Google ประกาศยกระดับความปลอดภัยให้กับ Google Chrome โดยเพิ่มการแจ้งเตือนผู้ใช้ก่อนเข้าสู่เว็บไซต์ที่ไม่รองรับการเชื่อมต่อแบบ HTTPS ซึ่งอาจเสี่ยงต่อการถูกดักข้อมูลส่วนตัวหรือแทรกเนื้อหาที่เป็นอันตราย ซึ่งจะแจ้งเตือนล่วงหน้า พร้อมเปิดใช้งานเป็นค่าเริ่มต้นสำหรับผู้ใช้ทุกคน

HTTP กับ HTTPS แตกต่างกันยังไง?

HTTP และ HTTPS เป็นโปรโตคอลสำหรับการรับส่งข้อมูลระหว่างเว็บเบราว์เซอร์กับเว็บไซต์ แต่มีความแตกต่างสำคัญในด้านความปลอดภัย

  • HTTP (Hypertext Transfer Protocol) เป็นการเชื่อมต่อที่ไม่มีการเข้ารหัสข้อมูล จึงมีความเสี่ยงที่บุคคลอื่นซึ่งสามารถเข้าถึงเส้นทางเครือข่ายจะดักอ่านข้อมูล หรือแก้ไขเนื้อหาระหว่างการรับส่งได้
  • HTTPS (Hypertext Transfer Protocol Secure) ใช้การเข้ารหัสผ่านเพื่อปกป้องข้อมูลระหว่างการเชื่อมต่อ ช่วยลดความเสี่ยงจากการดักอ่านและแก้ไขข้อมูล เช่น รหัสผ่าน ข้อมูลส่วนตัว หรือข้อมูลที่ส่งผ่านเว็บไซต์

Chrome เปลี่ยนวิธีแจ้งเตือน เตือนก่อนเข้าเว็บไซต์ที่ไม่ปลอดภัย

ก่อนหน้านี้ Google Chrome มีระบบแจ้งเตือนความปลอดภัยสำหรับเว็บไซต์ที่ใช้ HTTP ด้วยการแสดงข้อความ Not Secure บริเวณแถบที่อยู่เว็บไซต์ เพื่อบอกว่าการเชื่อมต่อดังกล่าวไม่ได้รับการเข้ารหัสอย่างเหมาะสม ผู้ใช้บางส่วนอาจไม่ทันสังเกตเห็นข้อความแจ้งเตือน อีกทั้งการแจ้งเตือนจะแสดงหลังจากเบราว์เซอร์เชื่อมต่อกับเว็บไซต์ไปแล้ว ทำให้ข้อมูลบางส่วนอาจถูกส่งผ่านการเชื่อมต่อที่ไม่ปลอดภัยไปก่อน

Google จึงเปิดใช้งานฟีเจอร์ “Always Use Secure Connections” เป็นค่าเริ่มต้น โดย Chrome จะพยายามใช้การเชื่อมต่อ HTTPS และแสดงคำเตือนก่อนเชื่อมต่อกับเว็บไซต์ที่จำเป็นต้องใช้ HTTP เพื่อให้ผู้ใช้สามารถตัดสินใจได้ว่าต้องการเข้าชมเว็บไซต์ต่อหรือย้อนกลับ

วิธีตรวจสอบการตั้งค่า Always Use Secure Connections ใน Chrome

  • เปิดเบราว์เซอร์ Google Chrome
  • เข้าไปที่ Settings (การตั้งค่า)
  • เลือก Privacy and security (ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย)
  • เลือก Security (ความปลอดภัย)
  • เลือกเปิดเมนู Always use secure connections

โดย Google เปิดใช้งานฟีเจอร์นี้เป็นค่าเริ่มต้นแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องตั้งค่าเพิ่มเติม และแนะนำให้เปิดใช้งานไว้เพื่อช่วยป้องกันความเสี่ยงจากการเชื่อมต่อเว็บไซต์ที่ไม่ปลอดภัย

ที่มา Google, Androidauthority