fbpx
News

รู้จัก Android Oreo (Go Edition) เมื่อ Google อยากให้สมาร์ทโฟนราคาประหยัดสามารถใช้งานได้ลื่น เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างเท่าเทียม

ถ้าพูดถึง Android Go ในตอนนี้ เชื่อว่าหลายๆ คนอาจจะทำหน้างงๆ ไม่รู้จักว่ามันคืออะไร แต่ถ้าย้อนกลับไปไม่กี่ปีก่อนหน้านี้ทุกคนน่าจะจำโครงการ Android One ที่ Google เปิดตัวขึ้นมาเพื่อให้คนทั่วไปสามารถมีสมาร์ทโฟนในราคาประหยัดใช้ และได้รับอัพเดทจาก Google อย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว แต่ดูเหมือนว่าราคาของมันจะยังถูกไม่พอ ทำให้ Google ได้เปิดตัว Android Go เพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งเวอร์ชั่น ซึ่งสามารถทำงานได้บนมือถือที่มี RAM 512MB นั่นหมายความว่ามือถือราคาไม่ถึง 3,000 บาท ก็สามารถใช้งาน Android ได้แล้ว

Android Oreo (Go Edition) นั้นถือเป็นซอฟแวร์เวอร์ชั่นแรกของ Android Go จากที่หลายๆ คนเคยแซวว่า Android นั้นเป็นชื่อของหวาน พอผ่านไปหลายๆ เวอร์ชั่น กินของหวานเข้าไปเยอะขึ้นเรื่อยๆ บวกกับฟีเจอร์ที่เพิ่มมากขึ้น ก็ต้องการสเปคเครื่องที่แรงขึ้นเรื่อยๆ การมาของ Android Oreo (Go Edition) ในคราวนี้ก็เหมือนกับเป็นเวอร์ชั่นไดเอท หรือโอรีโอแผ่นบางก็ว่าได้ เพราะมันเป็นเป็นเวอร์ชั่นที่ไม่ต้องการสเปคแรงนัก ในการทำงาน

Memory optimizations : การจัดการหน่วยความจำที่ดีขึ้นของเวอร์ชั่นนี้ ช่วยให้ Oreo Go Edition สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ถึงแม้ตัวเครื่องจะมี RAM น้อยกว่า 1GB

Flexible targeting options : ผู้พัฒนาแอปต่างๆ สามารถตั้งระบบในการตรวจสอบได้ว่ามือถือที่เข้ามาใช้งานสเปคและหน่วยความจำเป็นอย่างไร และเลือกติดตั้งแอปลงบนตัวเครื่องได้อย่างเหมาะสม

Optimized Google apps : แอปต่างๆ ของ Google ที่ติดมาด้วยก็ถูกยกเครื่องใหม่หมด ให้มีีขนาดเล็กลง เพื่อจะไม่ไปกินพื้นที่บนตัวเครื่อง ใช้ RAM น้อยลง ใช้เน็ตน้อยลงด้วย ซึ่งจากภาพด้านบนจะเห็นเลยว่าบนมือถือที่มีหน่วยความจำแค่ 8GB นั้น หากติดตั้ง Android Nougat ไป จะเหลือพื้นที่ใช้งานไม่เกิน 2GB แน่ๆ แต่ถ้าติดตั้ง Android Oreo (Go Edition) จะได้พื้นที่ว่างมากกว่าถึง 2 เท่า และแอปต่างๆ ของ Google ก็มีขนาดเล็กลงกว่าเดิมถึง 50% Google Play : แอปต่างๆ ที่ปรากฏบน Google Play ของ Go Edition นั้นก็จะเป็นการคัดกรองเอาแอปที่มีขนาดเล็ก ประหยัดเนื้อที่ หรือพูดอีกอย่างว่าเป็นแอปประเภท Lite หรือ Go ที่ทาง Google เองก็ได้วางไกด์ไลน์ในการพัฒนาแอปพวกนี้เอาไว้แล้วว่าต้องทำให้แอปเบาที่สุด และใช้งานเน็ตน้อยที่สุดด้วย

นอกจากนั้นมือถือที่ผลิตมาเป็น Go Edition นั้น จะถูกเปิดฟังก์ชั่น data saver มาเลยตั้งแต่แรก เพื่อเป็นการประหยัดการใช้งาน data ซึ่งตอนนี้แอปต่างๆ อย่าง Google Go, Google Assistant Go, YouTube Go, Google Maps Go, Gmail Go, Gboard, Google Play, Chrome, และแอปใหม่อย่าง Files Go ก็จะทยอยอัพขึ้น Play Store ต่อไป ซึ่งถามว่าตอนนี้มีมือถือที่เป็น Android Go ออกมาหรือยัง ก็ต้องบอกว่ายัง แต่หลังจากนี้เราน่าจะได้เห็นมือถือสเปคต่ำๆ หันมาใช้ Android เวอร์ชั่นนี้มากขึ้นก็เป็นได้ โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศที่กำลังเปลี่ยนผ่านจาก 2G เป็น 3G หรือ 4G ครับ

5 Comments

  1. Toven Post on December 6, 2017 at 5:54 pm

    #984709

    แล้วตัวปกติที่มันกินพื้นที่เยอะๆมันดียังไงอะคับ แต่ละแอปแต่ละserviceที่ฝังมาไม่เคยกดใช้เลย

  2. gotodo

    gotodo Post on December 7, 2017 at 1:03 am

    #984733

    Android รุ่นปกติอยากใช้แอปของ Android Go บ้างจะใช้ได้มั้ยนี่

  3. gotodo

    gotodo Post on December 7, 2017 at 1:06 am

    #984734

    Android รุ่นปกติอยากใช้แอปของ Android Go บ้างจะใช้ได้มั้ยหว่า

    • gotodo

      gotodo Post on December 7, 2017 at 1:08 am

      #984735

      ขออภัยครับตอนแรกคิดว่าเม้นไม่ขึ้น

  4. bigmamaz

    bigmamaz Post on December 7, 2017 at 8:17 am

    #984739

    แล้วทำไมไม่ใช้ Android Go ไม่เป็นพื้นฐานไปเลย จะได้ไม่กิน H/W เครื่อง หรือแบบปกติมันดีกว่า GO ยังไง ?

Leave a Reply

To Top