fbpx
News

มาดูราคาอะไหล่แต่ละชิ้น ที่ใช้ในการผลิตและประกอบขึ้นมาเป็น iPhone 7 รุ่น 128GB

iPhone 7 ในตอนนี้ก็เริ่มวางจำหน่ายแล้วในบางประเทศแล้ว โดยรอบนี้ตัวเครื่องก็มีการอัพเกรดจากเดิมอยู่พอสมควร ไม่ว่าจะเป็นการใส่กล้องคู่ในรุ่น iPhone 7 Plus และตัวเครื่องตอนนี้ก็สามารถกันน้ำได้แล้วด้วย ซึ่งราคาเริ่มต้นนั้นก็ยังโหดเอาเรื่องเช่นเคย โดยเริ่มต้นที่ราวๆ $649 (22,500 บาท) ไปจนถึง $969 (33,700 บาท) ทำให้หลายๆ คนอาจจะสงสัยว่า ราคาชิ้นส่วนที่ใช้ในการผลิตนั้นจะมีราคาอยู่ที่เท่าไหร่กันแน่ วันนี้ทาง CNN Money ก็มีสรุปออกมาคร่าวๆ ให้เราได้รู้กันแล้ว

iPhone 7 ในตอนนี้ก็เริ่มวางจำหน่ายแล้วในบางประเทศแล้ว โดยรอบนี้ตัวเครื่องก็มีการอัพเกรดจากเดิมอยู่พอสมควร ไม่ว่าจะเป็นการใส่กล้องคู่ในรุ่น iPhone 7 Plus และตัวเครื่องตอนนี้ก็สามารถกันน้ำได้แล้วด้วย ซึ่งราคาเริ่มต้นนั้นก็ยังโหดเอาเรื่องเช่นเคย โดยเริ่มต้นที่ราวๆ $649 (22,500 บาท) ไปจนถึง $969 (33,700 บาท) ทำให้หลายๆ คนอาจจะสงสัยว่า ราคาชิ้นส่วนที่ใช้ในการผลิตนั้นจะมีราคาอยู่ที่เท่าไหร่กันแน่ วันนี้ทาง CNN Money ก็มีสรุปออกมาคร่าวๆ ให้เราได้รู้กันแล้ว

ก่อนที่จะเริ่มดราม่ากัน ต้องบอกก่อนเลยว่า นี่เป็นเพียงแค่ราคากลางของชิ้นส่วนอุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิตสมาร์ทโฟนเท่านั้น โดยราคาของชิ้นส่วนที่ใช้ในการผลิต iPhone 7 รุ่น 128GB มีราคาคร่าวๆ ดังนี้

  • หน้าจอ – $37 (1,290 บาท)
  • แบตเตอรี่ – $4 (140 บาท)
  • กล้องหน้า / กล้องหลัง – $26 (900 บาท)
  • logic board – $74 (2,570 บาท)
  • ลำโพง – $11.50 (400 บาท)
  • ตัวเครื่อง – $22 (760 บาท)
  • ชิ้นส่วนอื่นๆ – $117.50 (4,090 บาท)

ชิ้นส่วนอื่นๆ นั้นเป็นรวบรวมพวกเซ็นเซอร์ต่างๆ ที่อยู่ในเครื่อง โดยจะเห็นได้ว่าชิ้นส่วนที่แพงที่สุดก็คือ logic board ตามมาด้วยหน้าจอ ซึ่งถ้าลองนับนิ้วดูก็จะได้ราคารวมๆ กันอยู่ที่ $292 หรือราวๆ 10,150 บาท แต่ว่าราคาที่ Apple วางขายนั้นอยู่ที่ $750 หรือราวๆ 26,000 บาท ครับ

นั่นหมายความว่า ราคาชิ้นส่วนของ iPhone 7 นั้นคิดเป็นเพียง 39% ของราคาที่วางขาย ซึ่งราคาชิ้นส่วนนั้นเป็นเพียงแค่ราคาส่วนหนึ่งของตัวเครื่องเท่านั้น เพราะว่ามีแค่ชิ้นส่วนแต่ว่าไม่มีการประกอบก็ไม่ได้จริงมั้ยครับ โดยราคาที่เพิ่มขึ้นมาจากชิ้นส่วนก็ต้องนับรวมไปถึง ค่าแรง ค่าค้นคว้า ค่าซอฟต์แวร์ รวมไปถึง ค่าใช้จ่ายในการตลาด อีกด้วยนั่นเอง

