแอปจากนักพัฒนาที่ไม่ได้ยืนยันตัวตน (ภาพซ้าย) เมื่อเปิดใช้งาน Advanced Flow ก็จะแสดงปุ่มให้ผู้ใช้ยืนยันการติดตั้งแอปนั้นได้ด้วย (ภาพขวา)

ที่ต้องมีขั้นตอนที่ยุ่งยากแบบนี้ ทีมแอนดรอยด์ให้เหตุผลว่าเพื่อช่วยลดความเสี่ยงของเหยื่อที่โดนมิจฉาชีพหลอกให้ติดตั้งแอปผ่านการคุยโทรศัพท์ (ลดความเสี่ยงด้วยการบังคับให้ Restart เครื่อง) และกดดันให้เหยื่อทำตามคำสั่ง (ลดความเสี่ยงด้วยการให้รอ 24 ชั่วโมง)
และหลังจากเปิดใช้งาน Advanced Flow เสร็จแล้ว ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องเปิด Developer Options ทิ้งไว้ สามารถปิด Developer Options ได้เลย
การต่อต้านจากฝั่งนักพัฒนาแอนดรอยด์และผู้เชี่ยวชาญด้านไอที
ถึงแม้เรื่องความปลอดภัยของผู้ใช้จะเป็นสิ่งที่นักพัฒนาและผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีก็เห็นด้วยเช่นกัน แต่สิ่งที่ผู้คนเหล่านี้กังวลกัน คือการที่ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ไม่ได้เปิดกว้างเหมือนเดิมอีกต่อไป เพราะ Google สามารถติดตั้งแอปเพื่อบังคับไม่ให้ผู้ใช้ติดตั้งแอปด้วยตัวเอง ทำให้กังวลว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของการผูกขาดระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์จากทาง Google ที่สามารถเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขต่าง ๆ ในภายหลังได้ตามต้องการ โดยใช้ความปลอดภัยของผู้ใช้เป็นข้ออ้าง
อีกทั้งยังบังคับให้นักพัฒนาแอนดรอยด์ที่อยู่นอก Google Play ต้องเสียค่าธรรมเนียมในการยืนยันตัวตนและส่งข้อมูลส่วนตัว (ชื่อ, ที่อยู่, เบอร์โทร, และเอกสารประจำตัว) ให้กับทาง Google อย่างเลี่ยงไม่ได้

ทั้งหมดนี้จึงเกิดเป็นข้อถกเถียงและมีกลุ่มรณรงค์ที่เรียกร้องให้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์กลับมาเป็นระบบปฏิบัติการแบบเปิดในแบบที่ควรจะเป็น https://keepandroidopen.org ซึ่งแน่นอนว่าสิ่งนี้ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อแนวทางของทีมแอนดรอยด์ใน Google แต่อย่างใด และได้ทยอยให้นักพัฒนาแอนดรอยด์ทำการยืนยันตัวตนมาตั้งแต่เดือนมีนาคม 2025 แล้ว
สรุปผลกระทบต่อผู้ใช้แอนดรอยด์ที่ควรรู้
- การติดตั้งแอปจาก Official App Store ที่ติดมากับเครื่อง จะติดตั้งได้ตามปกติ
- การติดตั้งแอปจากไฟล์ APK จะต้องเปิดใช้งาน Advanced Flow ก่อน
- ถ้าในเครื่องมีแอปที่ไม่ได้ยืนยันตัวตนนักพัฒนาติดมาตั้งแต่แรก (Preloaded) จะใช้งานได้ปกติ แต่จะอัพเดทเวอร์ชันใหม่ไม่ได้จนกว่าจะเปิดใช้งาน Advanced Flow
- การติดตั้งผ่าน ADB หรือช่องทางนักพัฒนานับเป็นข้อยกเว้น เพราะมีขั้นตอนที่ยุ่งยากกว่าและต้องเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์
- การติดตั้งแอปผ่านช่องทางองค์กรหรือ MDM จะนับเป็นข้อยกเว้น
ถึงแม้ว่าประเทศไทยจะเป็นประเทศกลุ่มแรกที่จะบังคับใช้แนวทางใหม่นี้ แต่ถ้าคุณเป็นแค่ผู้ใช้ทั่วไปก็จะไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ เลย และถ้าคุณเป็นผู้ใช้ที่มีความเชี่ยวชาญและต้องการติดตั้งแอปจากภายนอกก็จะต้องทำขั้นตอนเพื่อเปิดใช้งาน Advanced Flow ก่อน (ทำแค่ครั้งเดียว) หลังจากนั้นก็สามารถติดตั้งแอปได้อย่างอิสระเหมือนเดิม

และถ้าคุณเป็นนักพัฒนาแอนดรอยด์ที่อยากรู้รายละเอียดของ Android Developer Verification ผมเขียนบทความอีกชุดไว้ที่ <ลิ้ง> สามารถตามไปอ่านกันได้
แหล่งข้อมูลอ้างอิง: Google Blog [1] [2], Reddit, Android Developer, Keep Android Open

Comment