ใครที่กำลังมองหา มือถือ Android แรงที่สุด มาใช้งานแบบลื่นๆ หรือเล่นเกมกราฟิกโหดๆ ต้องไม่พลาดกับบล็อกสรุปนี้- ล่าสุดทาง AnTuTu ได้ประกาศตารางอันดับคะแนนประสิทธิภาพ (Benchmark) ของสมาร์ทโฟนระดับเรือธง (Flagship) ประจำเดือนพฤษภาคม 2026 ออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

สรุป 10 อันดับสมาร์ทโฟน Android ระดับเรือธงที่แรงที่สุด (พฤษภาคม 2026)

จากการทดสอบของ AnTuTu ประจำเดือนนี้ มีสมาร์ทโฟนที่ทำคะแนนสูงสุด 10 อันดับแรก ดังนี้

ลำดับรุ่นชิปเซ็ตหน่วยความจำคะแนนเฉลี่ย
1RedMagic 11S Pro+Snapdragon 8 Elite Gen5 OC16GB + 1TB4,171,821
2iQOO 15 UltraSnapdragon 8 Elite Gen516GB + 1TB4,144,802
3vivo X300 Ultra (รุ่นเชื่อมต่อดาวเทียม)Snapdragon 8 Elite Gen516GB + 1TB4,103,004
4iQOO 15Snapdragon 8 Elite Gen516GB + 1TB4,050,238
5Red Magic 11 Pro+Snapdragon 8 Elite Gen516GB + 512GB3,995,210
6realme GT8 ProSnapdragon 8 Elite Gen516GB + 1TB3,970,960
7OPPO Find X9 Ultra (รุ่นเชื่อมต่อดาวเทียม)Snapdragon 8 Elite Gen516GB + 1TB3,896,281
8Honor WINSnapdragon 8 Elite Gen516GB + 1TB3,861,113
9iQOO 15TDimensity 950016GB + 1TB3,802,891
10Honor Magic8 ProSnapdragon 8 Elite Gen516GB + 512GB3,792,835

แชมป์พลังเหลือล้น RedMagic 11S Pro+

ตำแหน่งมือถือที่แรงที่สุดฝั่ง Android ประจำเดือนนี้ ตกเป็นของสมาร์ทโฟนสายเกมมิ่งตัวดุดันอย่าง RedMagic 11S Pro+ ซึ่งทำคะแนนดิบพุ่งทะยานไปถึง 4,171,821 คะแนน ซึ่งถือเป็นสถิติที่สูงที่สุดเท่าที่ AnTuTu เคยบันทึกมาในฝั่งของสมาร์ทโฟนเรือธง ไล่เลี่ยกันมาในอันดับที่ 2 คือ iQOO 15 Ultra (4,144,802 คะแนน) และอันดับ 3 vivo X300 Ultra รุ่นรองรับการสื่อสารผ่านดาวเทียม (4,103,004 คะแนน) โดยทั้งสามรุ่นนี้เป็นกลุ่มแรกที่ทำคะแนนทะลุหลัก 4.1 ล้านคะแนนได้อย่างเหนียวแน่น

อันดับ 1: RedMagic 11S Pro+ (แชมป์คะแนนเฉลี่ย 4,171,821)

RedMagic 11S Pro+

ที่สุดแห่งสมาร์ทโฟนเกมมิ่ง กับชิปเวอร์ชัน Overclock ความลับที่ทำให้ RedMagic 11S Pro+ ยืนตำแหน่ง มือถือ Android แรงที่สุด ในเดือนนี้ ด้วยคะแนนเฉลี่ยสูงถึง 4,171,821 คะแนน คือการได้สิทธิ์เปิดตัวชิปเซ็ตรุ่นพิเศษระดับท็อปกว่าใครเพื่อน

Red Magic 11S Pro+
  • ชิปเซ็ตประมวลผล: Qualcomm Snapdragon 8 Elite Gen 5 Leading Edition
    ชิปเวอร์ชัน OC (Overclock) ตัวนี้ ได้ทำการเพิ่มความเร็ว Clock Speed CPU จากเดิม 4.6GHz ในรุ่นมาตรฐาน พุ่งสูงขึ้นไปถึง 4.74GHz
  • ผลลัพธ์การใช้งานจริง : การรีดความเร็วไปแตะระดับ 4.74GHz ต้องอาศัยการออกแบบระบบจ่ายไฟที่นิ่งมากๆ รวมถึงการควบคุมความร้อนและการรักษาความเสถียรของสัญญาณภายในชิป ทำให้ชิปเวอร์ชัน OC นี้มีประสิทธิภาพที่ดีเยี่ยม