 

ที่มา: CNN Money via Phonearena

9 Comments

  1. softmachine

    softmachine Post on September 21, 2016 at 8:42 pm

    #960081

    น่าจะมีของ Xiaomi บ้าง

    • LinkWii777

      LinkWii777 Post on September 22, 2016 at 7:36 am

      #960106

      เคยมีคนวิเคราะห์ว่าเอากำไรจากการผลิตมือถือ​ประมาณ 10% แต่มาเอากำไรเพิ่มจาก

      1.ค่าลิขสิทธิ์ต่างๆ อย่างเครื่องใช้ไฟฟ้าหลายชนิด เสื้อผ้า กระเป๋า​ และอื่นๆอีกนับ 100อย่างที่ผลิตโดยแบรนด์อื่นแล้วแปะในชื่อแบรนด์ Xiaomi, Mi แล้ววางขาย (ใครรวยจริงหรือมีเงินลงทุนก็ไปแจมได้ครับ แบรนด์​ที่ Xiaomi, Mi ให้ผลิตสินค้าส่วนใหญ่​มาจากประเทศ​ในเอเซียเกือบหมด)

      2.ส่วนแบ่งจากการขายหนังสือ เพลง หนัง ธีม ที่ขายในมือมือถือ​ (อันนี้เน้นจีน)

      3.โฆษณาในมือถือ​ (มีเฉพาะรอมจีนเท่านั้น)

      ทีมงาน Xiaomi​ ก่อตั้งมาจากทีมงาน​ Google​ ซึ่งการทำงานมีพื้นฐานมาจาก Google​ แบบเห็นได้ชัด คือเน้นเก็บเงินลูกค้าเล็กน้อย แต่จากลูกค้าจำนวนมหาศาล​

  2. Shart

    Shart Post on September 21, 2016 at 9:03 pm

    #960082

    OK เลยนะ 40% + ค่าแรง ค่าประกอบ ค่าขนส่ง ค่าพัฒนา ios …

  3. indyend

    indyend Post on September 21, 2016 at 9:32 pm

    #960083

    เครื่องเปล่าลดได้เท่าไหร่ ไม่เอา OS หนะ hahahaha

  4. danya

    danya Post on September 22, 2016 at 7:14 am

    #960105

    ทำไมถึงมองข้าม Storage แฮะ ทั้งๆที่เป็นอุปกรณ์ที่แพงที่สุด

  5. Avatar

    centino Post on September 22, 2016 at 5:52 pm

    #960122

    ผมล่ะสงสัยจริงๆ คนที่ดูเข้าใจบริษัท Apple ในเรื่องค่าพัฒนา iOS นี่
    เค้าเคยเข้าใจ Developer คนอื่นๆบ้างรึเปล่านะ

    Software ที่ใช้งานกันในปัจจุบันจ่ายเงินซื้อครบทุกตัวรึเปล่า

  6. Avatar

    hiclass Post on September 22, 2016 at 5:57 pm

    #960125

    วิเคราะห์ได้ถูกต้องค่ะ

  7. Avatar

    champll Post on September 27, 2016 at 3:52 pm

    #960456

    IOS ยิ่งพัฒนายิ่งห่วยเรื่อยๆแล้วแบบนี้เรียกพัฒนาแบบไหน นวัฒกรรมก็ไม่มีอะไรใหม่ๆโผล่เลยมาหลายปีแล้วตั้งแต่จ๊อบตายไปล้าหลังแทบไม่ต้องทุ่มงบมากมายแบบคนพัฒนาค่ายอื่น ราคาเอาเปรียบผู้บริโภคมานานแล้วกับการตั้งราคาเกินจริงเพราะบุญเก่าแบรนด์ล้วนๆ

Leave a Reply

To Top