สรุปรวบตึงไฮไลต์จากงาน Google I/O 2026 และฟีเจอร์เด่นใหม่ที่เปิดตัวเป็นครั้งแรกอย่างเป็นทางการ เช่น Gemini 3.5 Flash, Gemini Omni โมเดลใหม่ไฉไลกว่าเดิม ไปจนถึงฟีเจอร์อัจฉริยะที่กระจายตัวอยู่ในแอปฯ ต่าง ๆ ของทาง Google ให้ใช้งานกันมากยิ่งขึ้น !
เปิดตัวแว่นอัจฉริยะ Intelligent eyewear คอนเฟิร์มมาแน่ปีนี้ 2026
แว่นอัจฉริยะของทาง Google ที่ทำงานร่วมกับ Gemini บนแพลตฟอร์มอย่าง Android XR ซึ่งพัฒนาร่วมกับทาง Samsung และ Qualcomm โดยมีแว่นทั้งหมด 2 รูปแบบ
- Audio Glasses: แว่นพร้อมระบบเสียง AI พูดโต้ตอบกับผู้สวมใส่ได้ทันที
- Display Glasses: แว่นที่มีหน้าจอแสดงข้อมูลบนตัวเลนส์โดยตรง
แว่นรุ่นแรกที่จะเปิดตัวคือ Audio Glasses ในช่วงปลายปี 2026 ร่วมมือกับแบรนด์แว่นชื่อดัง Gentle Monster และ Warby Parker เพื่อให้ดีไซน์ดูแฟชั่น สวมใส่ได้ทั้งวันแบบไม่เทอะทะหรือดูเชย

เปิดตัว Gemini 3.5 Flash ประสิทธิภาพเทียบโมเดล Pro
เปิดศักราชใหม่ของ Gemini 3.5 ด้วยโมเดลเริ่มต้นอย่าง 3.5 Flash ที่มีประสิทธิภาพเทียบเคียง 3.1 Pro ผ่านการทดสอบ Benchmark เอาชนะคู่แข่งโมเดล AI จากค่ายอื่นได้สบาย

Gemini 3.5 Flash ถูกออกแบบสำหรับงาน Agentic กับ Coding โดยเฉพาะ และถูกนำไปใช้เป็นโมเดลพื้นฐานสำหรับ Gemini Spark เครื่องมือ AI Agent ที่คิด, วางแผน และทำงานแทนผู้ใช้ได้ 24 ชั่วโมง ไม่จำเป็นต้องออกคำสั่งใหม่ตลอดเวลา
สามารถใช้งานโมเดล 3.5 Flash ได้แล้วตั้งแต่วันนี้ผ่านแอปฯ Gemini และ AI Mode บน Google Search สำหรับผู้ใช้งานทั่วไป
Google Flow อัปเดตใหญ่ ใช้โมเดลใหม่ Gemini Omni
Google Flow หรือเครื่องมือสร้างสรรค์ผลงานด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI Creative Studio) ได้รับการอัปเดตครั้งใหญ่ด้วยการใช้โมเดลใหม่อย่าง Gemini Omni มีความแม่นยำสูง เก็บหรือจดจำรายละเอียดต่าง ๆ ได้ดีกว่าเดิม แก้ปัญหาเจนวิดีโอแล้วฉากไม่ต่อเนื่อง หรือดีเทลเปลี่ยนไปมา

