เธอฟ้องได้ ฉันก็ฟ้องกลับได้ เรื่องนี้น่าจะเป็นซีรีส์ยาว เมื่อ Insta360 และ DJI เปิดศึกกฎหมายครั้งใหญ่ในสหรัฐอเมริกา ชนิดที่เรียกว่า “ตาต่อตา ฟันต่อฟัน” หลังจากที่ DJI ยื่นฟ้องห้ามขายสินค้าใหม่ของ Insta360 เพียงไม่กี่ชั่วโมง ทาง Insta360 ก็ไม่ยอมจำนน เดินหน้ายื่นฟ้องกลับทันที
เกิดอะไรขึ้นระหว่าง Insta360 และ DJI?
เรื่องราวทั้งหมดเกิดขึ้นในวันที่ 10 มิถุนายน 2026 ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่ Insta360 เปิดตัวกล้องรุ่นแฟล็กชิปรุ่นใหม่อย่าง Insta360 Luna Ultra (กล้องกิมบอลที่ร่วมมือพัฒนากับแบรนด์หรูอย่าง Leica)
- ฝั่ง DJI เปิดศึกก่อน : ในวันเปิดตัวสินค้า DJI ได้ยื่นฟ้อง Insta360 ต่อศาลสหรัฐฯ ทันที โดยอ้างว่า Luna Ultra ละเมิดสิทธิบัตรของตน และเรียกร้องให้ศาลสั่งห้ามนำเข้าและสั่งห้ามขายกล้อง Luna Ultra ในตลาดสหรัฐอเมริกาอย่างถาวร
- ฝั่ง Insta360 สวนกลับทันควัน : วันที่ 12 มิถุนายน 2026 (เพียง 2 วันให้หลัง) Insta360 ได้ยื่นฟ้องกลับ DJI จำนวน 2 คดี โดยระบุว่าสินค้าขายดีหลายรุ่นของ DJI ต่างหาก ที่กำลังละเมิดสิทธิบัตรด้านเทคโนโลยีของ Insta360 ถึง 5 รายการ
5 สิทธิบัตร ที่ Insta360 ใช้ฟ้องกลับ DJI
คดีที่ Insta360 ยื่นฟ้องกลับนั้นเกี่ยวข้องกับ สิทธิบัตรการประดิษฐ์ (Utility Patents) ซึ่งเป็นหัวใจหลักของซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ในกล้องยุคปัจจุบัน โดยครอบคลุมเทคโนโลยีสำคัญ 5 ด้าน ดังนี้
- Gimbal Stabilization (ระบบรักษาเสถียรภาพของกิมบอล) : เทคโนโลยีการคำนวณและควบคุมมอเตอร์เพื่อชดเชยการสั่นไหวของกล้องในขณะเคลื่อนที่
- Gimbal Directional Control (ระบบควบคุมทิศทางกิมบอล) : กลไกและการสั่งงานเพื่อควบคุมทิศทาง เล็งเป้าหมาย หรือหมุนตามวัตถุอัตโนมัติ
- Camera Smooth Stabilization (ระบบกันสั่นของภาพให้นุ่มนวล) : อัลกอริทึมที่ช่วยเกลี่ยให้การขยับกล้องมีความสมูท ลื่นไหล ไม่กระตุก
- Telemetry Overlay (ระบบซ้อนทับข้อมูลการขับขี่/ความเร็ว) : ฟังก์ชันที่ดึงข้อมูล GPS ความเร็ว ความเร่ง หรือความสูง มาแสดงผลเป็นกราฟิกสวยๆ บนวิดีโอ
- Panoramic Video Stabilization (ระบบกันสั่นสำหรับวิดีโอพาโนรามา/360 องศา) : การจัดการภาพวิดีโอรอบทิศทางไม่ให้สั่นไหว ส่ายไปมา หรือเกิดอาการภาพเบี้ยวในขณะที่กล้องหมุนตัว
สินค้าของ DJI รุ่นไหนบ้างที่โดนหางเลข?
