โครงการคนละหมัดของแท้เมื่อ Tim Cook ออกมาให้สัมภาษณ์โดยระบุว่า Micron เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ Apple ต้องขึ้นราคาสินค้าครั้งใหญ่เมื่อปลายเดือนมิ.ย. 2026 ที่ผ่านมา Micron ก็สวนกลับว่าทาง Apple ต่างหากที่ทำให้เหตุการณ์เป็นแบบนี้เอง !
Apple ให้สาเหตุเพราะ “ผู้ผลิตเพิ่มราคา” สินค้าเลยแพงขึ้น
การให้สัมภาษณ์ของ Tim Cook กับ Wall Street Journal เจ้าตัวได้เคยระบุว่า “กำลังผลิตชิปหน่วยความจำลดน้อยลงในช่วงที่ผู้บริโภคต้องการสินค้าจำนวนมาก” และผู้ผลิตชิปหน่วยความจำก็ใช้โอกาสนี้ “ขึ้นราคาสัญญาซื้อ-ขายแรม” จนทำให้ทาง Apple เลี่ยงไม่ได้ที่ต้องแบกต้นทุนซึ่งเพิ่มขึ้นมามหาศาล

เมื่ออ่านการสัมภาษณ์ก็พอจะอนุมานได้ว่า Apple กำลัจะสื่อว่า “ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำ” คือต้นตอหลักของสถานการณ์ชิปหน่วยความจำขาดตลาด + ราคาพุ่งสูงอยู่ในตอนนี้
Micron สวนกลับว่า “เคยถูกกดราคา” จนไม่มีทถนไปสร้างโรงงานเพิ่มการผลิต
Sumit Sadana ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายธุรกิจของ Micron ให้สัมภาษณ์กับทาง Wall Street Journal เกี่ยวกับสถานการณ์ในปี 2023 ที่ราคาชิปหน่วยความจำกำลัง “ดิ่งลงเหว” ลูกค้ารายใหญ่หลาย ๆ เจ้าต่างก็ฉวยโอกาส “กดราคาให้ต่ำมากที่สุด” เพื่อผลประโยชน์ของตนเองเช่นกัน

จนเป็นสาเหตุให้บริษัทผู้ผลิตชิปหน่วยความจำ ซึ่งรวมไปถึง Micron ต่างก็ถูกลดอัตราส่วนกำไรจนไม่มีเงินทุนไปสร้างโรงงานเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มกำลังผลิต สุดท้ายก็ไม่มีโรงงานมากพอที่จะผลิตชิปหน่วยความจำให้พอกับความต้องการของลูกค้าจำนวนมาก
ถึงแม้ Sumit Sadana จะไม่ได้เอ่ยชื่อของ Apple ออกมาตรง ๆ แต่สื่อต่างประเทศหลายสำนักก็รู้ได้ทันทีว่าบริษัทที่หมายถึงน่าจะรวมถึง Apple ซึ่งเป็นลูกค้ารายสำคัญของ Micron และขึ้นชื่อเรื่องในเรื่องของการกดราคาซัพพลายเออร์ในสัญญาซื้อขายระยะยาว
วิกฤตยังไม่จบ ราคาแรม และราคามือถือยังแพงได้มากกว่านี้
ข้อมูลล่าสุดเผยว่า ราคาชิปหน่วยความจำและสตอเรจ สูงกว่าเดิมประมาณ 4 เท่า เมื่อเทียบกับราคาในช่วงสามไตรมาสที่ผ่านมา และคาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นไปอีก 58-63% ในช่วงท้ายไตรมาสที่ 3 ของปี 2026 นี้

ทางฝั่งนักวิเคราะห์จาก JPMorgan ระบุว่าราคาสมาร์ตโฟนอาจสูงได้มากกว่านี้ในอนาคต โดยอ้างอิงจากราคาต้นทุนการผลิตชิปหน่วยความจำที่น่าจะพุ่งขึ้นราว 45% สำหรับการผลิต iPhone ภายในปี 2027
ขณะที่ข้อมูลจาก Gartner ระบุว่าราคาชิปหน่วยความจำและสตอเรจเมื่อรวมกันแล้ว มีแนวโน้มที่จะพุ่งสูงขึ้นถึง 130% ในช่วงสิ้นปี 2026 และอาจส่งผลทำให้ราคา PC เพิ่มขึ้น 17% และราคาสมาร์ตโฟนเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม 13%
ที่มา: Yahoo Finance

Comment