ความเก๋ของโมเดล Gemini Omni ก็คือนอกจากการ “สร้างวิดีโอ” ยังสามารถ “แก้ไขวิดีโอ” ที่มีอยู่แล้วได้อีกด้วย เช่น เปลี่ยนมุมกล้อง, เปลี่ยนตัวละคร, เปลี่ยนฉากหลัง, เปลี่ยนสไตล์กับดีเทลเล็ก ๆ น้อย ๆ ในวิดีโอได้ด้วย รองรับ Input หลายรูปแบบอีกต่างหาก
โมเดล Gemini Omni Flash เปิดให้ใช้งานเฉพาะผู้ใช้งานแพ็กเกจ Google AI Plus, AI Pro และ AI Ultra ผ่านแอปฯ Gemini กับ Gemini Flow และทดลองใช้เพื่อสร้างสรรค์วิดีโอได้ฟรีบน YouTube Shorts กับ YouTube Create
- เปิดตัว Gemini Omni AI โมเดลตัวตึงด้านวิดีโอ เก็บรายละเอียดเป๊ะขึ้น รองรับ Input หลายรูปแบบ
- สรุปฟีเจอร์ใหม่ Google Flow พลิกโฉมการสร้างวิดีโอด้วย AI พลัง Gemini Omni
Google Flow Music เครื่องมือสร้างเพลงขั้นสูงที่ครบเครื่องกว่าเดิม
Google Flow Music อัปเกรดขุมพลังด้วยโมเดล Lyria 3 Pro เวอร์ชันล่าสุด รองรับการสร้าง/แก้ไขรายละเอียดในเพลงได้มากยิ่งขึ้นแบบละเอียด เหมือนมีโปรดิวเซอร์คู่ใจที่รู้ว่าผู้ใช้งานต้องการอะไร

ฟีเจอร์ใหม่ของ Google Flow Music ที่น่าสนใจ เช่น เลือกส่วนใดส่วนหนึ่งของเพลงที่ต้องการแก้ได้เฉพาะท่อน, รองรับการตัด Sample บางท่อนเพื่อนำไปต่อยอดเป็นเพลงใหม่ในรูปแบบอื่น และการสั่งให้ AI แปลงสไตล์หรือแนวเพลงของแทร็กเดิมให้เป็นรูปแบบใหม่
นอกจากนั้น Google Flow Music ยังทำงานร่วมกับโมเดล Gemini Omni เพื่อสั่งให้ AI สร้างมิวสิควิดีโอ สามารถกำหนดสไตล์ ฉากหลัง เนื้อเรื่องให้ตรงกับคอนเซปต์ของเพลงได้ด้วย
Ask YouTube ถามอะไรตอบได้ หาวิดีโออะไรเดี๋ยว AI ช่วย
ฟีเจอร์ Ask YouTube เปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน Google I/O 2026 โดยรองรับการค้นหา/ถามระบบด้วยภาษาธรรมชาติ (Natural Language) ที่ซับซ้อนคล้ายกับ AI Mode บน Google Search

โดย YouTube จะรวบรวมวิดีโอหลายรูปแบบทั้ง Long-form หรือ Shorts ที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่ผู้ใช้ตามหาพร้อมสรุปเป็นเนื้อหาให้ครบครัน เหมือนกำลังคุยแชทกับเพื่อน เช่น “ขอให้หาคลิปรีวิวเกมสนุก ๆ สำหรับเล่นก่อนนอนพร้อมบอกจุดเด่นว่าทำไมเกมนี้ถึงน่าสนใจ”
Ask YouTube เปิดให้ใช้งานแล้วในสหรัฐอเมริกา สำหรับสมาชิก YouTube Premium ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป
AI Mode บน Google Search เทพกว่าเดิมด้วยโมเดล Gemini 3.5 Flash
Google อัปเกรดระบบค้นหาด้วยการนำ Gemini 3.5 Flash มาเป็นโมเดลเริ่มต้น (Default Model) ในโหมด AI สำหรับผู้ใช้งานทุกคนทั่วโลก โดยไม่มีค่าใช้จ่ายและไม่จำเป็นต้องสมัครแพ็กเกจเสียเงิน

