หลังจาก MacBook Neo เปิดตัว ก็ต้องบอกว่าสร้างแรงสั่นสะเทือนให้ตลาดโน้ตบุ๊ก Windows พอสมควร เพราะในโจทย์ราคาใกล้เคียงกัน MacBook Neo กลับให้ภาพรวมที่โดดเด่นกว่า ทั้งดีไซน์ ความบางเบา ประสิทธิภาพต่อพลังงาน และความคุ้มค่า ทำให้ผู้ผลิตฝั่ง PC ต้องเริ่มขยับตัวกันอย่างจริงจัง ล่าสุด Intel เองก็มีคำตอบออกมาแล้ว ด้วยการโชว์โน้ตบุ๊กต้นแบบที่ใช้ชิป Wildcat Lake หรือ Intel Core Series 3 รุ่นใหม่ ซึ่งถูกวางแนวทางมาเพื่อชนกับ MacBook Neo โดยตรง
โน้ตบุ๊กต้นแบบรุ่นนี้มาในดีไซน์ที่เน้นความพรีเมียมกว่าภาพจำเดิมของโน้ตบุ๊ก Windows ระดับเริ่มต้นอย่างชัดเจน ตัวเครื่องใช้บอดี้อะลูมิเนียม พร้อมโทนสีแบบสองเฉด aquamarine ตัดกับ cream และคีย์บอร์ดที่ให้กลิ่นอายคล้าย MacBook เน้นความบาง เบา เรียบหรู และเหมาะกับการใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวันมากกว่า

หัวใจหลักของเครื่องอยู่ที่ชิป Intel Core Series 3 โค้ดเนม Wildcat Lake ซึ่งเป็นซีพียูรุ่นใหม่สำหรับโน้ตบุ๊กกลุ่มราคาประหยัดถึงระดับกลาง โดยเน้นประสิทธิภาพต่อพลังงานเป็นหลัก ชิปที่อยู่ในเครื่องต้นแบบเป็นซีพียู 6 คอร์ แบบ Hybrid แบ่งเป็น 2 P-core สถาปัตยกรรม Cougar Cove และ 4 LPE-core สถาปัตยกรรม Darkmont พร้อมกราฟิก Xe จำนวน 2 คอร์ และ NPU สำหรับงาน AI กำลังประมวลผล 17 TOPS
ในแง่การใช้พลังงาน Wildcat Lake ถูกออกแบบมาให้เหมาะกับโน้ตบุ๊กบางเบาโดยตรง ชิปตัวนี้ตั้งเป้าให้โดยปกติใช้พลังงาน 17W และ Turbo ได้สูงสุดราว 35W ขณะเดียวกันยังรองรับการทำงานแบบไม่มีพัดลม หรือ fanless ได้ด้วย โดยจำกัดพลังงานไว้ที่ราว 11W เพื่อควบคุมอุณหภูมิ ซึ่ง Intel ระบุว่ายังสามารถใช้งานได้เต็มรูปแบบโดยไม่เกิดอาการลดความเร็วจากความร้อน แม้ไม่มีพัดลมระบายความร้อน

จุดนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะเป็นแนวทางเดียวกับที่ Apple Silicon ใช้สร้างจุดแข็งให้ MacBook มาหลายปี นั่นคือเครื่องเงียบ ประหยัดพลังงาน แบตเตอรี่อยู่ได้นาน และยังให้ประสิทธิภาพดีพอสำหรับงานทั่วไป แต่ฝั่ง Intel จะมีข้อได้เปรียบตรงที่ยังสามารถ Boost พลังขึ้นไปได้สูงกว่าในบางสถานการณ์ หากผู้ผลิตเลือกออกแบบเครื่องให้มีระบบระบายความร้อนเข้ามาช่วย
นอกจากนี้ เครื่องต้นแบบยังมาพร้อมแรมแบบฝังบนบอร์ดขนาด 16GB ซึ่งถือเป็นสเปกที่เหมาะสมกับโน้ตบุ๊กยุคใหม่ โดยเฉพาะในช่วงที่ราคา DRAM ในตลาดยังอยู่ในระดับสูง ส่วนความเร็วแรมยังไม่ได้รับการยืนยันจาก Intel แต่มีการคาดการณ์ว่าอาจอยู่ที่ราว 7,467 MT/s

ด้านประสิทธิภาพเบื้องต้น เริ่มมีข้อมูลของชิป Wildcat Lake หลุดออกมาแล้ว โดย Intel Core 5 320 ปรากฏบนฐานข้อมูล PassMark พร้อมคะแนน CPU Mark ที่ 15,222 คะแนน และคะแนน single-thread ที่ 4,047 คะแนน ตัวเลขนี้ทำให้ประสิทธิภาพคอร์เดียวอยู่ใกล้กับ Apple A18 Pro ที่ใช้ใน MacBook Neo ขณะที่คะแนนรวมแบบ multi-core สูงกว่าประมาณ 27% แต่หากเทียบกับ Apple A19 Pro ชิปของ Intel ยังเป็นรองใน single-thread แต่มีคะแนนรวมสูงกว่าเล็กน้อย
ภาพรวมทั้งหมดจึงทำให้เห็นว่า Intel ไม่ได้แค่เปิดตัวชิปรุ่นประหยัดพลังงานธรรมดา แต่กำลังพยายามรีเซ็ตภาพลักษณ์ของโน้ตบุ๊ก Windows กลุ่มเริ่มต้นและระดับกลางให้ดูพรีเมียมขึ้น ทั้งในแง่ดีไซน์ วัสดุ ประสิทธิภาพ และประสบการณ์ใช้งานจริง โดยเฉพาะการรองรับเครื่องไร้พัดลมที่เป็นหนึ่งในจุดแข็งของ MacBook
แม้ตอนนี้ Wildcat Lake จะยังอยู่ในรูปแบบโน้ตบุ๊กต้นแบบ และยังไม่มีรุ่นวางขายจริงให้เห็นชัดเจน แต่ทิศทางก็ถือว่าน่าสนใจมาก เพราะหลังจาก Apple ใช้ MacBook Neo เข้ามากดดันตลาดด้วยราคาที่เข้าถึงง่าย ฝั่ง Intel และผู้ผลิต Windows PC ก็ดูเหมือนจะเริ่มตอบโต้กลับอย่างจริงจังแล้ว
ที่มา : techspot

Comment