ในช่วงปี 2026 นี้ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าศึกสายเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ไม่ได้เชือดเฉือนกันแค่เรื่องของตัวโมเดลหรือซอฟต์แวร์อีกต่อไป แต่ ฮาร์ดแวร์ และโครงสร้างพื้นฐานก็ด้วย ล่าสุดมีรายงานว่า Anthropic ผู้พัฒนาโมเดลชื่อดังอย่าง Claude กำลังอยู่ในช่วงเจรจาครั้งสำคัญกับ Samsung เพื่อร่วมกันพัฒนาชิปประมวลผล AI
ทำไม Anthropic ถึงต้องเร่งเครื่องทำ Custom Chip?
หากย้อนกลับไปในช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา Anthropic เคยมีความคิดที่จะผลิตชิป AI เป็นของตัวเองอยู่แล้ว เนื่องจากต้องเผชิญกับความท้าทายในเรื่องการจัดหาโครงสร้างพื้นฐาน และราคาของชิปในตลาดที่พุ่งสูงขึ้น แต่การที่ข่าวคราวคืบหน้าและชัดเจนขึ้นในช่วงนี้ ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการเปิดตัวชิป Jalapeño ของคู่แข่งตลอดกาลอย่าง OpenAI
ชิป Jalapeño ของ OpenAI ที่พัฒนาร่วมกับ Broadcom นั้น ในผลการทดสอบช่วงแรก พบว่ามีประสิทธิภาพต่อวัตต์ ที่ดีกว่า GPU สำหรับ AI ทั่วไปในตลาดอย่างเห็นได้ชัด สิ่งนี้สร้างแรงกดดันให้ Anthropic ต้องเร่งหาพันธมิตรเพื่อพัฒนาชิปที่ตอบโจทย์โมเดล Claude ของตัวเองให้เร็วที่สุด
อย่างไรก็ตาม ตัวแทนของ Anthropic ได้ให้สัมภาษณ์กับทาง TechCrunch โดยไม่ได้ปฏิเสธหรือยอมรับเรื่องดีลกับ Samsung โดยตรง แต่ระบุว่า
“กลยุทธ์ด้านระบบคำนวณของเราจะยังคงให้ความสำคัญกับการใช้ฮาร์ดแวร์ที่หลากหลาย ซึ่งรวมถึงชิปจาก Google, Amazon และ Nvidia ต่อไป”
ทำไมต้องเป็น Samsung?
Samsung ไม่ได้เป็นเพียงแค่ผู้ผลิตสมาร์ทโฟน แต่ในโลกเซมิคอนดักเตอร์ Samsung คือหนึ่งในผู้เล่นระดับ Key Player ที่กุมห่วงโซ่อุปทานของเทคโนโลยี AI ไว้ในมือ
- พันธมิตรของ Nvidia: ปัจจุบัน Samsung เป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนสำคัญอย่างหน่วยความจำแบนด์วิดท์สูง (HBM) และชิปที่ Nvidia ต้องใช้ในการเทรนและประมวลผล AI รุ่นก้าวหน้า
- การยกระดับโรงงาน AI: Samsung กำลังร่วมมือกับ Nvidia ในการสร้างโรงงานชิป AI ในเกาหลีใต้ รวมถึงกำลังพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตระดับ 1.4 นาโนเมตร เพื่อขึ้นมาท้าชนกับ TSMC และ Intel โดยตั้งเป้าผลิตจำนวนมาก (Mass Production) ภายในปี 2029
- ความไว้วางใจจากลูกค้าระดับโลก: นอกจากมีข่าวลือกับ Google แล้ว Samsung ยังคว้าออเดอร์จาก Tesla ในการผลิตชิป AI เจเนอเรชันถัดไปมาแล้วด้วย จึงไม่แปลกที่ Anthropic จะเลือกพึ่งพาเทคโนโลยีการผลิตของ Samsung
ยุคแห่งการกระจายความเสี่ยงด้านฮาร์ดแวร์
แม้ว่าในปัจจุบัน Anthropic จะยังไม่ได้ข้อสรุปที่แน่ชัดว่าชิปตัวใหม่นี้จะถูกนำไปเน้นใช้ในส่วนของ การเทรนโมเดล หรือ การประมวลผลหน้างาน และจะรีดประสิทธิภาพการคำนวณออกมาได้ในระดับไหน
แต่สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดเจนคือ เทรนด์ของบริษัท AI ยุคนี้คือ การไม่ใส่ไข่ไว้ในตะกร้าใบเดียว การทำ Custom Chip ไม่ได้แปลว่าจะเลิกใช้ Nvidia 100% แต่เป็นการสร้างอำนาจต่อรอง และช่วยให้โมเดล AI ของตนเองทำงานได้ตรงจุด มีประสิทธิภาพสูงสุด ในต้นทุนที่ควบคุมได้นั่นเอง
ที่มา : gizmochina, techcrunch

Comment