เปิดตัวกันไปสด ๆ ร้อน ๆ เมื่อไม่กี่วันก่อน กับมือถือเกมมิ่งสเปคสุดเทพทั้ง 2 รุ่น Lenovo Legion Phone Duel และ ASUS ROG Phone 3 ซึ่งทั้งคู่นั้นมีสเปคหลัก ๆ ที่ใกล้เคียงกันมาก  ไล่ตั้งแต่ชิปเซ็ต Snapdragon 865+, หน้าจอ AMOLED 144Hz, หน่วยความจำ UFS 3.1 + LPDDR5, แบตเตอรี่ขนาดมหึมา, ฟีเจอร์ด้านการเล่นเกมมากมาย ทั้งยังรองรับ 5G เหมือนกัน …แล้วจุดแตกต่างอยู่ตรงไหน ? ตัวไหนจะน่าซื้อกว่ากัน ? สามารถติดตามได้ในบทความนี้เลย

เทียบสเปค Legion Phone Duel กับ ROG Phone 3 และ ROG Phone 3 Strix Edition

Legion Phone DuelROG Phone 3ROG Phone 3 Strix Edition
หน้าจอแสดงผลAMOLED 16 ล้านสี ขนาด 6.65 นิ้ว
Full HD+ 1080 x 2340p (388 ppi)
อัตราส่วนหน้าจอต่อบอดี้ 81.7%
รีเฟรชเรท 144Hz
touch-sampling rate 240Hz
AMOLED 1 พันล้านสี ขนาด 6.59 นิ้ว
Full HD+ 1080 x 2340p (391 ppi)
อัตราส่วนหน้าจอต่อบอดี้ 79.9%
รีเฟรชเรท 144Hz
touch-sampling rate 270Hz
HDR10+
ความผิดเพี้ยนของสี Delta E <1
ชิปเซ็ตSnapdragon 865+Snapdragon 865+Snapdragon 865
หน่วยความจำ8GB / 128GB
12GB / 128GB
12GB / 256GB
12GB / 512GB
16GB / 512GB
8GB / 256GB
กล้องหลังWide 64 MP (f/1.9) PDAF
Ultra wide 16 MP (f/2.2)
Wide 64 MP (f/1.8) PDAF
Ultra wide 13 MP (f/2.4)
Macro 5 MP (f/2.0)
กล้องหน้า20 MP (f/2.2) แบบ pop-up24 MP (f/2.0)
การถ่ายวิดีโอ4K@30/60fps8K@30fps, 4K@30/60/120fps
เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอ แบบออปติคัลใต้หน้าจอ แบบออปติคัล
การเชื่อมต่อWi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac/6
Bluetooth 5.0, A2DP, LE, aptX HD, aptX Adaptive
NFC
Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac/6
Bluetooth 5.1, A2DP, LE, aptX HD, aptX Adaptive
NFC
Wi-Fi 6รองรับรองรับ
5Gรองรับรองรับ
USBUSB-C x2 (1.0)USB-C x2 (2.0 และ 3.1)
ระบบเสียงลำโพงสเตอริโอคู่ลำโพงสเตอริโอคู่
แบตเตอรี่5,000 mAh
ชาร์จไว 90W
6,000 mAh
ชาร์จไว 30W
ราคา8GB / 128GB ~15,800 บาท
12GB / 128GB ~17,600 บาท
12GB / 256GB ~19,000 บาท
12GB / 512GB ~36,500 บาท
16GB / 512GB ~40,200 บาท
8GB / 256GB ~29,200 บาท

หน้าจอแสดงผล

ทั้ง Legion Phone Duel และ ROG Phone 3 รวมถึง ROG Phone 3 Strix Edition เลือกใช้พาแนลชนิดเดียวกันทั้งหมด คือ AMOLED ทั้งยังมีความละเอียด Full HD+ และรีเฟรชเรท 144Hz เท่า ๆ กัน และต่างก็ผ่านการรับรองมาตรฐานจาก TÜV Rheinland ว่า เป็นหน้าจอที่มีอัตราการกระพริบต่ำอีกด้วย (ถนอมสายตา) โดยจะมีจุดที่แตกต่างกันเล็กน้อย คือ ขนาดของหน้าจอและ touch-sampling rate ซึ่ง Legion Phone Duel มีหน้าจอขนาด 6.65 นิ้ว และ touch-sampling rate 240Hz ส่วน ROG Phone 3 รวมถึง ROG Phone 3 Strix Edition มีหน้าจอขนาดเล็กกว่านิดหน่อยที่ 6.59 นิ้ว แต่มี touch-sampling rate สูงกว่าที่ 270Hz

