หลังจากที่ Apple เปิดตัวมือถือรุ่นใหม่ทั้ง iPhone XS, iPhone XS Max และ iPhone XR ไปสดๆ ร้อนๆ ไม่นานนี้ ซึ่งราคาของแต่ละรุ่นก็แน่นอนว่าเปิดมาโหดไม่แพ้ทุกรุ่นที่ผ่านมา หลายคนก็อาจจะเล็งสอย iPhone รุ่นเก่ากันไม่น้อย เพราะทาง Apple จะตัดราคารุ่นเก่าเพื่อต้อนรับรุ่นใหม่นั่นเอง…แต่คำถามก็คือ iPhone ทั้งรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ที่มีอยู่ในตลาดตอนนี้ รุ่นไหนที่มีสเปค+ราคา น่าใช้และคุ้มค่าที่สุด วันนี้เราจะมาวิเคราะห์ให้ดูกัน

อ่านก่อน : เราเข้าใจดีว่าถ้าเป็นสาวกแอนดรอยด์เห็นบทความนี้แล้วก็คงจะตอบกันแบบไม่คิดว่า ไม่ซื้อเลยสักรุ่น ราคาแพง ไม่สมเหตุสมผล บลาๆๆ แต่ก็มีคนที่ยังติดใจอยากใช้ระบบของ iOS ไม่น้อย ด้วยเหตุผลต่างๆนานา เลยอยากจะเขียนบทความนี้มาเพื่อช่วยตัดสินใจก็เท่านั้นเองนะ แต่ถ้าเกิดว่าใครที่เปิดใจอยากลองเปลี่ยนมา Android ดู จะ Samsung, Huawei, OPPO, Xiaomi, หรือแบรนด์ไหนก็ตาม มาพูดคุยกับเราหรือเพื่อนๆใน Group ได้ถ้าใช้แล้วเจอปัญหา ชาวแอนดรอยด์น่ารักยินดีจะช่วยทุกคนนะ  เข้าร่วมกลุ่ม Droidsans : We ❤️ Android กันได้เลย 😉

สำหรับมือถือ iPhone รุ่นที่ยังน่าสนใจและหาซื้อในประเทศไทยแบบมือ 1 ประกันศูนย์ได้ในตอนนี้ ก็จะมีตั้งแต่ iPhone 6 ไล่ไปจนถึง iPhone X แต่อย่างที่ทราบกันก็คือ Apple จะถอด iPhone ตั้งแต่ 6S ออกไป เริ่มขายตั้งแต่ iPhone 7 เป็นต้นไปเท่านั้น โดยตอนนี้ราคา Official ในไทยจะยังไม่มีการปรับอะไร จนกว่าจะมีการวางขาย iPhone XS และ iPhone XR อย่างเป็นทางการนั่นเอง ซึ่งราคาหลังปรับลดมาแต่ละตัวจะเท่ากับดังนี้

ราคาใหม่ iPhone รุ่นต่างๆปรับลงหลังเปิดตัว iPhone XS / iPhone XR

  • iPhone 7 / 32GB / 22,500 >> 17,500 บาท
  • iPhone 7 / 128GB / 26,500 >> 21,500 บาท
  • iPhone 7 Plus / 32GB / 27,500 >> 22,500 บาท
  • iPhone 7 Plus / 128GB / 31,500 >> 26,500 บาท
  • iPhone 8 / 64GB / 28,500 >> 23,500 บาท
  • iPhone 8 / 256GB / 34,500 >> 29,900 บาท
  • iPhone 8 Plus / 64GB / 32,500 >> 27,900 บาท
  • iPhone 8 Plus / 256GB / 38,500 >> 33,900 บาท
  • iPhone X / 64GB / 40,500 >> xxxxx บาท (โดนถอดออกไปเลย)

พอเห็นราคาแบบนี้แล้วหลายคนก็อาจจะสงสัยว่าแล้วจะซื้อรุ่นไหนดี เพราะอาจจะงงว่า iPhone 7 > 8 > X > XR > XS แต่ละตัวมันต่างกันยังไงบ้าง เราเลยขอสรุปความเปลี่ยนแปลงของแต่ละรุ่นมาให้ดังนี้ครับ