ผู้ใช้สามารถถามคำถามได้แบบต่อเนื่องจากหน้า AI Overview โดยที่การค้นหาจะมีความแม่นยำสูง และได้ลิงก์จากแหล่งข้อมูลอ้างอิงที่ AI ไปดึงมาใช้ตอบ/สรุปให้ผู้ใช้อีกด้วย
ขยายขีดความสามารถให้มากกว่าการค้นหา (Search) แต่ครอบคลุมไปจนถึงการจัดการงานด้วยตนเองอย่าง Search agents ที่สามารถหาข้อมูล, ทำการจอง, และสรุปข้อมูลให้ผู้ใช้ได้ เช่น หาห้องคาราโอเกะส่วนตัวสำหรับ 6 คน คืนวันศุกร์ มีอาหารเสิร์ฟดึก”
Docs Live แค่พูดให้ Gemini ฟังเดี๋ยวสร้างไฟล์เอกสารให้เอง
Gemini เสิร์ฟฟีเจอร์ใหม่อย่าง Docs Live จากเดิมที่ต้องป้อนคำสั่งหรือพิมพ์ให้ Gemini แบบละเอียดว่าต้องการให้ AI สร้างไฟล์เอกสารแบบไหนขึ้นมาให้ แต่ด้วยฟีเจอร์ Docs Live ผู้ใช้เพียงแค่พูดสิ่งที่ต้องการในใจออกมาเป็นภาษาพูดปกติได้เลย แล้วให้ Gemini จัดการต่อ
Daily Brief และ Gemini Spark ช่วยให้แอปฯ Gemini เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเรา
Gemini ได้รับการออกแบบ UI ใหม่ภายใต้ชื่อ Neural Expressive ทำให้หน้าตาแอปฯ ดูมีชีวิตชีวามากขึ้น แอนิเมชันลื่นไหล และการจัดเรียงเมนูที่ใช้งานสะดวกสบายยิ่งขึ้น ทั้งบนเว็บ Android และ iOS สำหรับผู้ใช้ทุกคน

Daily Brief ฟีเจอร์ใหม่บน Gemini ที่คอยสรุปข้อมูลประจำวันให้ผู้ใช้ AI จะรวบรวมข้อมูลสำคัญจาก Inbox ของ Gmail กิจกรรมบน Calendar ที่กำลังจะเกิดขึ้น และรายละเอียดต่าง ๆ ที่เชื่อมต่อไว้บนบริการของ Google ก่อนจะสรุปออกมาเป็นให้ง่ายต่อการอ่าน
ฟีเจอร์ Daily Brief ทยอยเปิดใช้งานสำหรับสมาชิก Google AI Plus, Pro และ Ultra โดยเริ่มจากในสหรัฐอเมริกาก่อนเป็นกลุ่มแรก

Gemini Spark ฟีเจอร์ AI Agent หรือผู้ช่วยอัจฉริยะ 24 ชั่วโมง อัปเกรดจากปัญญาประดิษฐ์ที่ตอบคำถามอย่างเดียว ให้ลงมือทำงานแทนผู้ใช้งานได้ด้วยขุมพลังของโมเดล Gemini 3.5 Flash พร้อมกับลิงก์ข้อมูลจากแอปฯ/บริการต่าง ๆ ของ Google ได้
เริ่มเปิดให้ใช้งานในเวอร์ชัน Beta สำหรับสมาชิก Google AI Ultra ในสหรัฐอเมริกาภายในสัปดาห์หน้า โดยจุดเด่นของ Gemini Spark ก็คือทำงานเบื้องหลังได้ตลอดเวลาแม้ผู้ใช้จะปิดหน้าจอไปแล้วก็ตาม เช่น
- แจ้งเตือนรอบบิลของค่าใช้จ่าย ๆ รายเดือนที่กำลังจะมาถึง
- เช็กกล้องจดหมาย Gmail เป็นประจำทุกวัน พร้อมสรุปว่ามีเนื้อหาอีเมลอะไรที่น่าสนใจบ้าง
- สั่งให้ Spark สรุปข้อมูลจาก Google Chat และสร้างเป็นไฟล์ Google Docs
- สั่งให้ Spark ร่างอีเมลตามหัวข้อที่กำหนดตั้งแต่เริ่มต้น

