Jabra Elite 10 และ Jabra Elite 8 Active หูฟังไร้สาย True Wireless ระดับท็อป เปิดตัวในไทยอย่างเป็นทางการแล้ว ซึ่งทั้ง 2 รุ่นก็มาพร้อมจุดเด่นที่แตกต่างกันออกไป โดย Jabra Elite 10 จะมาพร้อมระบบเสียง Dolby Atmos และ Dolby Head Tracking ที่ให้เสียงมีมิติเหมือนอยู่ในเหตุการณ์จริง ส่วน Jabra Elite 8 Active จะเน้นความอึด ถึก ทน ใช้ได้ทุกสถานการณ์ลุย ๆ โดยเปิดราคาเริ่มต้นที่ 7,690 บาท

เปิดตัว Jabra Elite 10

Jabra Elite 10 เป็นหูฟัง True Wireless ในดีไซน์แบบ In Ear ที่มาในขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบา มาพร้อมเทคโนโลยี Comfort Fit ที่ช่วยลดแรงดันภายในหู สวมใส่ฟังเพลงได้สบายตลอดทั้งวัน ตัวหูฟังมาพร้อมไดรเอวณืเสียงขนาด 10 มิลลิเมตร พร้อทรองรับระบบเสียงรอบทิศทาง Spatial Audio และ Dolby Atmos ที่ให้เสียงที่มีมิติ ดูหนังฟังเพลงได้เต็มอิ่ม แถมยังมาพร้อมกับระบบ Dolby Headtracking ที่สามารถตรวจจับตำแหน่งของศรีษะ เพื่อให้เสียงที่สมจริงมากขึ้นด้วย

นอกจากนี้ตัวหูฟังยังมาพร้อมกับระบบตัดเสียงรบกวน Jabra Advance Active Noise Cancellation ที่ช่วยตัดเสียงรบกวนให้เงียบกว่าเดิมถึง 2 เท่า และมีระบบ HearThrough เพื่อช่วยให้ได้ยินเสียงรอบนอกขณะใส่หูฟัง ส่วนไมโครโฟนตัดเสียงรบกวนให้มาทั้งหมด 6 ตัวเพื่อช่วยให้การสนทนาเป็นไปได้อย่างราบรื่น ไร้เสียงลม หรือเสียงภายนอกเข้ามาในขณะพูดสาย

Jabra Elite 10 ยังมาพร้อมกับเคสชาร์จที่รองรับมาตรฐานทนน้ำ ทนฝุ่นระดับ IP54 ส่วนตัวหูฟังรองรับที่ IP57 ด้านการเชื่อมต่อ รุ่นนี้ใช้ Bluetooth 5.3 รองรับทั้ง Google Fast Pair และ Microsoft Swift Pair ทำให้เชื่อมต่อกับมือถือง่าย ๆ เพียงแค่เปิดฝา รองรับการเชื่อมต่อพร้อมกับอปกรณ์พร้อมกัน 2 ชิ้น

ส่วนแบตเตอรี่รองรับการใช้งานติดต่อกันได้สูงสุดถึง 8 ชั่วโมง (เมื่อไม่เปิด ANC) และเมื่อใช้งานร่วมกับเคสชาร์จจะฟังแบบไม่เปิด ANC ได้สูงสุดถึง 36 ชั่วโมง ตัวเคสชาร์จใช้เวลาชาร์จประมาณ 3 ชั่วโมง รองรับโหมดชาร์จไว้ ชาร์จ 5 นาทีฟังได้นาน 1 ชั่วโมง นอกจากนี้ยังรองรับการชาร์จแบบไร้สาย โดยมีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีครีม Cream, ดำ Titanium Black และน้ำตาลแดง Cocoa

เปิดตัว Jabra Elite 8 Active

สำหรับสาย Extreame ที่ชอบทำกิจกรรมลุย ๆ Jabra Elite 8 Active ถือว่าตอบโจทย์ เพราะตัวหูฟังได้ผ่านการทดสอบความถึกมาตรฐานทางการทหาร MIL-STD-810h นอกจากนี้ตัวหูฟังยังทนน้ำ ทนฝุ่นระดับ IP68 กันน้ำลึกได้ 1.5 เมตร รองรับแรงกระแทกจากที่สูง 1 เมตร ส่วนเคสชาร์จทนน้ำมาตรฐาน IP54

ตัวหูฟังยังออกแบบโดยใช้เทคโนโลยี Jabra ShakeGrip ที่ช่วยให้ตัวหูฟังยึดเกาะหูได้แน่นกระชับ ไม่ว่าจะทำกิจกรรมที่เคลื่อนไหวขนาดไหน ตัวหูฟังมาพร้อมไดรเวอร์ขนาด 6 มม. รองรับระบบเสียงรอบทิศทาง Dolby Spatial Sound มีไมโครโฟนทั้งหมด 6 ตัว รองรับระบบตัดเสียงรบกวน Adaptive Hybrid ANC และมีระบบ HearThrough เพื่อช่วยให้ได้ยินเสียงรอบนอกขณะใส่หูฟัง

สำหรับการเชื่อมต่อนั้น ในรุ่นนี้มาพร้อม Bluetooth 5.3 มีระบบ Multipoint สลับอุปกรณ์ใช้งานได้สะดวก ส่วนแบตเตอรี่นั้น สามารถฟังติดต่อกันแบบปิด ANC ได้นานสูงสุดถึง 14 ชั่วโมง และเมื่อใช้กับเคสชาร์จสามารถใช้งานได้นานสูงสุดถึง 56 ชั่วโมงเลยทีเดียว และมีให้เลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ น้ำเงิน Navy, สีเนื้อ Caramel และสีดำ Dark Grey

ราคา และการวางจำหน่าย

Jabra Elite 10 และ Jabra Elite 8 Active วางจำหน่ายในไทยอย่างเป็นทางการแล้ววันนี้ที่ Studio 7 และร้านตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ ส่วนราคาวางจำหน่ายเปิดมาดังนี้

  • Jabra Elite 10 ราคาไทย 9,500 บาท
  • Jabra Elite 8 Active ราคาไทย 7,690 บาท

ที่มา: ข่าวประชาสัมพันธ์