Sonny Dickson นักปล่อยข่าวลือชื่อดัง ได้เปิดเผยภาพถ่ายตัวเครื่องดัมมี่ของ iPhone หน้าจอพับได้ (iPhone Fold) ที่แสดงให้เห็นถึงดีไซน์ในขั้นตอนสุดท้ายที่ใกล้เคียงกับเครื่องจริงที่จะวางจำหน่ายมากที่สุด ซึ่งความน่าสนใจรอบนี้คือ ดีไซน์ที่แหวกแนวไปจากคู่แข่งในตลาด และข่าวลือที่ว่า Apple อาจจะวางจำหน่ายสมาร์ทโฟนสุดล้ำรุ่นนี้ใน สีขาว เพียงสีเดียวเท่านั้นในช่วงเปิดตัว

ดีไซน์ใหม่ 5 จุดสังเกตที่เปลี่ยนไปจากเดิม

iPhone Fold dummy
ดัมมี่เครื่องจาก Ice Universe

ตัวเครื่องดัมมี่ล่าสุดนี้เผยให้เห็นรายละเอียดที่คมชัดกว่าข่าวลือในอดีต เช่น ภาพหลุดจาก Ice Universe ก่อนหน้านี้ โดยมีจุดที่น่าสนใจดังนี้

  • หน้าจอด้านนอกขอบโค้งมน : หน้าจอด้านนอกจะเป็นแบบเต็มตาชิดขอบ และมีการตัดมุมโค้งมนรับกับตัวเครื่องเพื่อการจับถือที่ถนัดมือ
  • ดีไซน์ไมโครโฟนหลังแบบใหม่ : มีการเจาะรูไมโครโฟนด้านหลังเป็นจำนวน 5 รูขนาดเล็ก เรียงตัวอยู่ใต้ไฟแฟลชในบริเวณฐานกล้อง
  • ตำแหน่งกล้องหน้าจอใน : กล้องหน้าสำหรับหน้าจอกางด้านในจะถูกย้ายไปอยู่มุมบนซ้าย (Top-Left) ซึ่งจุดนี้ทำให้นักวิเคราะห์คาดว่า Apple อาจต้องปรับปรุงระบบ Dynamic Island ในระบบปฏิบัติการ iOS 27 ให้รองรับการแสดงผลในตำแหน่งใหม่นี้ด้วย
  • ย้ายตำแหน่งปุ่มกด : ปุ่มปรับระดับเสียง ถูกย้ายไปอยู่บริเวณขอบด้านบนของตัวเครื่อง และพบว่าไม่มีปุ่ม Action Button ในรุ่นนี้
  • ปุ่มควบคุมการถ่ายรูปยังคงอยู่ : แม้ตัวเครื่องจะบางกว่า iPhone Air ถึง 1.1 มิลลิเมตร แต่ Apple ยอมแลกกับการวิศวกรรมภายในเพื่อบรรจุพอร์ตและปุ่ม Camera Control ไว้ เพื่อเน้นย้ำประสบการณ์การถ่ายภาพระดับพรีเมียม

ทำไม Apple ถึงอาจขายแค่สีขาวในช่วงแรก?

แหล่งข่าวจากจีนอย่าง Instant Digital บน Weibo และนักข่าวไอทีชื่อดังอย่าง Mark Gurman จาก Bloomberg ต่างให้ความเห็นตรงกันว่า Apple เลือกที่จะเพลย์เซฟด้วยการใช้โทนสีคลาสสิก และหลีกเลี่ยงสีสันที่ฉูดฉาด โดยมีความเป็นไปได้สูงมากที่ iPhone พับได้รุ่นแรกนี้จะมีเพียง สีขาว (และอาจมีสีเงินเมทัลลิก) เท่านั้น ไม่มีสีดำหรือสเปซเกรย์

ข้อมูลสเปคของ iPhone Fold

จากการรวบรวมข้อมูลหลุดและภาพดัมมี่ล่าสุด นี่คือรายละเอียดที่ได้รับการคาดการณ์

  • รูปทรงดีไซน์ : ทรงพาสปอร์ต อัตราส่วน 4:3
  • หน้าจอด้านนอก : ขนาด 5.5 นิ้ว
  • หน้าจอด้านใน : ขนาด 7.8 นิ้ว ใช้แผงหน้าจอแบบ OLED (กางออกมาแล้วเล็กกว่า iPad mini เพียงเล็กน้อย)
  • วัสดุตัวเครื่อง : เฟรมทำจาก ไทเทเนียม ความบางพิเศษเพียง 4.5 มิลลิเมตร
  • ระบบความปลอดภัย : ใช้ Touch ID (สแกนลายนิ้วมือ) แทน Face ID (สแกนใบหน้า)
  • กล้องหลัง : กล้องคู่แนวนอนบนฐานนูน คล้าย iPhone Air

ราคาและกำหนดการเปิดตัว

มีการคาดว่าราคาจะเริ่มต้นที่ประมาณ 2,000 ดอลลาร์สหรัฐ (หรือประมาณ 66,000 บาท) ส่วนการเปิดตัว ก็น่าจะเป็นช่วงกันยายน 2026 พร้อมกับ iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max

ที่มา : Sonny Dickson, macrumors