Apple เปิดตัว iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max สมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นใหม่ประจำปี 2026 อย่างเป็นทางการแล้ว หลังชมข่าวลือมานาน โดยปีนี้ดีไซน์ภายนอกอาจไม่ได้เปลี่ยนไปจาก iPhone 17 Pro Series มากนัก แต่ภายในมีการอัปเกรดหลายจุด ตั้งแต่ Dynamic Island ที่เล็กลง, ชิป A20 Pro บนกระบวนการผลิต 2nm ไปจนถึงระบบกล้องหลังที่ได้รับการปรับปรุงใหม่

ดีไซน์คล้ายเดิมแต่ Dynamic Island เล็กลง

ดีไซน์ของ iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max ยังคงคล้ายกับ iPhone 17 Pro Series ตัวเครื่องใช้วัสดุอะลูมิเนียม พร้อมโมดูลกล้องขนาดใหญ่แนวนอนบริเวณด้านบนของฝาหลัง ภายในติดตั้งกล้องทั้งหมด 3 ตัว

ตัวเครื่องยังมีมาตรฐานทนน้ำและฝุ่น IP68 ส่วนขนาดและน้ำหนัก iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max มีความบาง 8.75 มม. ส่วน iPhone 18 Pro มีน้ำหนัก 206 กรัม ส่วน iPhone 18 Pro Max มีน้ำหนัก 240 กรัม

ขนาดหน้าจอของทั้งสองรุ่นยังคงเท่าเดิม เป็นพาเนล Super Retina XDR โดย iPhone 18 Pro ใช้หน้าจอขนาด 6.3 นิ้ว ส่วน iPhone 18 Pro Max ขนาด 6.9 นิ้ว Refresh rate สูงสุด 120Hz และความสว่างสูงสุด 3,000 นิต


รอบนี้มีการลดขนาด Dynamic Island ให้เล็กลงประมาณ ทำให้กินพื้นที่บนหน้าจอน้อยกว่าเดิม โดยสามารถแสดงผลกิจกรรมต่าง ๆ ได้เก่งมากขึ้น ถึง 2-3 อย่างพร้อมกัน ซึ่งแตกต่างจากเดิมที่จะโชว์แค่เพียงกิจกรรมเดียว

สำหรับสีของ iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max ปีนี้ Apple เพิ่มตัวเลือกสีใหม่เข้ามา โดยมี

  • สีเบอร์กันดี
  • สีธารน้ำแข็ง
  • สีเงิน
  • สีดำ

ชิป A20 Pro ใหม่ ผลิตบนเทคโนโลยี 2nm

iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max มากับชิปประมวลผล Apple A20 Pro รุ่นใหม่ ที่ใช้กระบวนการผลิตระดับ 2 นาโนเมตร มี CPU 6 คอร์ เพิ่ม super cores 2 คอร์ เร็วสูงสุดถึง 20% และคอร์ประหยัดพลังงานใหม่ 4 คอร์ ส่วน GPU มี 7 คอร์เร็วขึ้น 40% เมื่อเทียบกับชิป A19 รุ่นก่อน มีเพิ่ม Neural Engine 16‑core แบบคู่ ทำให้มีคอร์รวมทั้งหมด 32 คอร์ และเร็วขึ้น 2 เท่า

มีความจุ RAM 12GB ส่วนมีให้เลือกตั้งแต่ Storage 256GB, 512GB, 1TB, 2TB

iPhone 18 Pro Series มีระบบระบายความร้อน Vapor Chamber แบบใหม่ใหญ่ขึ้น 3 เท่า พร้อมแผ่นทองแดงอีกชั้น ที่ช่วยให้ระบายความร้อนจากการใช้งานต่อเนื่องได้ดีกว่าเดิม

จัดเต็มกล้องหลัง 48MP ทั้ง 3 ตัว ปรับรูปรับแสงด้วย Hardware

ด้านกล้องเป็นหนึ่งในส่วนที่ได้รับการอัปเกรดมากที่สุดใน iPhone 18 Pro Series โดยยังคงใช้ระบบกล้องหลัง 3 ตัวเหมือนเดิม ประกอบด้วยกล้องหลัก, Ultrawide และ Telephoto

ด้านการถ่ายภาพของ iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max ได้รับการอัปเกรดทั้งซอร์ฟแวร์และฮาร์ดแวร์

