Microsoft เริ่มทดสอบฟีเจอร์ใหม่ของ Edge บน Windows 11 โดยในเวอร์ชัน Edge Beta มีผู้ใช้บางส่วนพบแบนเนอร์แจ้งว่า ตัวเบราว์เซอร์จะเปิดขึ้นโดยอัตโนมัติทันทีที่ผู้ใช้ login เข้าเครื่อง เพื่อให้พร้อมใช้งานตั้งแต่เริ่มต้น

ประเด็นที่อาจทำให้หลายคนไม่พอใจ คือแนวทางนี้ไม่ได้ถามความสมัครใจแบบตรงไปตรงมาตั้งแต่แรก แต่ใช้วิธี “เปิดไว้ก่อน แล้วให้ผู้ใช้ปิดเอง” มากกว่า หากไม่กดปฏิเสธ Edge ก็จะเปิดขึ้นทุกครั้งที่เข้า Windows ทำให้อาจกระทบผู้ใช้ที่ไม่ได้ตั้งใจใช้งาน Edge เป็นหลัก

Windows 11 Dynamic Wallpapers

แม้การเปลี่ยนแปลงนี้จะไม่ได้บังคับให้ Edge กลายเป็น default browser แทน Chrome หรือ Firefox โดยตรง แต่ก็ถูกมองว่าเป็นอีกกลยุทธ์ของ Microsoft ในการดันให้ผู้ใช้เจอและใช้งาน Edge มากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มที่ปกติใช้เบราว์เซอร์อื่นเป็นหลัก

ย้อนกลับไปตั้งแต่ช่วงเปิดตัว Windows 11 ในปี 2021 Microsoft ก็พยายามผลักดัน Edge มาโดยตลอด ทั้งการโปรโมต เปรียบเทียบกับ Chrome ไปจนถึงการปรับพฤติกรรมของระบบให้ Edge อยู่ในจุดที่ผู้ใช้เข้าถึงง่ายขึ้น

ก่อนหน้านี้ Edge มีฟีเจอร์อย่าง Startup Boost ที่ช่วยโหลดกระบวนการไว้เบื้องหลังเพื่อให้เปิดได้เร็วขึ้นอยู่แล้ว แต่การทดสอบครั้งนี้ถือเป็นอีกระดับ เพราะไม่ใช่แค่ทำงานเงียบ ๆ ใน background อีกต่อไป แต่เป็นการเปิดหน้าต่างเบราว์เซอร์ขึ้นมาให้เห็นทันทีหลังล็อกอิน

ฟีเจอร์ดังกล่าวถูกพบใน Edge Beta เวอร์ชัน 147.0.3912.37 โดยจะแสดงข้อความประมาณว่า Edge จะเปิดขึ้นเมื่อเข้าสู่ระบบ Windows เพื่อให้พร้อมใช้งาน และสามารถเปลี่ยนการตั้งค่านี้ได้ภายหลัง แต่ตัวเลือกนี้ถูกเปิดใช้งานมาเป็นค่าเริ่มต้น ผู้ใช้ต้องกด “No thanks” เองหากไม่ต้องการ

อย่างไรก็ดีตอนนี้ฟีเจอร์ดังกล่าวยังเป็นเพียงการทดสอบแบบทยอยปล่อย (phased rollout) ทำให้ยังไม่ใช่ทุกคนที่จะเห็นฟีเจอร์นี้

ที่มา : neowin