Apple ได้เปิดตัว Apple HomeView เป็นอุปกรณ์ศูนย์กลางบ้านอัจฉริยะ (Smart Home Hub) รุ่นใหม่ล่าสุด ที่ออกแบบมาเพื่อรวมความบันเทิง การติดต่อสื่อสาร และการบริหารจัดการบ้านอัจฉริยะไว้ในที่เดียว โดดเด่นด้วยหน้าจอ Liquid Retina ขนาด 7 นิ้ว, ระบบจดจำใบหน้าเพื่อปรับเปลี่ยนเนื้อหาส่วนบุคคล, และขุมพลัง Siri AI ร่วมกับ Apple Intelligence

ดีไซน์และหน้าจอ เรียบหรู ลงตัวกับทุกมุมในบ้าน

Apple HomeView

Apple HomeView แบบตั้งโต๊ะใช้วัสดุอะลูมิเนียมระดับพรีเมียม เชื่อมต่อหน้าจอกับฐานลำโพงทรงโดมด้วยบานพับสเตนเลส ที่มีความแข็งแรง ปรับองศาการมองเห็นได้อย่างนุ่มนวล เหมาะสำหรับวางบนเคาน์เตอร์ครัว โต๊ะข้างเตียง หรือโต๊ะห้องรับแขก ตัวเครื่องตั้งโต๊ะมีให้เลือก 4 สี ได้แก่ สีเงิน สตาร์ไลท์ โรสพิงค์ และสเปซเกรย์ พร้อมสายเคเบิลสีเดียวกับตัวเครื่อง มาพร้อมสายชาร์จ USB-C สีเดียวกับตัวเครื่อง และยังมีรุ่นติดผนัง ที่มีสีสเปซเกรย์ และสีเงิน ซึ่งพัฒนาร่วมกับ Schneider Home มีอุปกรณ์ยึดผนังให้เลือก 3 รูปแบบ

Apple HomeView
Apple HomeView

สเปคหน้าจอแสดงผล

  • หน้าจอ : Liquid Retina ขนาด 7 นิ้ว
  • เทคโนโลยีปรับแสง : True Tone ตอบสนองต่อสภาพแสงโดยรอบตลอดทั้งวัน
  • ความสว่าง : สว่างสูงสุด 500 นิต และดร็อปต่ำสุดได้ถึง 0.3 นิต
  • Adaptive Interface : อินเทอร์เฟซปรับการแสดงผลตามระยะห่างของผู้ใช้ หากมองจากระยะไกลจะแสดงข้อมูลสรุปขนาดใหญ่ และเมื่อเดินเข้าใกล้จะแสดงรายละเอียดเชิงลึกอย่างครบถ้วน

ประสบการณ์เฉพาะบุคคล จดจำหน้าผู้ใช้สูงสุด 6 คน

จุดเด่นสำคัญของ Apple HomeView คือการรองรับสมาชิกในบ้านหลายคน โดยสามารถจดจำใบหน้าของสมาชิกในบ้านได้สูงสุด 6 คน

เมื่อเดินเข้ามาใกล้ ตัวเครื่องจะปรับเปลี่ยนหน้าจอหลัก แอปพลิเคชัน และวิดเจ็ต ให้กลายเป็นส่วนตัวของคนนั้นทันที

  • รักษาความลับส่วนตัว : ข้อความใน Messages, สาย FaceTime, ปฏิทิน Calendar, รายการเตือนความจำ Reminders และ Find My จะเข้าถึงได้เฉพาะเจ้าของโปรไฟล์เท่านั้น
  • แชร์ความสุขร่วมกัน : สามารถเปิดใช้งานอัลบั้มภาพถ่ายร่วมกัน หรือเพลย์ลิสต์เพลงสำหรับทุกคนในบ้านและแขกผู้มาเยือนได้ง่ายดาย

ขุมพลัง Siri AI และ Apple Intelligence

Apple HomeView ขับเคลื่อนด้วย Siri AI เวอร์ชันใหม่ล่าสุด ที่ทำงานร่วมกับชิปประมวลผล Apple A18 และเทคโนโลยี Apple Intelligence

