เปิดตัวแล้วหลังจากลือมานาน iPhone Duo มือถือจอพับรุ่นแรกจากทาง Apple ที่มาในขนาดกะทัดรัด ขนาดจอเน้นกว้าง 7.6 นิ้ว รอวรับ Apple Pencil และขุมพลังเต็มเปี่ยมด้วยชิป A20 Pro เปิดแอปพลิเคชันแบ่งหน้าจอ ทำงานมัลติทาสก์ได้แบบลื่น ๆ ส่วนราคาเปิดตัวก็แรงตามไม่แพ้กัน
แล้ว iPhone Ultra หายไปไหน มีจริงหรือเปล่า ?
ภายในงาน Apple Event “Surprise and shine” ในที่สุดปริศนาเกี่ยวกับ iPhone จอพับรุ่นแรกก็ได้รับการเฉลยเป็นที่เรียบร้อย โดย Apple เลือกใช้ชื่ออย่างเป็นทางการว่า iPhone Duo ซึ่งทั้งดีไซน์ ขนาดหน้าจอ และรายละเอียดต่าง ๆ ก็สอดคล้องกับข้อมูลส่วนใหญ่ที่หลุดออกมาก่อนหน้านี้แทบทั้งหมด
จากข้อมูลที่ออกมาในตอนนี้ ก็พอจะสรุปได้ว่า iPhone Ultra ที่เคยมีข่าวลือในช่วงหลายเดือนก่อนหน้านี้ อาจเป็นชื่อเรียกของ iPhone จอพับรุ่นนี้ในช่วงก่อนเปิดตัว หรือก็คือ iPhone Duo ที่เราเห็นอย่างเป็นทางการในวันนี้นั่นเอง
อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่า Apple เคยตัดสินใจใช้ชื่อ iPhone Ultra จริงหรือเปล่า หรือเป็นเพียงชื่อที่แหล่งข่าวและสื่อต่าง ๆ ใช้เรียกกันในระหว่างที่ข้อมูลยังไม่ชัดเจน เพราะตลอดช่วงที่มีข่าวเกี่ยวกับไอโฟนจอพับ เราได้เห็นชื่อหลุดออกมาหลายชื่อมาก ตั้งแต่ iPhone Fold ก่อนจะมีข่าวลือว่า Apple อาจเลือกใช้ชื่อ iPhone Ultra ก่อนที่จะออกมาเป็นชื่อ iPhone Duo ในวันนี้
สเปคเด่น iPhone Duo มีอะไรน่าสนใจบ้าง ?
iPhone Duo มาพร้อมกับขนาดตัวเครื่องขนาดกะทัดรัด ถือใช้งานได้ด้วยมือเดียวก็ถนัด ถือใช้งานสองมือก็กระชับ โดยได้แรงบันดาลใจมาจาก iPad ซึ่งกล้องหน้าเซลฟี่จอนอกเป็นแบบ ‘เจาะรูวงกลม’ และกล้องหน้าเซลฟี่จอด้านใน ‘ซ่อนใต้หน้าจอ’ โดยเคลมว่าเป็น iPhone ที่บางมาก แต่อายุการใช้งานแบตเตอรี่ก็ยังยาวนาน

อินเทอร์เฟซไอคอนแจ้งเตือน และแผงเปิดแอปด่วนได้รับการออกแบบมาให้เหมาะกับขนาดหน้าจอของ iPhone Duo โดยเฉพาะ สามารถเปิดใช้งานแอปสองหน้าจอพร้อมกันได้ หรือจะตั้งใช้งานแบบ Flex Mode ก็ได้เช่นเดียวกัน “ไอโฟนที่หน้าจอใหญ่ที่สุด แต่ก็ยังใส่ในกระเป๋าได้”
หน้าจอภายใน ProXDR Display ขนาด 7.6 นิ้ว ด้วยผิวแบบ Nano-texture เพื่อลดแสงสะท้อน และลดการมองเห็นรอยพับ ส่วนหน้าจอด้านนอก 5.4 นิ้ว รองรับการใช้งานปากกา Apple Pencil USB-C มาพร้อมกับเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือ Touch ID ด้านข้าง
วางจำหน่ายด้วยกันทั้งหมด 2 สี ได้แก่ สีขาว (Star White) และสีน้ำเงิน (Night Sky) ใช้วัสดุเหล็กไทเทเนียมเกรด 5 และเซรามิกไฟเบอร์เพื่อความทนทาน