Google Pics ฟีเจอร์สร้าง/แก้ไขรูปภาพใหม่ที่ละเอียดกว่าเดิม
Google Pics คือเครื่องมือสร้างและแก้ไขภาพด้วย AI ตัวใหม่ของทาง Google ที่ขับเคลื่อนด้วยโมเดล Nano Banana เสกรูปภาพได้แทบทุกรูปแบบ จุดเด่นก็คือการสั่งให้ AI ประมวลผลรูปภาพ แล้วแยกเลเยอร์เป็นชิ้น ๆ ต่างหากออกมาได้เลย ช่วยให้ปรับแต่งรายละเอียดเฉพาะจุดได้แม่นยำขึ้น
ตอนนี้ฟีเจอร์ Google Pics เปิดให้ใช้งานเฉพาะผู้ใช้กลุ่มเล็ก ๆ เท่านั้น และจะทยอยเปิดให้สมาชิกแพ็กเกจ Google AI Pro และ Ultra ได้ใช้ประมาณกลางปีนี้

แพ็กเกจ Google AI Ultra แบบใหม่ 100 ดอลลาร์/เดือน
Google งอกแพ็กเกจใหม่ Google AI Ultra ราคา 100 ดอลลาร์/เดือน เหมาะสำหรับนักพัฒนา, อาชีพที่ใช้ทักษะเฉพาะทาง และครีเอเตอร์ที่ต้องการใช้ฟีเจอร์ขั้นสูง โดยจะได้โควต้าใช้งาน Gemini และ Google Antigravity มากกว่า Google AI Pro 5 เท่า, พื้นที่จัดเก็บข้อมูล Google Drive 20TB, แพ็กเกจ YouTube Premium และสิทธิ์การใช้งาน Gemini Spark
พร้อมปรับลดราคาแพ็กเกจ AI Ultra ตัวท็อปลงจากเดิม 250 ดอลลาร์/เดือน เหลือเพียง 200 ดอลลาร์/เดือน โดยจะได้โควต้าการใช้งาน Gemini และ Google Antigravity มากกว่า Google AI Pro 20 เท่า

นอกจากนั้นแล้วจุดเปลี่ยนสำคัญอีกหนึ่งอย่างก็คือ Google ปรับวิธีคำนวณโควต้าใช้งาน Gemini จากเดิม Prompt ต่อวัน มาเป็นการคิดตามปริมาณการประมวลผล (Compute-used) โดยพิจารณาตามความยาว, ความซับซ้อนของ Prompt หรือฟีเจอร์ที่เลือกใช้
โควต้าจะทำการรีเฟรชทุก 5 ชั่วโมง จนกว่าจะครบโควต้ารายสัปดาห์ที่สามารถใช้งานได้ หากครบลิมิตเมื่อไหร่ระบบจะสลับมาใช้โมเดลขนาดเล็กให้ทันทีโดยอัตโนมัติ
เพิ่มความปลอดภัยด้วย SynthID ให้เข้มกว่าเดิม
Google ขยายเครื่องมือในการตรวจสอบ SynthID หรือลายน้ำดิจิทัลที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าให้มากกว่าเดิม สำหรับใช้ตรวจสอบคอนเทนต์ที่ถูกสร้าง/แก้ไขด้วย AI ของทาง Google เช่น Google Flow, Omni Flash, Nano Banana เป็นต้น
โดยสามารถเรียกใช้เครื่องมือตรวจสอบผ่าน Search และ Chrome ได้ด้วยเช่นกันนอกเหนือจาก Gemini โดยผู้ใช้สามารถตรวจสอบลึกได้ถึงรายละเอียดว่า ไฟล์ดังกล่าวคือต้นฉบับจากกล้องหรือผ่านการดัดแปลง พร้อมแสดงเครื่องมือที่ใช้แก้ไข


Comment