  • Personal Context Awareness : เมื่อจับคู่กับ iPhone หรือ iPad ที่รองรับ Apple Intelligence ตัว Siri AI จะดึงข้อมูลบริบทส่วนบุคคลจากแอปพลิเคชัน เช่น ปฏิทิน ข้อความ หรือเพลย์ลิสต์เพลง เพื่อตอบสนองและช่วยจัดการงานต่างๆ ได้ตรงจุด
  • Onscreen Awareness : Siri AI เข้าใจเนื้อหาที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอ ณ ขณะนั้น ทำให้โต้ตอบคำสั่งต่อเนื่องได้อย่างแม่นยำ
  • Cross-Device Continuity : สามารถสนทนาค้างไว้บน HomeView แล้วไปคุยต่อในแอป Siri บนอุปกรณ์อื่นๆ เช่น iPhone, iPad, Mac, Apple Watch หรือ Apple Vision Pro ผ่านการซิงก์ด้วย iCloud ได้อย่างราบรื่น

ระบบเสียงระดับออดิโอไฟล์และความบันเทิงเต็มรูปแบบ

Apple HomeView ออกแบบระบบเสียงด้วยสถาปัตยกรรมระดับสูงเพื่อการฟังเพลงและความบันเทิง

  • Custom Full-Range Drivers : ไดรเวอร์แบบกำหนดเอง 2 ตัวในส่วนหน้าจอ ให้เสียงกลาง-แหลมที่คมชัด พร้อมรองรับระบบเสียงมิติสมจริง Spatial Audio
  • Down-Firing Woofer & Passive Radiators : วูฟเฟอร์ยิงลงด้านล่างในฐานทรงโดม ร่วมกับ Passive Radiators แบบ Force-Cancelling 2 ตัว เพิ่มมิติเสียงเบสให้ลึกและหนักแน่นโดยไร้แรงสั่นสะเทือน
  • Computational Audio : ใช้เซนเซอร์ประมวลผลคำนวณระดับเสียงและเบสให้เหมาะสมตามสภาพห้องและระดับความดังแบบ Real time

สเปค Apple HomeView

  • หน้าจอ : Liquid Retina ขนาด 7 นิ้ว แบบ Multi-Touch แบล็กไลท์ LED พร้อมเทคโนโลยี IPS
    • ความละเอียด: 1088 × 1088 พิกเซล (ความหนาแน่น 220 ppi)
    • ความสว่าง: สูงสุด 500 nits ปรับลดต่ำสุดถึง 0.3 nits
    • เทคโนโลยี:
      • รองรับ True Tone (ปรับสีหน้าจอตามสภาพแสงรอบตัว)
      • เคลือบสารกันรอยนิ้วมือ
      • อินเทอร์เฟซปรับระยะอัตโนมัติ
  • ชิปเซต : ชิป A18
    • พร้อม Secure Enclave สำหรับประมวลผลความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวในเครื่อง
  • กล้อง : 12MP รองรับฟีเจอร์ Center Stage (รูรับแสง ƒ/2.4)
    • รองรับการจดจำใบหน้าสูงสุด 6 คน
  • ระบบเสียง
    • รุ่นตั้งโต๊ะ
      • ไดรเวอร์แบบ Full-range 2 ตัว
      • วูฟเฟอร์ยิงลงด้านล่าง และ Passive Radiators แบบ Force-cancelling คู่
    • รุ่นติดผนัง
      • ไดรเวอร์แบบ Full-range 2 ตัว พร้อมระบบเสียงทรงพลัง
  • ฟีเจอร์เสียง:
    • รองรับ Spatial Audio พร้อม Dolby Atmos สำหรับเพลงและวิดีโอ
    • ระบบ Computational Audio ปรับแต่งเสียงแบบเรียลไทม์
    • ไมโครโฟน 4 ตัว สำหรับเรียกใช้งาน Siri ได้จากระยะไกล
    • ระบบตรวจจับเสียง คอยฟังเสียงเตือนควันไฟและก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์
    • รองรับ Multiroom audio ผ่าน AirPlay
  • การเชื่อมต่อและเครือข่าย
    • Wi-Fi 6E พร้อม MIMO (รองรับ Dual-band พร้อมกัน)
    • Bluetooth 6.0
    • Smart Home รองรับเทคโนโลยีเครือข่าย Thread และอุปกรณ์มาตรฐาน Matter / HomeKit
  • เซนเซอร์ภายในตัวเครื่อง
    • เซนเซอร์ตรวจ Ambient light
    • เซนเซอร์วัดอุณหภูมิและความชื้น
    • อุปกรณ์ตรวจจับความเร่ง
  • อุปกรณ์ที่ต้องใช้ร่วมกัน
    • iPhone ที่ใช้ iOS 27.2 ขึ้นไป
    • iPad ที่ใช้ iPadOS 27.2 ขึ้นไป
  • ขนาดและน้ำหนัก
    • รุ่นตั้งโต๊ะ
      • กว้าง 14.55 ซม. × ลึก (13.67–17.32 ซม.) × สูง (9.60–13.02 ซม. ปรับองศาได้)
      • น้ำหนัก : 952 กรัม
    • รุ่นติดผนัง
      • กว้าง 14.55 ซม. × สูง 14.55 ซม. × ความหนา 0.98 ซม.
      • น้ำหนัก : 286 กรัม
  • พลังงาน : รองรับกระแสไฟ 100V ถึง 240V AC (50Hz–60Hz)
    • รุ่นตั้งโต๊ะ : มีสาย USB-C และอะแดปเตอร์ 30W มาให้ในกล่อง
    • รุ่นติดผนัง : ต้องใช้แท่นยึดผนังที่รองรับ, สาย USB-C และอะแดปเตอร์แยกต่างหาก (ขั้นต่ำ 20W)
  • แอปพลิเคชันที่มีติดเครื่อง
    • Alarms, Calendar, FaceTime, Find My, Home, Intercom, Messages, Music, Podcasts, Reminders, Safari, Settings, Timers, Weather, World Clock (และดึงแอปจาก iPhone มาแสดงได้ เช่น Audiobooks, Classical Music, TV รวมถึงแอปพลิเคชันสตรีมมิ่งภายนอกอื่นๆ)

