Sony, Canon, HUAWEI และ OPPO ผนึกกำลังจัดตั้งโครงการรวมกลุ่มสิทธิบัตร (Patent Pool) ด้านเทคโนโลยีการถ่ายภาพและการประมวลผลภาพที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ภายใต้ชื่อ Tulip Imaging ซึ่งมีสิทธิบัตรมากถึง 125,000 ฉบับ จากการวิจัยและพัฒนาตลอดระยะเวลา 10 ปี

One Stop Service เข้าถึงสิทธิบัตรกว่า 125,000 รายการได้จากที่เดียว

จากรายงานของ Android Headlines ระบุว่าโครงการดังกล่าวดำเนินงานโดย Tulip Licensing Ltd. องค์กรบริหารสิทธิบัตรที่ตั้งอยู่ในกรุงลอนดอน โดยมีบริษัทยักษ์ใหญ่ทั้ง 4 เป็นกลุ่มแรก ๆ ที่ให้สิทธิ์ใช้งานสิทธิบัตรดังกล่าว และมีโอกาสที่จะเปิดให้บริษัทอื่น ๆ เข้าร่วมเพิ่มเติมในอนาคต

โดยปกติแล้วการยื่นเรื่องขออนุญาตใช้งานสิทธิบัตรต่าง ๆ จะมีกระบวนการที่ซับซ้อน เนื่องจากแต่ละบริษัทก็มีเงื่อนไขและค่าใช้จ่ายในการใช้งานที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งการจัดตั้งโครงการ Tulip Imaging ก็มีไว้เพื่อทำให้กระบวนการดังกล่าวง่ายยิ่งขึ้น นึกภาพว่าเป็นเหมือน One Stop Service ประมาณนั้น

แทนที่จะต้องวิ่งเต้นทำเรื่องเจรจาขอใช้สิทธิบัตรกับ Sony, Canon, HUAWEI และ OPPO แยกทีละบริษัทให้เสียเวลา Tulip Imaging จะนำสิทธิบัตรของทั้ง 4 บริษัทมารวมเป็นกลุ่มเดียวกัน ทำให้สามารถเข้าถึงสิทธิบัตรของเทคโนโลยีต่าง ๆ ได้ในครั้งเดียวตามเงื่อนไขที่กำหนด

โดยสิทธิบัตรจำนวนกว่า 125,000 ฉบับ ระบุว่าเป็นงานวิจัยและการพัฒนาเทคโนโลยีต่าง ๆ ของทั้งสี่บริษัทในระยะเวลากว่า 10 ปี ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่ เทคโนโลยีการถ่ายภาพ, การประมวลผลภาพ และการถ่ายภาพเชิงคำนวณ (Computational Photography) เป็นต้น

อนาคตของ Tulip Imaging จะเป็นยังไงต่อไป ?

อีกหนึ่งสาเหตุในการจัดตั้งโครงการดังกล่าวขึ้นมาเป็นเพราะ 4 บริษัทต่างก็มีจุดเด่นหรือความถนัดในการพัฒนาที่ไม่เหมือนกัน ซึ่งแต่ละบริษัทก็สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีจากบริษัทอื่น ๆ ผ่านระบบใบอนุญาตเพื่อลดความเสี่ยงจากข้อพิพาทด้านสิทธิบัตรได้เช่นเดียวกัน ในขณะที่กลุ่มเป้าหมายแรกที่โฟกัสเอาไว้ก็คือ แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียและอีคอมเมิร์ซ

อย่างไรก็ตาม Tulip Imaging ยังเป็นโครงการที่เพิ่งก่อตั้งมาได้ไม่นาน จึงยากที่จะสรุปให้เห็นภาพได้ว่าผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้ของโครงการดังกล่าว จะออกมาเป็นหน้าตาแบบไหน และมีทิศทางเป็นอย่างไรในอนาคต

แต่อย่างน้อยสื่อหลาย ๆ สำนักก็คาดการณ์ว่าอาจก่อให้เกิดการพัฒนา และการแข่งขันที่สร้างสรรค์มากยิ่งขึ้น ไปจนถึงการลดข้อพิพาทด้านสิทธิบัตรให้น้อยลง

ที่มา: Android Headlines, Tulip Innovation