  • กล้องหลัก Fusion Main ความละเอียด 48MP พร้อมระบบกันสั่น OIS รูรับแสงสามารถปรับได้ตั้งแต่ประมาณ f/1.48 / f/1.8 / f2.8 / f/4.0 ซึ่งสามารถปรับรูรับแสงโดยฮาร์ดแวร์ที่กล้อง โดยเพิ่ม-ลดแสงที่จะเข้าไปในเลนส์ภาพได้ละเอียดมากขึ้น ซึ่งสามารถปรับได้อัตโนมัติ เพื่อช่วยให้ในการถ่ายภาพ Portrait ละลายหลังได้ดีขึ้น และ รองรับภาพถ่ายความละเอียดสูงพิเศษ (24MP และ 48MP)
  • กล้อง Fusion Ultrawide ใช้ความละเอียด 48MP f/2.2 รองรับภาพถ่ายความละเอียดสูงพิเศษ (24MP และ 48MP)
  • กล้อง Fusion Telephoto ระยะ 100 มม. ความละเอียด 48MP f/2.8 เซนเซอร์ขนาด 1/2.55 นิ้ว พร้อมระบบกันสั่น OIS
  • กล้องหน้า Center Stage ของ iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max ให้ความละเอียด 18MP รูรับแสง f/1.9 พร้อมระบบ Autofocus และรองรับ Face ID

ด้านฟีเจอร์ของกล้องรองรับโหมดใหม่

  • ฟีเจอร์ Time-lapse รองรับความละเอียด 4K ใน Dolby Vision HDR
  • Pro Controls ช่วยเปลี่ยนสมดุลแสงสีขาวหรือดูฮิสโตแกรม ปรับรูรับแสง เปลี่ยนความเร็วชัตเตอร์ได้
  • ฟีเจอร์ Audio Mix ใหม่รองรับเพลงแล้ว
  • ฟีเจอร์ Focus Tracking ช่วยให้โฟกัสวัตถุเคลื่อนไหวได้ต่อเนื่อง
  • สามารถปรับผิวและโทนของใบหน้าให้นุ่มนวลมากขึ้น

แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานขึ้น

iPhone 18 Pro Series อัปเกรดแบตเตอรี่ใหม่ ความจุแบตเตอรี่สูงขึ้น ทำให้ระยะการใช้งานใช้ได้นานมากขึ้น โดย Apple ระบุว่า

  • iPhone 18 Pro ใช้งานการเล่นวิดีโอ สูงสุด 36 ชั่วโมง และใช้งานได้นานถึง 24 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง
  • iPhone 18 Pro Max ใช้งานการเล่นวิดีโอ สูงสุด 45 ชั่วโมง และใช้งานได้นานถึง 30 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง
  • ทั้ง 2 รุ่น สามารถชาร์จได้ 50% ในเวลาประมาณ 15 นาที เมื่อใช้อะแดปเตอร์ที่รองรับได้ถึง 60 วัตต์
  • ชาร์จได้สูงสุด 50% ใน 30 นาที ด้วย MagSafe 25W

มาพร้อม iOS 27 ที่ฉลาดขึ้น

หน้าตาของ iOS 27 มีการปรับแต่งรูปลักษณ์ของ Liquid Glass มากยิ่งขึ้น และได้อัปเกรด Siri ผู้ช่วยคนใหม่ให้สามารถทำงานได้หลากหลายมากขึ้น

  • สามารถสั่งการต่างๆ ในแอปของคุณได้
  • Siri ถูกรวมเข้าไว้ในแอปกล้อง สามารถถามคำถามหรือสั่งการได้
  • ปรับโทนเสียงหรือน้ำเสียงของ Siri ได้อิสระตามใจชอบ
  • ปรับปรุงองค์ประกอบของภาพถ่ายหลังจากถ่าย
  • (แต่ยังไม่รองรับภาษาไทย)