สรุปความเปลี่ยนแปลง iPhone แต่ละรุ่นตั้งแต่ปี 2016

ความเปลี่ยนแปลงใน iPhone 7 / 7 Plus

  • กล้องหลังคู่ (iPhone 7 Plus)
  • มาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP67
  • ลำโพงคู่ Stereo
  • รูหูฟัง 3.5 มม. ถูกตัดทิ้ง
  • 3D Touch (มีตั้งแต่ iPhone 6s)
  • ARKit (รองรับตั้งแต่ iPhone 6s เป็นต้นไป)

สำหรับความแตกต่างแบบชัดๆ ที่เกิดขึ้นบน iPhone เลยก็คือเรื่องของกล้องหลังคู่ที่โผล่มาครั้งแรกบน iPhone 7 Plus ก็คือกล้องหลังคู่ขนาด 12MP + 12MP ที่เข้ามาช่วยในเรื่องการถ่ายภาพแบบ Portrait Mode หรือหน้าชัดหลังเบลอให้เป็นธรรมชาติกว่าเดิม แถมด้วยเลนส์ซูม 2X แบบ Optical ที่สามารถซูมได้ 2 เท่า แบบที่ไม่เสียความละเอียดของภาพไป นอกจากนี้ตัวเครื่องยังกันน้ำกันฝุ่นในระดับ IP67 อีกด้วย ถ้าจะให้แยกฟีเจอร์เด่นๆ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของซีรีส์ iPhone 7 จากซีรีส์ iPhone 6 ก็จะมีประมาณนี้

iPhone 7 Plus / iPhone 7

ความเปลี่ยนแปลงใน iPhone 8 / 8 Plus

  • เปลี่ยนฝาหลังจากอลูมิเนียมเป็นกระจก
  • รองรับการชาร์จไร้สาย
  • รองรับการแสดงผล Dolby Vision และ HDR10

ถัดมาในรุ่น iPhone 8 และ 8 Plus ที่พึ่งเปิดตัวไปเมื่อปีที่แล้ว มีการปรับปรุงเรื่องกล้องหลังให้ดีขึ้นมาจากรุ่นก่อน รวมถึงโหมด Portrait Lighting ที่ช่วยในการจัดแสงภาพถ่ายบุคคลให้หลากหลายมากขึ้น และมีการเปลี่ยนวัสดุฝาหลังเป็นกระจกเนื่องจากมันรองรับการชาร์จแบบไร้สายด้วยนั่นเอง แต่รวมๆ แล้วทั้งสเปคและฟีเจอร์ก็ไม่ค่อยมีอะไรที่ต่างจากรุ่นที่แล้วซักเท่าไหร่เลย

iPhone 8 Plus

ความเปลี่ยนแปลงใน iPhone X

  • เซ็นเซอร์วัดความลึกตรงกล้องหน้า
  • ระบบ Face ID ปลดล็อคด้วยใบหน้า
  • Animoji
  • จอ OLED รุ่นแรกของ iPhone
  • รองรับการแสดงผล Dolby Vision และ HDR10
  • กล้องหลังคู่มีระบบกันสั่น OIS ทั้ง 2 ตัว
  • ถ่ายวิดีโอ 4K / 60 fps

พอโดดมาที่เรือธงตัวท็อป (ของปีที่แล้ว) อย่าง iPhone X ก็ดูจะกลายเป็นรุ่นที่น่าสนใจขึ้นมามากเลยทีเดียว เพราะได้ฟีเจอร์ใหม่ๆ เพิ่มเติมจากรุ่นก่อนๆ เยอะแยะ ไม่ว่าจะเป็นระบบสแกนใบหน้า 3 มิติ ที่ทำได้ทั้งการปลดล็อคเครื่องด้วยใบหน้า หรือจะเอามาเล่น Animoji น่ารักดุ๊กดิ๊กๆ และยังสามารถถ่ายเซลฟี่แบบหน้าชัดหลังเบลอได้เนียนกริ๊ป เพราะมันมีเซ็นเซอร์วัดความลึกให้มาด้วย, หน้าจอ Super Retina ที่เป็นจอ OLED รุ่นแรกของ iPhone ซึ่งมาพร้อมการแสดงผลแบบ Dolby Vision และ HDR10, กล้องหลังคู่ที่มีระบบกันสั่น OIS ให้มาทั้ง 2 ตัว ทำให้การถ่ายภาพทั้งแบบปกติและแบบซูมด้วยเลนส์ Telephoto มีความคมชัดและแม่นยำกว่าทุกรุ่นที่ผ่านมา รวมถึงการถ่ายวิดีโอความละเอียดสูง 4K ที่ 60fps

