ตลาดแรมในปี 2027 อาจไม่ได้เจอปัญหาแค่เรื่องราคาแพงขึ้นเท่านั้น แต่ยังมีโอกาสเกิดภาวะชิปขาดตลาด จนผู้ผลิตโมดูลแรมทั่วไปอาจซื้อสินค้าได้น้อยลงอย่างมาก หลังผู้บริหาร Apacer ประเมินว่า ปริมาณชิป DRAM ที่บริษัทได้รับในปีหน้าอาจเหลือไม่ถึง 30% เมื่อเทียบกับปี 2026

C.K. Chang ซีอีโอของ Apacer ผู้ผลิตโมดูลหน่วยความจำรายใหญ่จากไต้หวัน เปิดเผยว่า ผู้ผลิตชิป DRAM ยังคงเดินหน้าผลิตสินค้าเข้าสู่ตลาดตามปกติ แต่ชิปจำนวนมากจะถูกส่งตรงไปยังลูกค้ากลุ่มเซิร์ฟเวอร์ ศูนย์ข้อมูล และระบบ AI มากขึ้น

ทำให้บริษัทอย่าง Apacer ที่ไม่ได้ผลิต DRAM เองต้องซื้อชิปจากผู้ผลิตรายใหญ่ ก่อนนำมาประกอบเป็นแรมสำหรับพีซี โน้ตบุ๊ก และอุปกรณ์ประเภทต่าง ๆ อาจได้ของน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด

เขาคาดว่า ในปี 2027 ผู้ผลิตโมดูลแรมอิสระอาจซื้อชิปได้ไม่ถึง 30% ของปริมาณที่เคยได้รับในปี 2026 หรือหายไปมากกว่า 70% ภายในปีเดียว

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวไม่ได้หมายความว่ากำลังผลิต DRAM ทั่วโลกจะลดลง 70% แต่หมายถึงปริมาณชิปที่ถูกแบ่งมาขายให้ผู้ผลิตโมดูลแรมทั่วไปอาจลดลง เพราะผู้ผลิตชิปเลือกส่งสินค้าไปยังตลาดเซิร์ฟเวอร์และ AI ซึ่งมีความต้องการสูงและสร้างรายได้มากกว่า

ส่วนแนวโน้มราคาในไตรมาส 3 ปี 2026 Apacer ประเมินว่า ราคาชิป DRAM ตามสัญญาอาจปรับขึ้นอีกประมาณ 30% ขณะที่ NAND Flash อาจเพิ่มขึ้นมากกว่า 20% ก่อนที่อัตราการขึ้นราคาจะเริ่มชะลอตัวลงในช่วงไตรมาส 4

ดังนั้น คำว่าราคาเริ่มนิ่งในช่วงปลายปี อาจไม่ได้หมายความว่าราคาจะลดลงหรือหยุดขึ้นทันที แต่เป็นการเพิ่มขึ้นในอัตราที่ช้าลง เมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า

สถานการณ์นี้ทำให้ Apacer ต้องเร่งสะสมชิปไว้ล่วงหน้า เพื่อให้มีสินค้าเพียงพอสำหรับการผลิตในปี 2027 โดยมูลค่าสินค้าคงคลังของบริษัท ณ สิ้นเดือนมิถุนายนเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 1.24 หมื่นล้านดอลลาร์ไต้หวัน จาก 8.38 พันล้านดอลลาร์ไต้หวันในไตรมาสก่อนหน้า

นอกจากนี้ บริษัทยังเตรียมวงเงินสินเชื่อสูงสุดประมาณ 4 พันล้านดอลลาร์ไต้หวัน เพื่อเพิ่มสภาพคล่องและเตรียมเงินไว้สำหรับซื้อชิปทันทีที่มีสินค้า รวมถึงทำสัญญาซื้อล่วงหน้า เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากภาวะขาดแคลนในอนาคต

ภาพรวมจึงสะท้อนว่า ตลาดหน่วยความจำในปี 2027 อาจเข้าสู่ช่วงที่ผู้ผลิตแรมต้องแข่งกันแย่งชิปอย่างหนัก โดยเฉพาะเมื่อความต้องการจากตลาด AI และเซิร์ฟเวอร์ยังคงเพิ่มขึ้น ซึ่งท้ายที่สุดอาจทำให้แรมสำหรับพีซีและโน้ตบุ๊กมีสินค้าน้อยลง และมีราคาสูงต่อเนื่อง

ที่มา : tomshardware