ข่าวใหญ่ในแวดวงความปลอดภัยไซเบอร์ เมื่อมีการเปิดเผยช่องโหว่ระดับวิกฤตบนระบบปฏิบัติการ Android ที่ถูกเรียกว่า SMS of Death หรือ SMS มรณะ ซึ่งมีความสามารถในการโจมตีระยะไกล ทำให้สมาร์ทโฟนเกิดอาการรวน สายโทรศัพท์ถูกตัดขาด รวมถึงสายด่วนฉุกเฉิน และหากโดนส่งรัว ๆ อาจทำให้มือถือพังจนใช้งานไม่ได้
SMS of Death คืออะไร และทำงานอย่างไร?
คำว่า SMS of Death ไม่ใช่เรื่องใหม่ในวงการมือถือ แต่สำหรับเวอร์ชันล่าสุดบน Android นี้ ค้นพบโดยนักวิจัยด้านความปลอดภัยชื่อ Mark Blaszczyk โดยมีจุดเด่นและพฤติกรรมที่น่ากลัวดังนี้
- ไม่ปรากฏในกล่องข้อความ (Inbox) : เมื่อมีคนส่งข้อความอันตรายนี้เข้ามา จะไม่เห็นการแจ้งเตือน ไม่มีชื่อผู้ส่ง หรือข้อความโผล่มาในแอปแชทเลยแม้แต่น้อย
- ตัดสายโทรศัพท์ทันที : ข้อความดังกล่าวจะพุ่งเข้าไปโจมตีระบบจัดการสายเรียกเข้าและโทรออกของ Android ส่งผลให้สายที่กำลังคุยอยู่ตัดขาดทันทีแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย แม้แต่การโทรหาเบอร์ฉุกเฉิน (เช่น 911) ก็อาจถูกตัดสายได้เช่นกัน
- เสี่ยงติดลูปบูท : หากผู้โจมตีส่งข้อความลักษณะนี้ซ้ำ ๆ ราว 20 ข้อความขึ้นไป ตัวระบบ Android จะพยายามประมวลผลข้อความที่พังซ้ำไปซ้ำมา จนเครื่องเกิดอาการแฮงค์ หนักเข้าอาจติดอยู่ในลูปบูท เปิดไม่ติด หรือใช้งานไม่ได้เลย
ทำไมข้อความนี้ถึงอันตราย
ข้อความนี้ถูกออกแบบโครงสร้างโค้ดหรือชุดข้อมูลมาเป็นพิเศษ ซึ่งซอฟต์แวร์เฟรมเวิร์กของ Android ไม่สามารถประมวลผลได้ เมื่อระบบพยายามแกะรหัสข้อความ แต่โค้ดแฝงนี้ไม่ตรงตามรูปแบบที่รองรับ จะเกิดข้อผิดพลาดที่รุนแรงจนทำให้กระบวนการหลักของระบบล่ม
- อุปกรณ์ที่ได้รับผลกระทบ : นักวิจัยระบุว่าสามารถจำลองการโจมตีนี้ได้บนสมาร์ทโฟนชื่อดังอย่าง Google Pixel และ Samsung Galaxy โดยโค้ดที่มีปัญหาดังกล่าวมีรากฐานย้อนไปไกลถึง Android เวอร์ชัน 12 ไปจนถึง Android เวอร์ชันใหม่ ๆ
- ความยากในการกู้คืน : หากเครื่องโดนถล่มจนพัง การรีเซ็ตเครื่องแบบ Factory Reset ก็อาจไม่ช่วยอะไร หากซิมการ์ดหรือผู้ให้บริการเครือข่ายยังคงพยายามดาวน์โหลดข้อความเดิมซ้ำๆ ทันทีที่เปิดเครื่องใหม่ วิธีแก้ที่ยุ่งยากคือต้องต่อคอมพิวเตอร์เพื่อลบข้อความออกโดยตรง ซึ่งเป็นเรื่องยากสำหรับผู้ใช้ทั่วไป
เบื้องหลังและการแก้ไขจาก Google
ไทม์ไลน์การแจ้งเตือน : นักวิจัย Mark Blaszczyk ได้แจ้งเรื่องนี้ให้ Google ทราบตั้งแต่วันที่ 5 พฤษภาคม แต่รายงานของเขาถูกปฏิเสธซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า “ไม่ใช่ปัญหาด้านความปลอดภัย” จนทำให้เขาตัดสินใจเผยแพร่ต่อสาธารณะและปล่อยเดโมการใช้งานบนโลกออนไลน์เมื่อวันที่ 29 ตุลาคมที่ผ่านมา
ความจริงอีกด้าน คือ Google แก้ไขไปแล้ว : บันทึกโค้ดของ Android เผยว่า Google ได้พัฒนาแพตช์แก้ไขปัญหานี้เสร็จสิ้นตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายนแล้ว โดยระบบจะจัดการดักจับและลบข้อความอันตรายทิ้งทันทีก่อนที่มันจะสร้างความเสียหาย และทาง GrapheneOS ยังระบุด้วยว่า Google ได้ทยอยกระจายแพตช์นี้ผ่านตัวอย่างความปลอดภัย (Security Previews) ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมก่อนที่ข่าวจะแดงเสียอีก
ช่องโหว่นี้ถูกจัดให้อยู่ในระดับความรุนแรงระดับ Critical และได้รับรหัสติดตามคือ CVE-2026-58882 โดยถูกรวมอยู่ในแพตช์ความปลอดภัยของ Android สำหรับเวอร์ชัน 14 ถึง 17 แล้ว
สรุปง่ายๆ คือ ผู้ใช้งานทั่วไปอุ่นใจได้ เพราะมีการตรวจพบและแก้ไขจาก Google แล้ว แต่แค่ไม่ได้เปิดเผยสาธารณะให้ผู้ใช้งานทราบ จนนักวิจัยมาเจอ เรื่องเลยแดงออกมา
วิธีป้องกันตัวเบื้องต้นสำหรับผู้ใช้ Android
สิ่งที่ผู้ใช้งานควรทำทันที เพื่อให้ปลอดภัยจากช่องโหว่นี้ มีดังนี้
- อัปเดตระบบและแพตช์ความปลอดภัยเสมอ
- ให้ตรวจสอบการอัปเดตซอฟต์แวร์ในหน้าการตั้งค่า (Settings > System > System update / Security update)
- ติดตั้งแพตช์ความปลอดภัยประจำเดือนล่าสุด (โดยเฉพาะแพตช์รอบเดือนตุลาคมและพฤศจิกายน) เพื่อให้มือถือของคุณมีโค้ดจัดการข้อความที่ปลอดภัยแล้ว
- ระวังมือถือรุ่นเก่าที่ตกรุ่น
- สมาร์ทโฟนรุ่นเก่าที่หมดระยะซัพพอร์ตซอฟต์แวร์จากผู้ผลิตไปแล้ว (รัน Android 13 หรือเก่ากว่า และไม่ได้ไปต่อ) จะยังคงมีความเสี่ยงต่อช่องโหว่นี้
- หากเลี่ยงไม่ได้ ควรระมัดระวังการรับข้อความจากคนแปลกหน้า หรือพิจารณาเปลี่ยนอุปกรณ์รุ่นใหม่
ที่มา : androidauthority, phonearena

Comment