iPhone X

iPhone XS / XS Max

  • ถ่ายวิดีโอได้เสียงแบบ Stereo
  • กล้องเพิ่มระบบ Neural Engine สำหรับประมวลผลภาพถ่าย
  • ฟีเจอร์ Depth Control ปรับความเบลอหลังถ่าย Portrait Mode ทั้งกล้องหน้า / หลัง
  • รองรับ 2 SIM (eSIM 1 เบอร์ + SIM Card 1 เบอร์)

แต่สำหรับรุ่นใหม่ทั้ง 3 ตัว บอกตรงๆ ว่าดูแล้วแทบจะไม่มีอะไรใหม่ๆ ที่แตกต่างจากรุ่นเดิมให้ว้าวเลย จะมีก็แค่ CPU และ GPU รุ่นใหม่ที่เร็วและแรงกว่าเดิม ซึ่งเรื่องนี้แทบจะไม่มีความแตกต่างอะไรมากมายเลย เพราะ iPhone แทบทุกรุ่นก็สามารถใช้งาน+เล่นเกมได้ลื่นสุดๆ อยู่แล้ว (แต่ถ้าแบตเสื่อมค่อยว่ากันอีกที), กล้องหลังที่คราวนี้สามารถปรับระดับความเบลอหลังถ่ายได้ ซึ่งจริงๆก็มีแอปที่ทำได้คล้ายๆกันอยู่ใน App Store และสุดท้ายกับฟีเจอร์ที่แฟนๆ iPhone รอกันมานาน นั่นก็คือการใช้งาน 2 SIM นั่นเอง

iPhone XS Max / iPhone XS

iPhone XR

  • ถ่ายวิดีโอได้เสียงแบบ Stereo
  • กล้องเพิ่มระบบ Neural Engine สำหรับประมวลผลภาพถ่าย
  • ฟีเจอร์ Depth Control ปรับความเบลอหลังถ่าย Portrait Mode ทั้งกล้องหน้า / หลัง
  • รองรับ 2 SIM (eSIM 1 เบอร์ + SIM Card 1 เบอร์)
  • ตัดระบบ 3D Touch ออก

สำหรับรุ่นน้องเล็กที่เปิดตัวมาพร้อมกันอย่าง iPhone XR ก็แน่นอนว่าสเปคต่างๆ จะไม่ล้ำเท่ารุ่นพี่ทั้ง 2 ตัวแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นกล้องหลังที่มีแค่ตัวเดียว, หน้าจอเป็น LCD, มาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นน้อยกว่ารุ่นพี่ IP67 แต่ก็มีราคาที่ย่อมเยากว่าเยอะ แถมยังมีสีให้เลือกเยอะกว่าอีกด้วย

iPhone XR

สรุปว่าจะซื้อไอโฟนรุ่นไหนดี

แน่นอนว่าสำหรับคนที่เงินไม่ใช่ปัญหา iPhone XS หรือ iPhone XS Max ก็น่าจะเป็นคำตอบแบบไม่ต้องคิดมาก ซื้อไปเถอะอย่าไปคิดมากเรื่องราคา Apple เค้าตั้งมาเพราะรู้ว่าคนอย่างพวกคุณยังจ่ายไหว