สำหรับใครที่ให้ความสำคัญกับหน้าจอมาก ๆ อาจต้องพิจารณา ROG Phone 3 และ ROG Phone 3 Strix Edition เป็นพิเศษ เพราะมีจุดที่เหนือกว่า Legion Phone Duel คือ ROG ทั้งสองรุ่นได้มีการปรับจูนสีหน้าจอมาอย่างพิถีพิถันสุด ๆ โดยทาง ASUS อ้างว่า สมาร์ทโฟนของตัวเองมีค่าความผิดเพี้ยนของสีตามหน่วยวัด Delta E <1 ซึ่งตัวเลขจะแสดงถึงค่าความผิดเพี้ยนของสี ยิ่งน้อยเท่าไหร่ยิ่งดี และค่าที่ต่ำกว่า 1 นี้ถือว่าสุดยอดมาก ๆ (หน้าจอมอนิเตอร์หลาย ๆ ตัว เอามาคาลิเบรตเองยังไม่ได้ค่า Delta E ที่ต่ำขนาดนี้เลยด้วยซ้ำ)

นอกจากนี้ แม้จะเป็นหน้าจอ AMOLED เหมือน ๆ กันก็จริง แต่หน้าจอของสมาร์ทโฟนจากฝั่ง ASUS สามารถแสดงผลสีได้ถึง 1 พันล้านสี ในขณะที่สมาร์ทโฟนจากฝั่ง Lenovo แสดงผลได้เพียงแค่ 16 ล้านสีเท่านั้น อธิบายง่าย ๆ คือ ยิ่งหน้าจอสามารถแสดงผลสีได้มากเท่าไหร่ ภาพก็จะยิ่งไล่โทนสีเนียนตามากขึ้นเท่านั้น ซึ่งจำนวนการแสดงผลที่สูงถึงกว่า 1 พันล้านสีคือหน้าจอ 10bit นั่นเอง

หน่วยประมวลผลและหน่วยความจำ

ในส่วนของชิปเซ็ตนั้น Legion Phone Duel และ ROG Phone 3 จะมีชิปเซ็ตที่เหมือนกัน คือ Snapdragon 865+ ชิปเซ็ตระดับท็อปที่แรงที่สุดในปัจจุบันของฝั่ง Android จาก Qualcomm ดังนั้น เรื่องประสิทธิภาพในการประมวลผลคงไม่ต้องพูดกันให้มากความ ในขณะที่ ROG Phone 3 Strix Edition จะมีชิปเซ็ตที่ด้อยกว่าชาวบ้านอยู่เล็กน้อย เพราะมันจะมากับ Snapdragon 865 เฉย ๆ ซึ่งชิปเซ็ตทั้งสองตัวจะมีความแรงอยู่ที่ 3.1 GHz และ 2.84 GHz ตามลำดับ มีประสิทธิภาพการประมวลผลต่างกันราว ๆ 10% ตามคำอ้างของ Qualcomm ส่วนหน่วยความจำจะเป็น UFS 3.1 + LPDDR5 จัดเต็มเหมือนกันทั้งหมด โดย Legion และ ROG จะมีหน่วยความจำสูงสุดที่ 12GB / 256GB และ 16GB / 512GB ตามลำดับ และไม่รองรับ microSD card ทั้งคู่

กล้องและการถ่ายภาพ

ดูเหมือนว่า Legion Phone Duel จะถูกออกแบบมาโดยเจาะตลาดเกมเมอร์กลุ่มที่ชอบ live streaming เป็นพิเศษ เพราะมันจะมาพร้อมกับกล้องหน้าแบบ pop-up จากด้านข้างสุดแนว ทำให้เหมาะกับการใช้งาน live streaming ในแนวนอนขณะเล่นเกม ทั้งยังมีความละเอียดถึง 20MP พร้อมฟีเจอร์ในการใช้ AI ลบพื้นหลังให้เองโดยอัตโนมัติ ส่วนกล้องหลังของมันเป็นกล้องคู่ Wide 64MP (f/1.9) PDAF + Ultra wide 16MP (f/2.2) สามารถถ่ายวิดีโอความละเอียดสูงสุดได้ 4K ที่ 60fps