เทคโนโลยีทั้ง 5 รายการข้างต้น เป็นฟีเจอร์หลักที่เปิดใช้งานอยู่ในอุปกรณ์ยอดนิยมของ DJI แทบทั้งสิ้น โดยรุ่นที่ถูกระบุในคำฟ้องประกอบด้วย
- DJI Osmo Pocket Series (กล้องกิมบอลขนาดพกพา)
- DJI Ronin / RS Series (ไม้กันสั่นระดับมืออาชีพสำหรับกล้องใหญ่)
- DJI Osmo Mobile Series (ไม้กันสั่นสำหรับสมาร์ตโฟน)
- DJI Osmo 360 (กล้องถ่ายภาพรอบทิศทาง)
สรุปแล้วใครลอกใคร?
ทาง Insta360 ได้ออกโรงปฏิเสธข้อกล่าวหาของ DJI อย่างสิ้นเชิง โดยเน้นย้ำว่า Insta360 Luna Ultra เป็นผลลัพธ์มาจากการวิจัยและพัฒนา (R&D) อย่างเป็นอิสระมานานหลายปี ไม่ใช่การทำมาเพื่อลอกเลียนแบบใคร
โครงการพัฒนา Luna Ultra เริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2020 โดยมีการสะสมองค์ความรู้และต่อยอดดีไซน์มาจากสินค้ารุ่นพี่ในค่าย ไม่ว่าจะเป็นกล้องโมดูลาร์อย่าง Insta360 ONE R, กล้องเว็บแคมอัจฉริยะ Insta360 Link Series และไม้กันสั่นมือถือ Insta360 Flow Series ซึ่งทั้งหมดนี้ถูกคลอดออกสู่ตลาดก่อนที่ Luna Ultra จะเปิดตัวทั้งสิ้น
และดูเหมือนว่า ยิ่งมีข่าวดราม่าคดีความ ก็ยิ่งส่งผลให้คนสนใจมากขึ้น เพราะภายใน 24 ชั่วโมงแรกหลังจากเปิดตัว กล้อง Luna Ultra ก็สามารถคว้าตำแหน่ง สินค้าขายดีอันดับ 1 (Top Seller) ในหมวดหมู่กล้องวิดีโอ (Camcorder) บนเว็บไซต์ Amazon ของสหรัฐอเมริกาไปครองได้สำเร็จ สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคไม่ได้กังวลกับคดีความ และยังคงให้ความเชื่อมั่นในนวัตกรรมของแบรนด์
มีผลกระทบต่อผู้ซื้อไหม?
แน่นอนอย่างที่เราทราบ การฟ้องร้องสิทธิบัตรในต่างประเทศมักใช้เวลานานหลายปี ซึ่งในระหว่างกระบวนการชั้นศาลนี้ ทั้สองแบรนด์ยังสามารถจำหน่ายสินค้าได้ตามปกติ จนกว่าจะมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวหรือคำตัดสินขั้นสิ้นสุดจากศาล
ไม่ว่าผลการตัดสินจะออกมาเป็นอย่างไร ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าทั้ง Insta360 และ DJI ถือว่ามีบทบาทอย่างมากในการขับเคลื่อนเทคโนโลยีการถ่ายภาพวิดีโอ ที่ทำให้เราได้ใช้กล้องแอคชันแคมในราคาที่จับต้องได้ เราคงต้องจับตาดูกันต่อไปว่าศาลสหรัฐฯ จะตัดสินให้ใครเป็นผู้ชนะในมหากาพย์กล้องแอคชันแคมครั้งนี้
ดูเนื้อหาอย่างะเอียดที่ทางฝั่ง DJI ฟ้องได้ที่ >> DJI ยื่นฟ้อง Insta360 ข้อหาละเมิดสิทธิบัตร Osmo Pocket ในกล้องรุ่นใหม่ Luna
ที่มา : .prnewswire

Comment