ส่วนคนที่เริ่มคิดถึงเรื่องความคุ้มค่า คิดเรื่องการใช้เงินอย่างพอเหมาะพอควร มีเงินจ่ายแต่ก็เริ่มคิดว่าราคามันไม่ใช่ ก็อาจจะเริ่มคิดว่า iPhone XS ไม่ใช่คำตอบที่ต้องการสักเท่าไหร่นัก แต่ก็ยังติดอยู่กับระบบ iOS อยากใช้ iPhone อยู่เหมือนเดิม ตรงนี้ก็น่าคิดว่า iPhone ที่ราคาถูกลงมาหน่อยนี้ตัวไหนน่าจับจองที่สุด มาลองดูไปทีละตัว

iPhone 7 ก็พอใช้งาน อยู่ได้อีกยาว

สำหรับคนที่มีงบประมาณจำกัด อยากอัพเกรดจากเครื่องเก่าแต่ไม่พร้อมจะจ่ายเงินก้อนโต iPhone 7 และ 7 Plus ดูจะเป็นคำตอบที่ดีที่สุดอยู่ ด้วยความที่การใช้งานบน iPhone 7 ก็ยังลื่นไหลดี ยิ่งอัพเกรดเป็น iOS 12 ยิ่งโอเคเข้าไปใหญ่ ฟีเจอร์ต่างๆมาครบ เรียกว่าหาความต่างแบบชัดเจนเมื่ออัพไป iPhone 8 / 8 Plus ยังไม่ค่อยเจอ กลายเป็นว่าคนน่าจะเลือกซื้อเพราะหน่วยความจำที่แตกต่างของทั้งสองรุ่นมากกว่าฟีเจอร์ที่เปลี่ยนไปเสียด้วยซ้ำ ซึ่งถ้าเราไม่ได้ต้องการใช้ระบบชาร์จไร้สาย (ที่ช้ากว่าการชาร์จปกติ) หรือใช้ดูหนังทาง Netflix แบบ HDR ก็ซื้อ iPhone 7 Plus แล้วเก็บเงินส่วนต่างที่เหลือไปใช้อย่างอื่นดีกว่า

 

iPhone XR อยากได้หน้าตาเหมือน X ในราคาประหยัดลง

แม้ว่าหลายคนที่อ่านสเปคแล้วจะหัวเราะถึง การลดสเปคของ iPhone XR ที่ตัดหลายสิ่งออกไปเพียบ ทั้งหน้าจอที่ไม่ดีเท่า, กล้องคู่ที่หายไป, ไม่มี 3D Touch แต่เชื่อว่าหลายคนสามารถเลือกจะมองข้ามกัน และจะเป็นรุ่นที่หลายคนเล็งจะซื้อกันมากที่สุด ด้วยความที่หน้าตาด้านหน้าเหมือนกับ iPhone XS สีสันที่มีให้เลือกมากมาย ในราคาที่ถูกกว่า iPhone XS ราว 20% (แต่ก็จะยังทะลุ 3 หมื่นกว่าอยู่ดี)

iPhone X น่าคบหา รีบซื้อก่อนไม่มีขาย

ถ้าใครที่เล็งจะซื้อ iPhone XR อยู่ จริงๆอยากแนะนำให้ซื้อ iPhone X มากกว่า ด้วยความที่สเปคโดยรวมดูดีกว่า iPhone XR เสียอีก มีฟีเจอร์และสเปครวมๆครบครันกว่า ถ้าเทียบกับ iPhone XS แล้วแทบไม่มีอะไรที่จำเป็นหรือสร้างความแตกต่างมากขนาดนั้น โดยราคาของ iPhone X ในปัจจุบันน่าจะหาซื้อได้พอๆกับราคาของ iPhone XR เมื่อเปิดตัวในไทย แต่ข้อจำกัดคือ iPhone X จะไม่ผลิตต่อในระยะยาว จะมีขายเท่าที่มีสต๊อกเหลือเท่านั้น ซึ่งเหตุผลก็ง่ายๆคือถ้า iPhone X ยังอยู่ ใครมันจะไปซื้อ iPhone XR นั่นแหละ