ส่วนทางด้านของ ROG Phone 3 และ ROG Phone 3 Strix Edition จะจัดเต็มในส่วนของกล้องหลัง เพราะมีกล้องหลังเป็นจำนวนถึง 3 ตัว มาครบทั้ง Wide 64MP (f/1.8) PDAF + Ultra wide 13MP (f/2.4) + Macro 5MP (f/2.0) สามารถถ่ายวิดีโอความละเอียดสูงสุดได้ 8K ที่ 30fps และหากลดความละเอียดลงมาเหลือ 4K ก็จะสามารถถ่ายได้ถึง 120fps เลย ส่วนกล้องหน้ามีความละเอียด 24 MP (f/2.0)

การเชื่อมต่อ

ทั้ง Legion Phone Duel, ROG Phone 3 และ ROG Phone 3 Strix Edition จะรองรับการเชื่อมต่อทั้ง Wi-Fi 6 และ 5G รวมถึงเลือกใช้พอร์ตเป็น USB-C ทั้ง 2 ช่องเหมือน ๆ กัน แต่ฝั่ง ROG จะเลือกใช้ USB-C เวอร์ชั่น 3.1 ที่ด้านล่างเครื่อง และเวอร์ชั่น 2.0 ที่ด้านข้างเครื่อง สำหรับทั้งชาร์จแบตและต่ออุปกรณ์เสริม ในขณะที่ฝั่ง Lenovo จะเลือกใช้ USB-C เวอร์ชั่น 1.0 ทั้งสองช่อง

ลำโพง

ทั้ง Legion Phone Duel, ROG Phone 3 และ ROG Phone 3 Strix Edition จะมีลำโพงสเตอริโอคู่ด้านหน้า แถมยังมีการนำเทคโนโลยี Dirac มาใช้เพื่อเพิ่มคุณภาพเสียงอีกด้วย แต่น่าเสียดายที่ทั้ง Legion และ ROG จะไม่มีช่องหูฟัง 3.5 มม.แล้ว โดยจะต้องต่อผ่านดองเกิล USB-C to 3.5 mm. ที่แถมมาให้ในกล่องแทน หรือจะต่อผ่านพัดลม AeroActive Cooler 3 ก็ได้เช่นกันสำหรับ ROG Phone 3 และ ROG Phone 3 Strix Edition (แถมมาในกล่องเช่นกัน)

แบตเตอรี่และการชาร์จ

Legion Phone Duel จะมากับแบตเตอรี่ความจุ 5,000 mAh พร้อมชาร์จไวถึง 90W ซึ่งทาง Lenovo เคลมว่า สามารถชาร์จจาก 0-100% ได้ในเวลาเพียงครึ่งชั่วโมง

ส่วน ROG Phone 3 และ ROG Phone 3 Strix Edition จะมากับแบตเตอรี่ความจุมากกว่าที่ 6,000 mAh สามารถเล่นเกมดัง ๆ เช่น PUBG หรือ Call of Duty ได้ต่อเนื่องถึงกว่า 9 ชั่ว โมง แต่จะชาร์จไวเพียง 30W เท่านั้น

ระบบระบายความร้อน ฟีเจอร์ และอุปกรณ์เสริม

เรื่องความร้อนถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญของมือถือเกมมิ่ง โดย Legion Phone Duel, ROG Phone 3 และ ROG Phone 3 Strix Edition จะมีระบบระบายความร้อนที่มีลักษณะการทำงานคล้าย ๆ กัน คือ อาศัยการถ่ายเทความร้อนผ่านฮีตไปป์ (heat pipe) ที่มีของเหลวอยู่ภายในเป็นตัวกลาง แต่ฝั่ง ROG จะมีการใส่ฮีตซิงก์ (heat sink) และเจาะช่องสำหรับระบายความร้อนไว้ที่ด้านหลัง นอกจากนี้ยังสามารถต่อพัดลม AeroActive Cooler 3 เป็นตัวช่วยในการระบายความร้อนอีกแรงได้ด้วย

