มีรายงานจาก Wccftech ระบุว่า Intel Nova Lake-S ซีพียูเดสก์ท็อปรุ่นถัดไปของ Intel หรือคาดว่าคือ Core Ultra 400 Series อาจไม่ได้เปิดตัวในช่วงปลายปี 2026 ตามที่เคยคาดการณ์กันไว้ แต่มีโอกาสขยับไปเป็นช่วงต้นปี 2027 แทน โดยไฮไลต์สำคัญคือรุ่นเรือธงอาจมาพร้อมจำนวนคอร์สูงสุดถึง 52 คอร์
ตามข้อมูลที่หลุดออกมา Nova Lake-S รุ่นท็อปอาจใช้โครงสร้างแบบ 16 P-Cores, 32 E-Cores และ 4 LP E-Cores รวมเป็น 52 คอร์ โดยใช้สถาปัตยกรรมใหม่ Coyote Cove สำหรับ P-Core และ Arctic Wolf สำหรับ E-Core ซึ่งถือเป็นการอัปเกรดครั้งใหญ่ของแพลตฟอร์มเดสก์ท็อป Intel
นอกจากจำนวนคอร์ที่เพิ่มขึ้นแล้ว Wccftech ยังรายงานว่า Intel กำลังพัฒนาฟีเจอร์ Multi-Core OC สำหรับการโอเวอร์คล็อกแบบใหม่ ที่อาจเปิดให้ปรับแต่งประสิทธิภาพของแต่ละคอร์ได้ละเอียดมากขึ้น รวมถึงมีการพูดถึงความเป็นไปได้ที่ Intel อาจนำ SMT กลับมาใช้กับซีพียูเดสก์ท็อปรุ่นอนาคตอีกครั้ง

ด้านการใช้พลังงานและความร้อนถือเป็นอีกประเด็นที่น่าจับตา โดยรุ่น 52 คอร์อาจมีค่า PL1 อยู่ที่ราว 175W ส่วนค่า PL4 อาจแตะระดับมากกว่า 700W ในบางสถานการณ์ ทำให้ Nova Lake-S รุ่นเรือธงน่าจะต้องใช้ระบบระบายความร้อนระดับท็อปเท่านั้น
ตัวแพลตฟอร์มจะเปลี่ยนไปใช้ซ็อกเก็ตใหม่ LGA1954 พร้อมเมนบอร์ดชิปเซ็ตตระกูลใหม่ โดยมีการพูดถึงรุ่นระดับไฮเอนด์อย่าง Z990 และ Z970 ซึ่งมีรายงานว่าผู้ผลิตเมนบอร์ดบางรายเริ่มทดสอบแพลตฟอร์มใหม่แล้ว และอาจนำบอร์ดต้นแบบบางส่วนมาโชว์ในงาน Computex 2026
หากข้อมูลทั้งหมดเป็นจริง Nova Lake-S จะเป็นหนึ่งในซีพียูเดสก์ท็อปรุ่นสำคัญของ Intel ในช่วงปี 2027 โดยถูกวางให้ชนกับ AMD Zen 6 ที่คาดว่าจะเปิดตัวในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน อย่างไรก็ตาม ข้อมูลทั้งหมดในตอนนี้ยังเป็นเพียงรายงานและข่าวลือจากแหล่งข่าววงใน ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจาก Intel
ที่มา : wccftech

Comment