ราคาไทยอย่างเป็นทางการของ iPhone ใหม่ทั้ง 3 ตัวแม้ว่าจะยังไม่ออกเร็วๆนี้ แต่ราคาตัวเก่าเริ่มทยอยปรับกันเรียบร้อย และใครที่สนใจ iPhone X อยากหาเครื่องราคาดีๆ หรือเล็งโปรดีๆ ก็เตรียมไปงาน TME ที่กำลังจะจัดอาทิตย์หน้านี้กันได้ เพราะบอกเลยว่าน่าจะมีการซัดราคากันอีกรอบกันเป็นแน่แท้ ยังไงรอติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากพวกเรา รวบรวมกันมาให้ดูกันง่ายๆอีกรอบแน่นอนครับ

**สำหรับสเปคต่างๆ ใครที่อยากจะลองเทียบกัน เราก็ทำเป็นตารางไว้ให้ดูด้วยนะ**

สเปค iPhone 6s Plus / iPhone 7 / iPhone 7 Plus

สเปค / รุ่นiPhone 6s PlusiPhone 7iPhone 7 Plus
 
หน้าจอLCD 5.5 นิ้ว (1080 x 1920)LCD 4.7 นิ้ว (750 x 1334)LCD 5.5 นิ้ว (1080 x 1920)
CPUApple A9Apple A10 FusionApple A10 Fusion
GPUPowerVR GT7600PowerVR Series7XT PlusPowerVR Series7XT Plus
RAM2GB2GB3GB
ความจุ (GB)3232 / 12832 / 128
กล้องหลัง12MP (f/2.2)12MP (f/1.8), OIS12MP (f/1.8), OIS + 12MP (f/2.8)
กล้องหน้า5MP (f/2.2)7MP (f/2.2)7MP (f/2.2)
แบตเตอรี่2750 mAh1960 mAh2900 mAh
มาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นIP67 (ลึก 1 เมตร 30 นาที)IP67 (ลึก 1 เมตร 30 นาที)

 

สเปค iPhone 8 / iPhone 8 Plus / iPhone X

สเปค / รุ่นiPhone 8iPhone 8 PlusiPhone X
 
หน้าจอLCD 4.7 นิ้ว (750 x 1334)LCD 5.5 นิ้ว (1080 x 1920)Super AMOLED 5.8 นิ้ว (1125 x 2436)
CPUApple A11 BionicApple A11 BionicApple A11 Bionic
GPUApple DesignedApple DesignedApple Designed
RAM2GB3GB3GB
ความจุ (GB)64 / 25625664 / 256
กล้องหลัง12MP (f/1.8), OIS12MP (f/1.8), OIS + 12MP (f/2.8)12MP (f/1.8), OIS + 12MP (f/2.8), OIS
กล้องหน้า7MP (f/2.2)7MP (f/2.2)7MP (f/2.2)
แบตเตอรี่1821 mAh2691 mAh2716 mAh
มาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นIP67 (ลึก 1 เมตร 30 นาที)IP67 (ลึก 1 เมตร 30 นาที)IP67 (ลึก 1 เมตร 30 นาที)

 

สเปค iPhone XS / XS Max / XR

สเปค / รุ่นiPhone XS MaxiPhone XSiPhone XR
 
หน้าจอOLED 6.5 นิ้ว (2688 x 1242)OLED 5.8 นิ้ว (2436 x 1125)LCD 6.1 นิ้ว (1792 x 828)
CPUApple A12 BionicApple A12 BionicApple A12 Bionic
GPUApple DesignedApple DesignedApple Designed
RAM4GB4GB3GB
ความจุ (GB)64 / 256 / 51264 / 256 / 51264 / 128 / 256
กล้องหลัง12MP (f/1.8) + 12MP (f/2.4), OIS12MP (f/1.8) + 12MP (f/2.4), OIS12MP (f/1.8), OIS
กล้องหน้า7MP (f/2.2)7MP (f/2.2)7MP (f/2.2)
แบตเตอรี่3,174 mAh รองรับ Fast Charge2,658 mAh รองรับ Fast Charge2,942 mAh รองรับ Fast Charge
มาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นIP68 (ลึก 2 เมตร 30 นาที)IP68 (ลึก 2 เมตร 30 นาที)IP67 (ลึก 1 เมตร 30 นาที)