สงครามตลาดกล้องกิมบอลขนาดพกพากำลังลุกเป็นไฟ ล่าสุด DJI ได้ยื่นฟ้องดำเนินคดีทางกฎหมายกับ Arashi Vision Inc. หรือที่เรารู้จักกันในแบรนด์ Insta360 ในข้อหาละเมิดสิทธิบัตรหลายรายการ โดยพุ่งเป้าไปที่กล้องกิมบอลซีรีส์ใหม่อย่าง Insta360 Luna (ทั้งรุ่น Luna Pro และ Luna Ultra) ที่เพิ่งเปิดตัวและวางจำหน่ายในสหรัฐอเมริกาไปหมาดๆ โดย DJI อ้างว่ากล้องซีรีส์นี้ลอกเลียนแบบดีไซน์และฟังก์ชันอันเป็นเอกลักษณ์ของ DJI Osmo Pocket 3 ไปแบบเต็มๆ

ทำไม DJI ถึงฟ้อง Insta360 ในครั้งนี้?

คดีความนี้ถูกยื่นฟ้องต่อศาลแขวงภาคตะวันออกแห่งรัฐเท็กซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา โดย DJI ได้แยกฟ้องออกเป็น 2 คดีใหญ่ ซึ่งครอบคลุมทั้งเรื่องของ รูปลักษณ์ภายนอก (Design Patents) และ ระบบการทำงานภายใน(Utility Patents)

ทาง DJI ระบุในคำฟ้องอย่างชัดเจนว่า “กล้องซีรีส์ Luna ของ Insta360 มีโครงสร้างและสถาปัตยกรรมของตัวอุปกรณ์เหมือนกับสิ่งที่ DJI เป็นผู้บุกเบิกไว้ในกล้องตระกูล Osmo Pocket ทุกประการ และ Insta360 เองก็ทำการตลาดโดยวางตัวกล้องรุ่นนี้เป็นคู่แข่งโดยตรงกับ Osmo Pocket อย่างเปิดเผย”

6 สิทธิบัตรที่ DJI อ้างว่าถูก Insta360 ละเมิด

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนและเข้าใจง่าย เราได้แบ่งข้อกล่าวหาของ DJI ออกเป็น 2 กลุ่มสิทธิบัตรหลักๆ ดังนี้

1. การละเมิดสิทธิบัตรด้านการออกแบบ (Design Patents) จำนวน 2 รายการ

DJI อ้างว่า Insta360 Luna จงใจลอกเลียนแบบรูปทรงประดิษฐ์ (Ornamental Design) ภายนอกที่เป็นเอกลักษณ์ของ Osmo Pocket 3 โดยมีจุดที่เหมือนกันจนน่าสงสัยดังนี้

  • รูปทรงและโครงสร้างหลัก : ตัวบอดี้ทรงยาวสำหรับจับถือ, ส่วนคอที่เชื่อมต่อระหว่างตัวบอดี้ไปยังจุดยึดแกนกิมบอล, และชุดโครงสร้างกิมบอลกับตัวกล้อง
  • ชิ้นส่วนและปุ่มควบคุม : โมดูลกล้องด้านบน, หน้าจอแสดงผลแบบหมุนได้พร้อมขอบจอ, ส่วนควบคุมด้านล่างที่มีวงล้อเลื่อน และปุ่มบันทึก, ช่องสำหรับต่ออุปกรณ์เสริมด้านข้าง และพอร์ตเชื่อมต่อที่ฐานกล้อง

2. การละเมิดสิทธิบัตรด้านฟังก์ชันการทำงาน (Utility Patents) จำนวน 4 รายการ

ไม่ใช่แค่หน้าตาภายนอกเท่านั้น แต่ DJI ยังฟ้องว่า Insta360 ลอกระบบซอฟต์แวร์และกลไกควบคุมภายใน ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญทางเทคโนโลยีของ DJI ไปถึง 4 เรื่อง

ลำดับสิทธิบัตรฟังก์ชันและระบบการทำงานทางเทคนิคที่ถูกอ้างว่าละเมิด
สิทธิบัตรข้อที่ 1ระบบควบคุมการสลับโหมดกิมบอล (Gimbal Mode Switching) : กลไกที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถสลับโหมดการทำงานระหว่างโหมดติดตาม (Follow Mode) และโหมดล็อกแกน (Locked Mode) ได้อย่างรวดเร็วผ่านการสั่งการด้วยปุ่มควบคุมเพียงปุ่มเดียว
สิทธิบัตรข้อที่ 2ระบบติดตามวัตถุพร้อมแสดงผลเรียลไทม์ (Integrated Subject Tracking) : ระบบที่ตัวกล้องกิมบอลสามารถตรวจจับและติดตามวัตถุได้ในตัวเอง พร้อมแสดงภาพให้เห็นบนหน้าจอของกล้องทันที โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาหรือต่อแอปพลิเคชันแยกในสมาร์ทโฟน
สิทธิบัตรข้อที่ 3ระบบขับเคลื่อนมอเตอร์ด้วยภาพ (Image-Driven Motor Commands) : วิธีการประมวลผลคำสั่ง โดยใช้ข้อมูลภาพของวัตถุเป้าหมายที่กล้องจับได้ มาคำนวณและสั่งการการเคลื่อนที่ของมอเตอร์กิมบอลโดยตรงเพื่อให้ล็อกเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ
สิทธิบัตรข้อที่ 4ระบบติดตามวัตถุแบบจบในตัว (Self-Contained Tracking System) : ระบบฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ภายในเครื่องที่ออกแบบมาเพื่อประมวลผลการแทร็กกิ้ง (Tracking) และส่งภาพขึ้นโชว์บนหน้าจอกล้องกิมบอลแบบเบ็ดเสร็จ