- ชิปเซ็ต A20 Pro และชิปโมเด็ม C2
- ระบบระบายความร้อน Vapor Chamber เพื่อประสิทธิภาพการใช้งานที่ลื่นไหลอย่างต่อเนื่อง
- รองรับการใช้งานเฉพาะ eSIM เท่านั้น (ทุกโมเดลทั่วโลก)
- แบตเตอรี่สูงสุด 31 ชั่วโมง (ดูวิดีโอผ่านจอด้านใน)
- แบตเตอรี่สูงสุด 44 ชั่วโมง (ดูวิดีโอผ่านจอด้านนอก)
- แบตเตอรี่สูงสุด 24 ชั่วโมง (การใช้งานทั่วไป)
- ชาร์จได้ 50% ภายใน 20 นาที
- รองรับการชาร์จไร้สาย MagSafe และ Qi2.2สูงสุด 25W
กล้องหลัง Fusion Camera ความละเอียด 48MP รองรับการถ่ายวิดีโอ 4K HDR และ กล้องอัลตราไวด์ 48MP ในขณะที่กล้องหน้ารองรับโหมด Center Stage ด้วยเซนเซอร์สี่เหลี่ยมจัตตุรัส และฟีเจอร์ Duo-preview แสดงพรีวิวกล้องหน้า-หลังพร้อมกัน ไปจนถึงการเซลฟี่ด้วยกล้องหลัง 48MP ผ่านการแสดงผลพรีวิวบนจอด้านนอก
สเปค iPhone Duo
- จอแสดงผลด้านนอก : Super Retina XDR ขนาด 5.4 นิ้ว
- ความละเอียด : 1,398 x 2,034 พิกเซล
- อัตรารีเฟรช : ProMotion 120Hz
- ความสว่างสูงสุด : 3,000 นิต
- จอแสดงผลด้านใน : Super Retina XDR ขนาด 7.6 นิ้ว
- ความละเอียด : 1,878 x 2,670 พิกเซล
- อัตรารีเฟรช : ProMotion 120Hz
- ความสว่างสูงสุด : 3,000 นิต
- ชิปเซต : A20 Pro
- หน่วยความจำ : 12GB
- พื้นที่จัดเก็บข้อมูล : 256GB/ 512GB/ 1TB/ 2TB
- กล้องหลัง :
- กล้องหลัก Fusion 48MP (f/1.6) ระบบกันสั่น OIS
- กล้องอัลตราไวด์ Fusion 48MP (f/2.2) มุมมองภาพ 120°
- กล้องหน้า :
- จอนอก : กล้องหน้า Center Stage 12MP (f/2.2)
- จอใน : กล้อง FaceTime ใต้จอภาพ (f/1.8)
- ระบบเสียง : ลำโพงคู่สเตอริโอ
- แบตเตอรี่ : สูงสุด 44 ชั่วโมง (จอนอก) และสูงสุด 31 ชั่วโมง (จอใน)
- ชาร์จได้สูงสุด 50% ใน 20 นาที (ด้วยอะแดปเตอร์ 60W)
- ชาร์จไร้สายสูงสุด 50% ใน 30 นาที (ด้วยอะแดปเตอร์ 35W) หรือสูงกว่ากับที่ชาร์จ MagSafe (Qi2.2)
- การเชื่อมต่อ
- 5G (รองรับเฉพาะ eSIM)
- Wi-Fi 7
- Bluetooth 6.0
- NFC
- พอร์ตเชื่อมต่อ : USB 3 (สูงสุด 10Gb/s)
- ความทนทาน : IP68
- เซนเซอร์ : Touch ID
- ระบบปฏิบัติการ : iOS 27
- ขนาด :
- เมื่อพับหน้าจอ : 117.8 x 84.1 x 11.3 มม.
- เมื่อกางหน้าจอ : 117.8 x 164.6 x 5.2 มม.
- น้ำหนัก: 254 กรัม
ราคาและการวางจำหน่าย
iPhone Ultra เริ่มต้นที่ 79,900 บาท เริ่มเปิดพรีออเดอร์ 16 ตุลาคม 2026 เวลา 19.00 น. และเริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 23 ตุลาคม 2026 โดยจะวางจำหน่ายในประเทศไทยด้วยเช่นกันค่ะ <3
- 12GB + 256GB ราคา 79,900 บาท
- 12GB + 512GB ราคา 87,900 บาท
- 12GB + 1TB ราคา 103,900 บาท
- 12GB + 2TB ราคา 127,900 บาท


Comment