ในสภาวะการใช้งานหนักหรือเล่นเกมกราฟิกโหดๆ ตัวเครื่องจะไม่ลดความเร็วลง แม้จะอยู่ในสภาพแวดล้อมที่อุณหภูมิสูง ส่งผลให้เครื่องสามารถรักษาระดับเฟรมเรตและให้ประสิทธิภาพสูงสุดได้ยาวนานที่สุดในตลาดเวลานี้


อันดับ 2: iQOO 15 Ultra (คะแนนเฉลี่ย 4,144,802)

iQOO 15 Ultra

นิยามใหม่ของคำว่า Ultra ที่เน้นความแรงดิบเพื่อเกมเมอร์ ตามปกติแล้ว สมาร์ทโฟนที่ต่อท้ายด้วยคำว่า Ultra มักจะเน้นไปที่เรื่องของกล้องถ่ายภาพซูมไกลๆ แต่สำหรับ iQOO 15 Ultra เปิดตัวช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ กลับเลือกเดินในเส้นทางที่ต่างออกไปอย่างชัดเจน สลัดภาพจำของมือถือ Ultra แบบเดิมๆ แล้วเปลี่ยนมาเป็น Performance Ultra หรือสมาร์ทโฟนระดับท็อปที่เน้นเค้นพลังความแรงเพื่อตอบโจทย์ฐานลูกค้ากลุ่ม Hardcore Gamer ของแบรนด์โดยเฉพาะ

  • ชิปเซ็ตประมวลผล: Qualcomm Snapdragon 8 Elite Gen 5 (รุ่นมาตรฐาน)
  • ผลลัพธ์การใช้งานจริง : แม้จะใช้ชิปความเร็วมาตรฐาน (ไม่ได้ Overclock เหมือนอันดับ 1) แต่ด้วยระบบระบายความร้อนขนาดใหญ่และการจัดสรรพลังงานที่ยอดเยี่ยม ทำให้มันยังคงทรงอิทธิพลและรักษาระดับคะแนนให้อยู่ในกลุ่มหัวตารางที่ 4.14 ล้านคะแนน ได้อย่างเหนียวแน่น แสดงให้เห็นถึงศักยภาพสูงสุดของชิป Snapdragon 8 Elite Gen5 ได้เป็นอย่างดี

อันดับ 3: vivo X300 Ultra รุ่นรองรับการสื่อสารผ่านดาวเทียม (คะแนนเฉลี่ย 4,103,004)

vivo X300 Ultra

แข็งแกร่งรอบด้าน สตูดิโอถ่ายวิดีโอระดับมืออาชีพในคราบสมาร์ทโฟน ถ้า iQOO 15 Ultra คือตัวแทนฝั่งความแรง vivo X300 Ultra ก็คือตัวแทนของความสมบูรณ์แบบในทุกมิติ เป็นการสะท้อนแนวคิดการทำสมาร์ทโฟนระดับเรือธงที่เน้นการใช้งานได้จริงรอบด้าน คะแนนประสิทธิภาพระดับ 4.1 ล้านคะแนนของรุ่นนี้ ได้มาจากความนิ่งและพื้นฐานการปรับแต่งระบบ ที่เสถียรมากของ vivo แม้พลังดิบอาจจะไม่ดุดันเท่าสายเกมมิ่งโดยตรง แต่ด้านฟีเจอร์กล้องและการถ่ายวิดีโอนั้นเรียกได้ว่าสุด

