ในวันที่ 19 กันยายน 2023 นี้ จะมีการปล่อยอัปเดตระบบปฏิบัติการรุ่นใหม่ล่าสุด iOS 17 ผู้ที่ใช้ iPhone เข้ามาเช็คกันก่อนค่ะว่ามีรุ่นไหนที่ได้ไปต่อกับ iOS 17 บ้าง ส่วน macOS Somona มีกำหนดอัปเดต 27 ก.ย. นี้! เอาล่ะ…เตรียมเครื่องให้พร้อม ชาร์จแบตให้เต็ม เช็คเน็ตให้แรง พร้อมสรุปฟีเจอร์ใหม่ที่มาพร้อมกัน ซึ่งจะมีอะไรน่าใช้บ้าง มาดูกัน

iPhone ที่จะรองรับ iOS 17

  • iPhone 15
  • iPhone 15 Plus
  • iPhone 15 Pro
  • iPhone 15 Pro Max
  • iPhone 14
  • iPhone 14 Plus
  • iPhone 14 Pro
  • iPhone 14 Pro Max
  • iPhone 13
  • iPhone 13 Mini
  • iPhone 13 Pro
  • iPhone 13 Pro Max
  • iPhone 12
  • iPhone 12 Mini
  • iPhone 12 Pro
  • iPhone 12 Pro Max
  • iPhone 11
  • iPhone 11 Pro
  • iPhone 11 Pro Max
  • iPhone Xs
  • iPhone Xs Max
  • iPhone XR
  • iPhone SE (รุ่นที่ 2 หรือใหม่กว่า)

ยังไงก็เตรียมตัวกันให้ดี ในวันที่ 19 กันยายน 2023 นี้ ผู้ใช้งานทั้งหลายก็จะได้ใช้ระบบปฏิบัติการใหม่ iOS 17 พร้อมกันแล้ว ซึ่งก็จะมาพร้อมฟีเจอร์ใหม่ที่น่าสนใจมากมาย ดังนี้

สรุปฟีเจอร์ที่น่าสนใจของ iOS 17

  • แอป Phone ปรับแต่งภาพโปสเตอร์ใน Contacts ได้อิสระ เปลี่ยนฟอนต์ชื่อ ใส่ภาพขนาดใหญ่ ใช้ภาพ Memoji ได้อิสระและสร้างสรรค์มากยิ่งขึ้น
  • ฟีเจอร์ Live VoiceMail ให้แปลงเสียงพูดฝากข้อความให้เป็นตัวหนังสือขึ้นบนหน้าจอแบบ Real-Time บนจอได้
  • FaceTime ฝากวิดีโอไว้ได้ หากคู่สนทนาไม่รับสาย
  • iMessage แปลงข้อความเสียงเป็นตัวหนังสือ, ปักหมุดได้, ตัดพื้นหลังทำ Sticker ได้
  • การปรับปรุงระบบสติกเกอร์ใหม่ สามารถตัดพื้นหลังรูปภาพในอัลบั้มของเรา พร้อมเปลี่ยนเป็นสติกเกอร์เพื่อแชร์ให้เพื่อน ๆ ได้ง่าย ๆ พร้อมเปลี่ยนรูปเคลื่อนไหว Live Photo ให้กลายเป็นสติกเกอร์แบบเคลื่อนไหวได้
  • iMessage เวอร์ชั่นใหม่สามารถปักหมุด Check In ส่งโลเคชั่นต่าง ๆ ให้เพื่อนได้แล้ว และยังสามารถตั้งให้เด้งแจ้งเตือนเมื่อคนในครอบครัว หรือเพื่อนถึงที่หมาย
  • AirDrop NameDrop แลกคอนแทคได้ง่าย ๆ
  • Keyboard โหมดแก้คำผิด ที่มีฟีเจอร์ AI ที่ช่วยพัฒนาระบบเดาคำให้ดีกว่าเก่า
  • Journal แอปใหม่ ช่วยรวมภาพและข้อมูล เพื่อจดบันทึก
  • ฟีเจอร์ StandBy ปลดล็อกความสามารถใหม่ให้ Always-On-Display
  • Safari ยกระดับการปกป้องการท่องเว็บแบบส่วนตัวให้แน่นหนากว่าเดิม เพิ่ม Profiles ได้
  • รหัสผ่านและพาสคีย์ สามารถแชร์รหัสกับผู้ใช้งานที่ถูกเลือกได้ ทุกคนที่ถูกเลือกสามารถเพิ่มและแก้ไขรหัสผ่านได้
  • แอป Health เพิ่มฟีเจอร์สุขภาพจิต สามารถบันทึกสภาวะจิตใจในแต่ละช่วงเวลาได้ / ตรวจจับ และแจ้งเตือนเมื่อใช้งาน iPhone ใกล้ดวงตาเกินไป
  • แอป Maps รองรับการใช้งานแบบ Offline แล้ว
  • AirTag แชร์กันกับผู้อื่นได้มากที่สุดถึงห้าคน
  • Apple Music เปิดตัว Collaborative Playlist ซึ่งทำให้ฟังเพลงร่วมกันเพื่อนๆ ได้ง่ายกว่าที่เคย
  • AirPlay อัปเดตให้ใช้งานร่วมกับ TV ในโรงแรมได้ โดยจะเปิดให้ใช้งานได้ในช่วงก่อนสิ้นปีนี้ ในโรงแรมในเครือ IHG Hotels & Resorts ก่อน
  • AirPods ได้รับคุณสมบัติอันทรงพลังใหม่ๆ อย่าง Adaptive Audio, Personalized Volume และ Conversation Awareness
  • Siri เรียกใช้งานได้ทันที แค่เรียกชื่อ “Siri”
  • แอป Photo จำแนกคน และสัตว์อย่าง สุนัข หรือแมวได้ดีขึ้น

ที่มา : Apple