ทั้ง Legion และ ROG ต่างก็มีเซ็นเซอร์อัลตราโซนิกติดตั้งมาให้ที่บริเวณมุมบนทั้งด้านซ้ายและขวาของตัวเครื่อง (ในแนวนอน) ใช้สำหรับเป็นปุ่มควบคุมพิเศษที่ทำหน้าที่เหมือนปุ่ม L-R ในจอยคอนโทรลเลอร์ หรือจะตั้งค่าเป็นคำสั่งอื่น ๆ ก็สามารถทำได้อย่างอิสระ ซึ่งในฝั่งของ ROG ได้มีการขยายพื้นที่ AirTrigger 3 ให้ยาวขึ้นกว่ารุ่นก่อน เพื่อให้รองรับการควมคุมผ่านการรูดนิ้ว และแบ่งปุ่มเป็น L2-R2 ได้ถนัดยิ่งขึ้น (แต่ในตอนนี้ยังยากที่จะบอกว่า เซ็นเซอร์อัลตราโซนิกของใครมีพื้นที่สัมผัสมากกว่า อาจต้องรอได้จับตัวเครื่องจริงก่อน จึงจะสามารถบอกได้ครับ)

ในเรื่องอุปกรณ์เสริมนั้น ROG จะได้เปรียบเต็มประตู มีอุปกรณ์เสริมให้ใช้มากมาย นอกจาก AeroActive Cooler 3 ที่แถมมาในกล่องแล้วก็ยังมี ROG Kunia 3 Gamepad, ROG Clip, TwinView Dock, Mobile Desktop Dock และ Lighting Armor Case ต้องบอกว่า อุปกรณ์เสริมเยอะแยะจนตาลายจริง ๆ

ราคา

ในหัวข้อนี้อาจจะยังไม่เหมาะสมนักที่จะเอามาเปรียบเทียบกัน เพราะราคาที่เปิดมาของฝั่ง Legion เป็นราคาประเทศจีน ซึ่งมีราคาที่ถูกกว่าตลาดโลกมาก ในขณะที่ฝั่ง ROG เป็นราคาประเทศแถบยุโรป ซึ่งมีราคาที่สูงกว่าตลาดโซนอื่น ๆ จะเห็นได้ว่าราคาต่างกันเป็นเท่าตัวเลยทีเดียว ส่วนราคาที่เปิดออกมาแต่ละรุ่นมีดังนี้

Legion Phone Duel

  • 8GB / 128GB : 3499 หยวน หรือประมาณ 15,800 บาท
  • 12GB / 128GB : 3899 หยวน หรือประมาณ 17,600 บาท
  • 12GB / 256GB : 4199 หยวน หรือประมาณ 19,000 บาท

ROG Phone 3

  • 12GB / 512 GB : ราคา 999 ยูโร หรือประมาณ 36,500 บาท
  • 16GB / 512 GB : ราคา 1,099 ยูโร หรือประมาณ 40,200 บาท

ROG Phone 3 Strix Edition

  • 8GB / 256 GB ราคา 799 ยูโร หรือประมาณ 29,200 บาท

สรุป

จากทั้งหมดที่กล่าวมาจะเห็นได้ว่า แม้ภาพรวม สเปค และฟีเจอร์หลัก ๆ จะใกล้เคียงกันมาก แต่ ROG Phone 3 ดูจะเหนือกว่า Legion Phone Duel อยู่นิด ๆ หน่อย ๆ ในส่วนของดีเทลยิบย่อย และ ROG จะได้เปรียบกว่า Legion มาก ตรงที่มีอุปกรณ์เสริมให้เลือกใช้มากมาย (นอกจากพัดลมแล้ว ที่เหลือต้องซื้อแยกเองนะ) แต่ปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการตัดสินใจซื้อคงจะหนีไม่พ้นเรื่อง “ราคา” ซึ่งในตอนนี้ยังเปรียบเทียบกันไม่ได้ตามที่กล่าวไว้ด้านบน คงต้องรอให้มีราคากลางในหน่วยเงินเดียวกันออกมาเสียก่อน ถึงตอนนั้นค่อยตัดสินใจก็ยังไม่สายครับ (แต่ ROG ยังไงก็แพงกว่าแน่ ๆ ล่ะ)