สมาร์ทโฟนรองรับ 5G ตัวแรกของทาง HUAWEI อย่าง Mate 20 X 5Gเตรียมได้ฤกษ์วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้วในช่วงสิ้นเดือนกรกฎาคมนี้ ทว่าจะยังไม่ได้เริ่มวางขายพร้อมกันทั่วโลก แต่จะมีเพียงบางประเทศเท่านั้นที่ได้ไปก่อน ในประเทศอิตาลีก็เริ่มเปิดให้พรีออเดอร์แล้วตั้งแต่วันนี้บนเว็บไซต์ Amazon โดยจะเริ่มส่งเครื่องกันในวันที่ 22 กรกฎาคมที่จะถึงนี้ สำหรับประเทศจีนบ้านเกิด ก็จะวางจำหน่ายกันในวันที่ 26 เดือนเดียวกัน

สเปค HUAWEI Mate 20 X 5G

  • หน้าจอ OLED ขนาด 7.2 นิ้ว ความละเอียด 1,080 x 2,244 พิกเซล
  • ระบบปฏิบัติการ Android 9 Pie ครอบทับด้วย EMUI 9
  • ชิปเซ็ต Kirin 980
  • GPU: Mali-G76 MP10
  • RAM: 8GB
  • หน่วยความจุ: 256GB สามารถใส่เมมแบบ Nano Memory ได้สูงสุดถึง 256GB
  • กล้องหลัง: 40MP + 8MP + 20MP
  • กล้องหน้า: 24MP
  • การเชื่อมต่อต่างๆ
    • ช่องเสียบหูฟังมาตรฐาน 3.5 มม.
    • Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, dual-band, DLNA, Wi-Fi Direct, hotspot
    • Bluetooth 5.0, A2DP, aptX HD, LE
    • NFC
    • USB Type C
  • เซ็นเซอร์
    • ตัวสแกนลายนิ้วมืออยู่ด้านหลังของตัวเครื่อง
    • accelerometer
    • gyro
    • proximity
    • barometer
    • compass
  • แบตเตอรี่ขนาด 4,200 mAh รองรับการชาร์จไว 22.5 40 วัตต์

ภายนอกของตัวเครื่องในเรื่องของดีไซน์จะมีความใกล้เคียงกับรุ่นธรรมดาอย่าง Mate 20 X อยู่ โดยจะมาพร้อมกับหน้าจอ AMOLED ขนาดใหญ่ 7.2 นิ้ว และกล้องหลังทั้งหมด 3 ตัว ทว่าภายในจำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลงอัพเกรดนิดหน่อย เนื่องจากจำเป็นต้องใส่โมเดม 5G Balong 5000 เข้ามาสำหรับการรองรับโครงข่าย 5G แต่ในเรื่องของความจุแบตเตอรี่กลับลดลงจากเดิม 5,000 mAh เหลือ 4,200 mAh เท่านั้น ในส่วนของ RAM กับหน่วยความจุก็เช่นเดียวกัน ใน Mate 20 X 5G ก็ใส่มาให้ 8GB/256GB

ตอนแรกทาง HUAWEI มีแผนที่จะเปิดตัววางจำหน่ายเจ้า Mate 20 X 5G ตัวนี้ในประเทศอังกฤษในเดือนมิถุนายน ทว่าเหตุการณ์ Trade War ระหว่างบริษัทกับรัฐบาลสหรัฐฯ ทำให้ฤกษ์เปิดตัวนี้จำเป็นต้องเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด โดยเจ้าสมาร์ทโฟน 5G เครื่องนี้ก็ถูกถอดชื่อออกจากรายชื่อโทรศัพท์มือถือ 5G ของทางค่ายมือถือยักษ์ใหญ่ในประเทศอังกฤษอย่าง EE และ Vodafone ไปเป็นที่เรียบร้อย

ล่าสุดตอนนี้ Mate 20 X 5G ได้เริ่มวางขายใน UAE หรือสหรัฐอาหรับเอมิเรตแล้วเป็นที่แรก โดยมีราคาอยู่ที่ 3523 AED คำนวนเป็นเงินไทยแล้วก็ประมาณ 29,000 บาทนิดๆ ครับ

 

ที่มา: The Verge  , venturebeat