สเปค iPhone 18 Pro / 18 Pro Max

รายละเอียดiPhone 18 ProiPhone 18 Pro Max
จอภาพพาเนลSuper Retina XDR
ขนาด6.3 นิ้ว6.9 นิ้ว
ความละเอียด2622 x 1206 พิกเซล2868 x 1320 พิกเซล
อัตรารีเฟรช120Hz
ความสว่างสูงสุด3000 นิต
ประสิทธิภาพชิปA20 Pro
RAM12GB
Storage256GB/512GB/1TB/2TB
ระบบiOS 27
กล้องกล้องหลัก48MP (f/1.48 / f/1.8 / f2.8 / f/4.0) ระบบกันสั่น OIS
กล้องอัลตราไวด์48 MP, f/2.2 มุมมองภาพ 120 องศา
กล้องเทเลโฟโต้48 MP, f/2.8 ระยะ 100 มม. ระบบกันสั่น OIS
ระบบเสียงกล้องหน้า18MP, f/1.9 ออโต้โฟกัส
การเชื่อมต่อลำโพงลำโพงสเตอริโอ
เครือข่าย5G
Wi-FiWi-Fi 7
BluetoothBluetooth 6.0
พอร์ตUSB 3 (สูงสุด 10Gb/s)
แบตเตอรี่เซนเซอร์สแกนใบหน้า
ความจุ4,056mAh
การใช้งานทั่วไปสูงสุด 23 ชั่วโมง
การเล่นวิดีโอสูงสุด 34 ชั่วโมง
5,391mAh
การใช้งานทั่วไปสูงสุด 29 ชั่วโมง
การเล่นวิดีโอสูงสุด 43 ชั่วโมง
ชาร์จไวชาร์จได้สูงสุด 50% ในประมาณ 15 นาที
ชาร์จไร้สายชาร์จได้สูงสุด 50% ใน 30 นาที ด้วย MagSafe 25W และ รองรับชาร์จไร้สายแบบ Qi2
ความทนทานทนน้ำทนฝุ่นIP68
ขนาดและน้ำหนักความบาง150 x 71.9 x 8.75มม.163 x 78 x 8.75 มม.
น้ำหนัก211 กรัม249 กรัม

ราคา iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max

ราคา iPhone 18 Pro

  • ความจุ 12GB + 256GB ราคา 48,900 บาท
  • ความจุ 12GB + 512GB ราคา 56,900 บาท
  • ความจุ 12GB + 1TB ราคา 72,900 บาท
  • ความจุ 12GB + 2TB ราคา 96,900 บาท

ราคา iPhone 18 Pro Max

  • ความจุ 12GB + 256GB ราคา 52,900 บาท
  • ความจุ 12GB + 512GB ราคา 60,900 บาท
  • ความจุ 12GB + 1TB ราคา 76,900 บาท
  • ความจุ 12GB + 2TB ราคา 100,900 บาท

iPhone 18 Pro Series จะเริ่มเปิดจองพร้อมกันวันที่ 12 กันยายน 2026 และเริ่มวางจำหน่ายจริงตั้งแต่วันที่18 กันยายน 2569


iPhone 18 Pro รุ่นท็อปอัปเกรดจัดเต็ม ก็ต้องใช้อุปกรณ์เสริมที่ปกป้องได้แบบจัดเต็มไม่แพ้กัน !

สำหรับใครที่อ่านสรุปจุดเด่นของ iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max มาจนถึงตรงนี้แล้ว และเกิดอาการใจสั่นอยากจะได้มาไว้ในครอบครอง เพื่อใช้ฟีเจอร์ใหม่ ๆ สุดตระการตา พร้อมควักเงินจ่ายเงินซื้อทันทีเมื่อเปิดจอง ของมันต้องมี แต่จะดีกว่ามั้ยถ้าได้อุปกรณ์เสริมดี ๆ ไปใช้งานเข้าคู่กัน

อย่างที่รู้กันค่ะว่าในปีนี้ iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max มีราคาที่ค่อนข้างสูง ดังนั้นการปกป้องตัวเครื่องให้รอดปลอดภัยจากอุบัติเหตุ หรือสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดก็เป็นสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อทำให้ตัวเครื่องอยู่กับเราไปนาน ๆ ซึ่งทาง HI-SHIELD ก็พร้อมเสิร์ฟให้แบบจัดเต็มด้วย Exclusive Boxset 3D 5X TitanCore Impact Technology จัดเซ็ตเดียวได้ครบทั้ง ฟิลม์กันรอยหน้า, กระจกกันรอยเลนส์, เคสกันกระแทก

กระจกกันรอยหน้าจอ 3D5X TitanCore Impact Technology

3D5X TitanCore Impact Technology กระจกนิรภัยที่พัฒนาให้แข็งแรงกว่าเดิม ด้วยเทคโนโลยี TitanCore Impact ของทาง HI-SHIELD ซึ่งซับแรงกระแทกได้ดี ทนทานต่อรอยขีดข่วนมากกว่าเดิม 5 เท่า และช่วยลดความเสี่ยงที่หน้าจอแตก ถ้าเผลอทำมือถือตกหล่นขึ้นมา ผ่านการทดสอบโหดอย่างการ Drop Test ด้วยลูกตุ้มเหล็กที่ความสูง 3 เมตร และทดสอบความแข็งของพื้นผิวระดับ Mohs 6 ทดสอบด้วยการขัดถูมากกว่า 20,000 รอบ