ราคาและการวางจำหน่าย

Apple HomeView

ราคาตัวเครื่องและอุปกรณ์เสริม

Apple HomeView ทั้งรุ่นตั้งโต๊ะและรุ่นติดผนัง วางจำหน่ายในราคาเดียวกัน ราคา $299 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 11,000 บาท)

  • รุ่นตั้งโต๊ะ : มี 4 สี (Silver, Starlight, Rose Pink, Space Gray)
  • รุ่นติดผนัง : มี 2 สี (Space Gray, Silver)

แท่นยึดติดผนังจาก Schneider Home (สั่งซื้อแยก)

  • Power Mount USB-C Wall Connector : เริ่มต้นที่ $59.95 (ประมาณ 2,100 บาท) (วางจำหน่ายแล้ว)
  • Power Mount AC Wired : เริ่มต้นที่ $79.95 (ประมาณ 2,800 บาท) (วางจำหน่ายแล้ว)
  • Power Mount PoE Wired : ราคา $129.95 (ประมาณ 4,500 บาท) (วางจำหน่ายต้นปี 2027)

วันสั่งจองและวางจำหน่าย

โดย ณ ตอนนี้ Apple HomeView เปิดให้สั่งล่วงหน้าและวางขายแค่บางประเทศเท่านั้น โดยมีรายละเอียด ดังนี้

  • กลุ่มประเทศแรก(สหรัฐฯ, ออสเตรเลีย, แคนาดา, อินเดีย, นิวซีแลนด์, สหราชอาณาจักร)
    • สั่งจองล่วงหน้า (Pre-order) แล้ว ตั้งแต่วันนี้
    • วางจำหน่ายจริง ศุกร์ที่ 13 พฤศจิกายน
  • สิงคโปร์
    • เปิดสั่งจอง พฤหัสบดีที่ 15 ตุลาคม (09.00 น.)
    • วางจำหน่ายจริง ศุกร์ที่ 13 พฤศจิกายน
  • แอฟริกาใต้
    • สั่งจองผ่านตัวแทนจำหน่าย และวางจำหน่ายจริง ศุกร์ที่ 13 พฤศจิกายน

ส่วนประเทศอื่นๆ ทั้งยุโรป และไทย ยังไม่มีกำหนดวางจำหน่าย