มีรายงานจากสื่อต่างประเทศว่า iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max รุ่นความจุสูง อาจมีการเปลี่ยนชนิดของหน่วยความจำภายใน จากเดิมที่ใช้ TLC NAND ไปเป็น QLC NAND ในบางรุ่น โดยเฉพาะรุ่น 1TB และ 2TB ซึ่งถ้าเป็นจริง ก็อาจถูกมองว่าเป็นการลดสเปกในเชิงฮาร์ดแวร์ แม้ความจุจะเพิ่มขึ้นก็ตาม
ตามข้อมูลที่หลุดออกมาระบุว่า iPhone 18 Pro รุ่น 256GB และ 512GB จะยังใช้ TLC NAND เหมือนเดิม จากผู้ผลิตอย่าง SK hynix, Kioxia และ SanDisk แต่รุ่น 1TB อาจเริ่มเปลี่ยนไปใช้ QLC NAND ของ SK hynix เป็นหลัก ส่วนรุ่น 2TB มีข่าวว่าอาจใช้ QLC NAND ทั้งหมด

ประเด็นสำคัญคือ TLC และ QLC เป็นชนิดของ NAND Flash ที่มีโครงสร้างการเก็บข้อมูลต่างกัน โดย TLC เก็บข้อมูลได้ 3 บิตต่อ 1 เซลล์ เป็นรูปแบบที่นิยมใช้กันมาก เพราะให้สมดุลที่ดีทั้งความเร็ว ความทนทาน และต้นทุน ส่วน QLC เก็บข้อมูลได้ 4 บิตต่อ 1 เซลล์ ทำให้มีความหนาแน่นสูงกว่า ผลิตความจุเยอะได้ง่ายกว่า และต้นทุนต่ำกว่า แต่ข้อแลกเปลี่ยนคือความเร็วในการเขียนข้อมูลและความทนทานโดยรวมมักด้อยกว่า TLC
ดังนั้นถ้าถามว่า “ลดสเปกจริงไหม” คำตอบคือ ในเชิงชนิดของ NAND ถือว่าลดสเปกจริง เพราะ QLC ถูกจัดอยู่ในกลุ่มที่เน้นความจุและต้นทุนมากกว่าเน้นประสิทธิภาพ แต่ก็ไม่ได้แปลว่าผู้ใช้ทุกคนจะรู้สึกว่าเครื่องช้าลง เพราะ iPhone ยังมีระบบจัดการหน่วยความจำ, Controller และ Cache ที่ช่วยลดผลกระทบในการใช้งานทั่วไป

กลุ่มที่อาจเห็นความต่างมากที่สุด คือคนที่ซื้อรุ่น 1TB หรือ 2TB ไปใช้งานหนัก เช่น ถ่ายวิดีโอ ProRes, ถ่ายไฟล์ความละเอียดสูงต่อเนื่อง, ย้ายไฟล์ขนาดใหญ่ หรือใช้งานที่มีการเขียนข้อมูลหนัก ๆ เป็นเวลานาน เพราะงานลักษณะนี้มีโอกาสทำให้ QLC แสดงข้อจำกัดด้านความเร็วและความเสถียรมากกว่าการใช้งานทั่วไป
สาเหตุที่ Apple อาจเลือกทางนี้ คาดว่าเกี่ยวข้องกับต้นทุนชิ้นส่วนที่สูงขึ้น โดยเฉพาะ NAND Flash ที่ได้รับผลกระทบจากความต้องการในตลาด AI และ Data Center ทำให้ต้นทุนหน่วยความจำเพิ่มขึ้นทั่วทั้งอุตสาหกรรม การเปลี่ยนมาใช้ QLC ในรุ่นความจุสูงจึงอาจเป็นวิธีช่วยคุมต้นทุน ขณะเดียวกันก็เปิดทางให้ iPhone มีรุ่นความจุ 2TB ได้ง่ายขึ้น
อย่างไรก็ตาม ข่าวนี้ยังเป็นเพียงข่าวลือจากซัพพลายเชนเท่านั้น ยังไม่มีการยืนยันจาก Apple และข่าวลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นมาก่อนในช่วง iPhone 16 Pro แต่สุดท้ายรุ่นที่วางขายจริงก็ไม่ได้เปลี่ยนเป็น QLC ตามข่าวลือ จึงต้องรอดูข้อมูลเพิ่มเติมก่อนเปิดตัวจริง
ที่มา : HKEPC , appleinsider

Comment