นอกจากนั้นยังเคลือบ Ultra Clean Nano Surface ที่ทำให้เช็ดทำความสะอาดได้ง่าย พร้อมกับเทคโนโลยี Fingerprint & Smudge Resistance ช่วยลดรอยนิ้วมือ และครบมันได้เป็นอย่างดี ทัชลื่นไม่มีสะดุด แถมกระจกก็ใสให้ความคมชัดเหมือนไม่ได้ติดฟิลม์ ถ้าใครซื้อไปใช้งานไม่ต้องกลัวว่าจะยุ่งยาก เพราะในเซ็ทมีชุดอุปกรณ์ติดตั้งมาให้พร้อมเลย

หรือถ้าใครอยากได้ฟิลม์กันรอยหน้าจอที่กันแสงสะท้อนได้ HI-SHIELD เขาก็ยังมีรุ่น 3D5X AR ที่มาพร้อมนวัตกรรม Anti-Reflective ลดแสงสะท้อนและให้ความคมชัดของหน้าจอมากขึ้นแม้อยู่กลางแจ้ง พร้อมกับความทนทานที่มากกว่ากระทั่วไป 5 เท่า กันรอยขีดข่วนได้ดีเยี่ยม ลองเลือกจากเซ็ตอื่น ๆ ได้เช่นกันค่ะ

กระจกกันรอยเลนส์กล้อง Aluminum Lens Frame 2 in 1

กระจกกันรอยเลนส์กล้อง 2-in-1 ที่กันรอยได้ทั้งฐานเลนส์กล้อง และเลนส์กล้องแบบเต็มพื้นที่ ใช้วัสดุอลูมิเนียม และกระจก Corning Glass คุณภาพสูง ทนรอยขีดข่วนได้สูงสุดถึงระดับ 9H ถึงแม้ว่าติดกระจกกันรอยแล้ว ก็ไม่ทำให้ความชัดของรูปถ่ายลดลงเลย ถ่ายรูปหรือวิดีโอได้คมชัดเหมือนเดิม !

Magnetic Shock Proof Case เคสแม่เหล็กกันกระแทก

สุดท้ายแต่ยังไม่ท้ายสุดกับ เคสแม่เหล็กกันกระแทก รุ่นนี้กันกระแทกได้สูง 3 เมตร เสริมมุมกันกระแทกทั้ง 4 มุม ช่วยเสริมความมั่นใจว่าหน้าจอ และเลนส์กล้องจะไม่โดนพื้นโดยตรงหากตกกระแทก แถมผลิตจาก TPU Bayer มาตรฐาน Germany เคสมีแม่เหล็กแรงดูดสูง รองรับการชาร์จไร้สาย และอุปกรณ์เสริมที่มี Magnetic

ราคาและการวางจำหน่าย Exclusive Boxset 3D 5X TitanCore Impact Technology

ทั้งหมดนี้ที่ว่ามา HI-SHIELD Exclusive Boxset 3D 5X TitanCore Impact Technology มาพร้อมกับกระเป๋า Puffer Bag สุดนุ่มนิ่มสีเงินพรีเมียม ที่สามารถเอาไปใช้งานต่อได้จริง เช่น เอาไปใส่ iPad หรือ Laptop ขนาด 13 นิ้ว 

ปกติแล้วจะมีราคาอยู่ที่ 3,990 บาท แต่สำหรับผู้อ่านและเพื่อน ๆ ชาว DroidSans ลดพิเศษเหลือเพียง 2,690 บาท และลดเพิ่มทันทีอีก 200 บาทเพียงกรอกโค้ด “HISHDROIS” ที่ HI-SHIELD Official ทุกช่องทาง

หรือถ้าสนใจดูตัวเลือกเพิ่มเติมอื่น ๆ ในหน้าเว็บไซต์ HI-SHIELD Official ก็ยังมี Boxset ให้เลือกอีกหลายเซ็ทเลย ราคาเริ่มต้นที่ 1,490 บาทเท่านั้น ใครที่ใช้รุ่นอื่น ๆ อยู่ก็เข้าไปเลือกกันได้เลย