  • ชิปเซ็ตประมวลผล: Qualcomm Snapdragon 8 Elite Gen 5 (รุ่นมาตรฐาน)
  • ผลลัพธ์การใช้งานจริง (สายโปรดักชัน): รองรับการถ่ายวิดีโอ 4K 120fps 10bit Log ได้ทุกช่วงเลนส์ (Full Focal Length) ให้ช่วงไดนามิกเรนจ์สูงถึง 14EV High Dynamic Range (เก็บรายละเอียดส่วนมืดและสว่างได้เนียนตา) สามารถ Import ไฟล์ LUT (ไฟล์โทนสี) เข้าไปใช้งานในตัวเครื่องได้ทันที หน้าจอ UI ในโหมดโปร (Professional Mode) แสดงค่าพารามิเตอร์ต่างๆ ครบถ้วน พร้อมรองรับชุดอุปกรณ์เสริมสำหรับการถ่ายภาพ (Photography Kit) ทำให้มันกลายเป็นเครื่องมือสำหรับช่างภาพและคอนเทนต์ครีเอเตอร์ระดับมืออาชีพได้อย่างแท้จริง

สงครามชิปเซ็ต สัญญาณความเบ็ดเสร็จของ Qualcomm

ถ้าเราสังเกตไส้ในหรือสเปคของมือถือทั้ง 10 รุ่น จะพบข้อมูลที่น่าสนใจมากๆ คือ มีถึง 9 รุ่นจาก 10 รุ่น ที่เลือกใช้ชิปเซ็ตระดับท็อปอย่าง Qualcomm Snapdragon 8 Elite Gen 5 มีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้นที่หลุดรอดเข้ามาได้คือ realme GT8 Pro (อันดับ 6) ที่เลือกใช้ขุมพลังจากค่ายคู่แข่งอย่าง MediaTek Dimensity 9500

vivo และแบรนด์ในเครือยึดตาราง แต่ไร้เงา Xiaomi

เดือนพฤษภาคมนี้ต้องยกตำแหน่งผู้ชนะในแง่ของจำนวนรุ่น ให้กับทาง vivo เลย เพราะถ้านับรวมทั้งแบรนด์หลักและแบรนด์ย่อยสายลุยอย่าง iQOO ได้พาเหรดกันเข้ามาติดอันดับท็อป 10 ถึง 4 รุ่นด้วยกัน ในขณะที่ฝั่ง Red Magic และ Honor แบ่งกันไปแบรนด์ละ 2 อันดับ ส่วน OPPO และ realme ได้ไปแบรนด์ละ 1 อันดับ

เรื่องที่น่าแปลกใจที่สุดสำหรับเดือนนี้คือ Xiaomi แบรนด์ขวัญใจมหาชนที่มักจะสลับหน้ากันมาติดอันดับอยู่บ่อยครั้ง ในรอบนี้กลับไม่สามารถส่งสมาร์ทโฟนรุ่นใดเข้ามาติดอันดับ Top 10 ของตารางความแรงประจำเดือนพฤษภาคมนี้ได้เลยแม้แต่รุ่นเดียว

เกณฑ์การตัดสินของ AnTuTu

โดยทาง AnTuTu มีเกณฑ์การตัดสินเพื่อความโปร่งใส ดังนี้

  • คะแนนเฉลี่ย คะแนนที่แสดงคือ “ค่าเฉลี่ย” จากผู้ใช้ทั้งหมด ไม่ใช่คะแนนสูงสุดที่เครื่องเดียวทำได้ เพื่อให้สะท้อนประสิทธิภาพในการใช้งานจริง
  • จำนวนเครื่อง ต้องมีการทดสอบอย่างน้อย 1,000 ครั้งในเดือนนั้นถึงจะมีสิทธิ์ติดอันดับ
  • ปัจจัยภายนอก คะแนนอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามอุณหภูมิ เวอร์ชันซอฟต์แวร์ และสภาพการใช้งานขณะทดสอบ
  • ใช้เกณฑ์ทดสอบของ AnTuTu Benchmark V11
    • ห้ามเทียบข้ามเวอร์ชัน คะแนนจาก V11 ไม่สามารถนำไปเทียบกับ V10 ได้ เนื่องจากใช้ระบบการคำนวณที่ต่างกัน
  • ข้อมูลในการจัดอันดับนี้มาจากประเทศจีนเท่านั้น
  • ช่วงเวลาการเก็บรวบรวมข้อมูลคือตั้งแต่วันที่1 พฤษภาคม 2026 ถึง วันที่ 31 พฤษภาคม 2026

ที่มา : antutu