DJI เรียกร้องอะไรบ้างจากคดีนี้?

จากคำฟ้องร้อง DJI ได้ยื่นคำขาดต่อศาลเพื่อขอรับการคุ้มครองและชดเชยความเสียหายในหลายๆ ด้าน ประกอบด้วย

  1. คำสั่งห้ามขายถาวร : สั่งห้ามไม่ให้ Insta360 นำเข้า ผลิต ใช้ หรือวางจำหน่ายกล้องซีรีส์ Luna ในสหรัฐอเมริกาอีกต่อไป
  2. ค่าเสียหายทางแพ่ง : เรียกค่าเสียหายในจำนวนเงินที่ไม่น้อยกว่าค่าสิทธิบัตรที่พึงได้
  3. การริบผลกำไร : ขอให้ศาลสั่งริบรายได้และผลกำไรทั้งหมดที่ Insta360 ได้จากการขายกล้องรุ่นที่ละเมิดสิทธิบัตรนี้
  4. ค่าเสียหายเชิงลงโทษ : เนื่องจาก DJI อ้างว่า Insta360 มีพฤติกรรม “จงใจละเมิด” เพราะรับรู้เรื่องสิทธิบัตรเหล่านี้อยู่แล้ว โดยเฉพาะหลังจากที่มีการนำกล้องไปเดโมในงาน NAB Show 2026 ช่วงต้นปี แต่ก็ยังเดินหน้าวางจำหน่ายในอเมริกาเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา จึงขอให้ศาลสั่งปรับเพิ่มขึ้นเป็นพิเศษ

นี่ไม่ใช่ศึกแรกของ DJI vs Insta360

หากใครที่ติดตามข่าวสารวงการ Gadget มาอย่างต่อเนื่อง จะรู้ว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่สองแบรนด์นี้เปิดศึกในชั้นศาล เพราะเมื่อช่วงต้นปี 2026 ที่ผ่านมา DJI ก็เพิ่งจะยื่นฟ้อง Insta360 ไปแล้วรอบหนึ่งในข้อหาละเมิดสิทธิบัตรเทคโนโลยีการประมวลผลภาพบนโดรน (Drone-based Image Processing)

นอกจากนี้ ฝั่ง Insta360 เองก็ใช่ว่าจะไม่เคยเจอศึกหนัก เพราะก่อนหน้านี้ไม่นาน GoPro แบรนด์กล้อง Action Cam ชื่อดังระดับโลก ก็ได้ยื่นฟ้อง Insta360 ในประเด็นเรื่องการละเมิดสิทธิบัตรเกี่ยวกับการประมวลผลวิดีโอและดีไซน์ของกล้อง Action Cam เช่นกัน จนทำให้หน่วยงานรัฐของสหรัฐฯ ต้องเข้ามาตรวจสอบอย่างใกล้ชิด

จะเป็นยังไงต่อ?

การที่ DJI เลือกจังหวะยื่นฟ้องทันทีที่ Insta360 เริ่มเปิดขายกล้องรุ่น Luna Ultra ซึ่งเป็นกล้องกิมบอลขนาดเล็กร่วมมือกับ Leica ในสหรัฐอเมริกา แสดงให้เห็นว่า DJI เตรียมการเรื่องนี้มานานและต้องการสกัดขาคู่แข่งไม่ให้เข้ามาชิงเค้กในตลาดกล้องพกพาที่ DJI เป็นเจ้าตลาดอยู่

ในตอนนี้กล้อง Insta360 Luna ยังคงสามารถใช้งานได้ตามปกติสำหรับผู้ที่ซื้อไปแล้ว แต่ในอนาคตหากศาลตัดสินให้ DJI ชนะคดี และมีคำสั่งห้ามขายออกมาจริงๆ อาจส่งผลกระทบต่อการวางจำหน่าย การรับประกัน หรือการอัปเดตซอฟต์แวร์ในฝั่งอเมริกาได้ ซึ่งเรายังคงต้องจับตาดูกันต่อไปว่าฝั่ง Insta360 จะมีการออกมาโต้แย้งหรือแถลงการณ์แก้ต่างอย่างไรบ้างในคดีมหากาพย์ครั้งนี้

ที่มา : petapixel, gsmarena